เรื่องเด่น : การสรรหาคณะกรรมการจริยธรรมจริยธรรมประจำกระทรวงการต่างประเทศ News

เรื่องเด่น : การสรรหาคณะกรรมการจริยธรรมจริยธรรมประจำกระทรวงการต่างประเทศ

๑. ที่มาและความสำคัญ

          ๑.๑ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ หมวด ๑๓ ซึ่งเป็นหมวดที่ว่าด้วยจริยธรรมของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองและเจ้าหน้าที่ของรัฐ มาตรา ๒๗๙ ได้กำหนดให้มีมาตรฐานทางจริยธรรมของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ข้าราชการ หรือเจ้าหน้าที่ของรัฐแต่ละประเภทให้เป็นไปตามประมวลจริยธรรม ที่กำหนดขึ้น โดยจะต้องมีกลไกและระบบในการดำเนินงานเพื่อให้การบังคับใช้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

          ๑.๒ สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) โดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรีได้กำหนดมาตรฐานทางจริยธรรมของข้าราชการพลเรือนตามประมวลจริยธรรมข้าราชการพลเรือน ซึ่งได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ ๕ พฤศจิกายน ๒๕๕๒ และมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ ๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๓ โดยหมวด ๓ กลไกและระบบการบังคับใช้ประมวลจริยธรรมข้อ ๑๔ กำหนดให้ ก.พ. โดยคำแนะนำของหัวหน้าส่วนราชการแต่งตั้งคณะกรรมการจริยธรรมประจำส่วนราชการขึ้น เพื่อควบคุมกำกับให้มีการปฏิบัติตามประมวลจริยธรรมนี้

          ๑.๓ ประมวลจริยธรรมข้าราชการพลเรือนเป็นแนวทางการประพฤติปฏิบัติตนของข้าราชการ เช่น การยึดมั่นในคุณธรรมและจริยธรรม การมีจิตสำนึกที่ดี ซื่อสัตย์ สุจริต รับผิดชอบ การยึดถือประโยชน์ของประเทศชาติเหนือกว่าประโยชน์ส่วนตนและไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อน การให้บริการแก่ประชาชนด้วยความรวดเร็วมีอัธยาศัย และไม่เลือกปฏิบัติ เป็นต้น

๒. หน้าที่ของคณะกรรมการจริยธรรม

          หมวด ๓ ข้อ ๑๕ ของประมวลจริยธรรมข้าราชการพลเรือน ได้กำหนดหน้าที่ของคณะกรรมการจริยธรรม ดังนี้

          ๒.๑ ควบคุม กำกับ ส่งเสริม และให้คำแนะนำในการใช้บังคับประมวลจริยธรรมนี้ในส่วนราชการ

          ๒.๒ สอดส่องดูแลให้มีการปฏิบัติตามประมวลจริยธรรมในส่วนราชการ ในกรณีที่มีข้อสงสัยหรือมีข้อร้องเรียนว่ามีการฝ่าฝืนจริยธรรม ให้ส่งเรื่องให้หัวหน้าส่วนราชการเพื่อปฏิบัติตามประมวลจริยธรรมนี้โดยเร็ว

          ๒.๓ พิจารณาวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาอันเกิดจากการใช้บังคับประมวลจริยธรรมนี้ในส่วนราชการ เมื่อได้วินิจฉัยแล้วให้ส่งคำวินิจฉัยให้ ก.พ. โดยพลัน ถ้า ก.พ. มิได้มีการวินิจฉัยเป็นอย่างอื่นภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ ก.พ. รับเรื่อง ให้คำวินิจฉัยของคณะกรรมการจริยธรรมเป็นที่สุด

          ๒.๔ ส่งเรื่องให้ ก.พ. พิจารณาวินิจฉัยในกรณีที่เห็นว่าเรื่องนั้นเป็นเรื่องสำคัญหรือมีผลกระทบในวงกว้างหลายส่วนราชการ และยังไม่มีคำวินิจฉัยของ ก.พ. หรือผู้ตรวจการแผ่นดิน

          ๒.๕ คุ้มครองและประกันความเป็นอิสระและเที่ยงธรรมของกลุ่มงานคุ้มครองจริยธรรมของส่วนราชการ

          ๒.๖ คุ้มครองข้าราชการซึ่งปฏิบัติตามประมวลจริยธรรมนี้อย่างตรงไปตรงมา มิให้ผู้บังคับบัญชาใช้อำนาจโดยไม่เป็นธรรมต่อข้าราชการผู้นั้น

          ๒.๗ เสนอผลการประเมินผลการปฏิบัติตามประมวลจริยธรรมนี้ของส่วนราชการต่อ ก.พ. และประเมินผลการปฏิบัติงานของกลุ่มงานคุ้มครองจริยธรรมของส่วนราชการเพื่อเสนอหัวหน้าส่วนราชการเพื่อประกอบการเลื่อนเงินเดือน หรือเลื่อนตำแหน่งข้าราชการในกลุ่มงาน

          ๒.๘ เสนอแนะการแก้ไขเพิ่มเติมประมวลจริยธรรมนี้ หรือการอื่นที่เห็นสมควรต่อ ก.พ.

          ๒.๙ ดำเนินการอื่นตามประมวลจริยธรรมนี้ หรือตามที่ ก.พ. มอบหมาย

๓. องค์ประกอบของคณะกรรมการจริยธรรม

          หมวด ๓ ข้อ ๑๔ ของประมวลจริยธรรมข้าราชการพลเรือน ได้กำหนดองค์ประกอบของคณะกรรมการจริยธรรม ดังนี้

          ๓.๑ ประธานกรรมการจริยธรรม จำนวน ๑ คน ซึ่งหัวหน้าส่วนราชการเสนอโดยต้องเป็นผู้ทรงคุณวุฒิภายนอก และผู้มีความซื่อสัตย์เป็นประจักษ์ โดยได้รับความเห็นชอบจาก ก.พ.

          ๓.๒ กรรมการผู้ดำรงตำแหน่งประเภทบริหารหรือประเภทอำนวยการ จำนวน ๒ คน ซึ่งได้รับการคัดเลือกจากผู้ดำรงตำแหน่งประเภทบริหารหรือประเภทอำนวยการด้วยกันเอง

          ๓.๓ กรรมการซึ่งเป็นข้าราชการในส่วนราชการ จำนวน ๒ คน ซึ่งได้รับการคัดเลือกจากข้าราชการ พนักงานราชการ ลูกจ้างของส่วนราชการ

          ๓.๔ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิภายนอก จำนวน ๒ คน ซึ่งหัวหน้าส่วนราชการและรองหัวหน้าส่วนราชการร่วมกันเสนอ

          ทั้งนี้ กรรมการจริยธรรมต้องไม่เคยถูกลงโทษทางวินัย และเป็นผู้มีเกียรติ เป็นที่ยอมรับของส่วนราชการ

๔. วาระการดำรงตำแหน่งของคณะกรรมการจริยธรรม

          คณะกรรมการจริยธรรมมีวาระการดำรงตำแหน่งสองปี นับแต่วันที่ ก.พ. มีประกาศแต่งตั้ง และให้ดำรงตำแหน่งได้ไม่เกินสองวาระติดต่อกัน

๕. การพ้นจากตำแหน่งของคณะกรรมการจริยธรรม

          นอกจากการพ้นตำแหน่งตามข้อ ๔. กรรมการจริยธรรมพ้นจากตำแหน่งเมื่อ

          ๑. ตาย

          ๒. ลาออก

          ๓. พ้นจากการเป็นข้าราชการ หรือพ้นจากตำแหน่งประเภทบริหารหรืออำนวยการสำหรับกรรมการตามข้อ ๓.๒

          ๔. เป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง

          ๕. ถูกลงโทษทางวินัย

          ๖. ต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้ได้รับโทษจำคุก

          ๗. เป็นบุคคลล้มละลาย

๖. การสรรหาและคัดเลือกคณะกรรมการจริยธรรมประจำกระทรวงการต่างประเทศ

         

ลำดับ

หลักเกณฑ์ตามประมวลจริยธรรมฯ ข้อ ๑๔ (๑) – (๔)

วิธีการคัดเลือกกรรมการ

องค์ประกอบ

วิธีการสรรหา

ประธานกรรมการ (๑ คน)

ปลัดกระทรวงฯ เสนอจากผู้ทรงคุณวุฒิภายนอกผู้มีความซื่อสัตย์เป็นประจักษ์ โดยได้รับความเห็นชอบจาก ก.พ.

ปลัดกระทรวงฯ พิจารณาคัดเลือกผู้ที่มีความเหมาะสม

กรรมการผู้ดำรงตำแหน่งประเภทบริหารหรืออำนวยการ (๒ คน)

ประเภทของ

ตำแหน่ง

ในประเทศ

ต่างประเทศ

ตำแหน่ง

ประเภทบริหาร

- ปลัดฯ

- รองปลัดฯ

- ผู้ช่วยปลัดฯ

- อธิบดี

- รองอธิบดี

- ออท.

ประจำกระทรวง

- ออท.

- อท.

- กสญ.

- ผู้อำนวยการใหญ่สำนักงานการค้าและเศรษฐกิจไทย

ตำแหน่ง

ประเภท

อำนวยการ

- หัวหน้าสำนักงานรัฐมนตรี

- ผู้อำนวยการ

สำนัก/สถาบัน/ศูนย์

- ผู้อำนวยการกอง

- เลขานุการกรม

- ไม่มี

ผู้ดำรงตำแหน่งประเภทบริหารหรืออำนวยการเลือกกันเอง   ให้เหลือ ๒ คน

(๑) ขอให้แต่ละกรม/หน่วยงานใน สป./สอท./สกญ./คผถ./สนง. การค้าและเศรษฐกิจไทย เสนอชื่อบุคคลที่ดำรงตำแหน่งประเภทบริหารหรืออำนวยการ ซึ่งปฏิบัติงาน  ที่หน่วยงานใดก็ได้ที่ประสงค์จะให้เป็น “กรรมการฯ” จำนวน ๑ คน

(๒) ประกาศรายชื่อผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อให้เข้าร่วมการคัดเลือกเป็นกรรมการฯ

(๓) ให้บุคคลที่ดำรงตำแหน่งประเภทบริหารและอำนวยการ ออกเสียงลงคะแนน (Vote)      ทางอิเล็กทรอนิกส์

(๔) ประกาศผลการลงคะแนน โดยให้ผู้ที่ได้รับคะแนนเสียงสูงสุดในลำดับที่ ๑ และ ๒ เป็นกรรมการ ทั้งนี้สามารถขึ้นบัญชีรายชื่อข้าราชการที่ได้รับการคัดเลือกตามลำดับคะแนน โดยให้ขึ้นบัญชีเท่ากับวาระการดำรงตำแหน่งของคณะกรรมการฯ     (๒ ปี)

กรรมการซึ่งเป็นข้าราชการในกระทรวงฯ  (๒ คน)

เป็นข้าราชการที่ได้รับคัดเลือกจากข้าราชการ พนักงานราชการ และลูกจ้างประจำของกระทรวงฯ

(๑) ขอให้แต่ละกรม/หน่วยงานใน สป./สอท./สกญ./คผถ./สนง. การค้าและเศรษฐกิจไทย เสนอชื่อข้าราชการซึ่งปฏิบัติงานที่หน่วยงานใดก็ได้ ที่ประสงค์จะให้เป็น “กรรมการฯ” จำนวน ๑ คน

(๒) ประกาศรายชื่อผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อให้เข้าร่วมการคัดเลือกเป็นกรรมการฯ

(๓) ให้ข้าราชการ พนักงานราชการ และลูกจ้างประจำของกระทรวงฯ ออกเสียงลงคะแนน (Vote) ทางอิเล็กทรอนิกส์

(๔) ประกาศผลการลงคะแนน โดยให้ผู้ที่ได้รับคะแนนเสียงสูงสุดในลำดับที่ ๑ และ ๒ เป็นกรรมการ ทั้งนี้สามารถขึ้นบัญชีรายชื่อข้าราชการที่ได้รับการคัดเลือกตามลำดับคะแนน โดยให้ขึ้นบัญชีเท่ากับวาระการดำรงตำแหน่งของ คณะกรรมการฯ (๒ ปี)

กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิภายนอก (๒ คน)

ปลัดกระทรวงฯ และรองปลัดกระทรวงฯ ร่วมกันเสนอชื่อ

ปลัดกระทรวงฯ และรองปลัดกระทรวงฯ พิจารณาคัดเลือกผู้ที่มีความเหมาะสมร่วมกัน

 

เลขานุการ (๑ คน) เป็นข้าราชการซึ่งดำรงตำแหน่งประเภทบริหารระดับต้นขึ้นไป และทำหน้าที่หัวหน้ากลุ่มงานคุ้มครองจริยธรรม

เสนอให้ปลัดกระทรวงฯ พิจารณา

ไม่ต้องคัดเลือก ประกาศเป็นคำสั่งกระทรวงฯ

 

๗. หลักเกณฑ์ในการเลือกตั้งกรรมการจริยธรรมประจำกระทรวงฯ ทางอิเล็กทรอนิกส์

          ๗.๑ ผู้ลงคะแนนเสียงทางอิเล็กทรอนิกส์ต้องเป็นข้าราชการ พนักงานราชการ ลูกจ้างประจำของกระทรวงการต่างประเทศเท่านั้น และต้องกรอกข้อมูลในระบบให้ถูกต้องครบถ้วน หากกรอกข้อมูลไม่ครบหรือเลือกบุคคลเกินจำนวนที่กำหนดไว้ จะถือว่าเป็น “บัตรเสีย” โดยสามารถออกเสียงลงคะแนนได้ตั้งแต่บัดนี้ จนถึงวันที่ ๑๑ มีนาคม ๒๕๖๒

          ๗.๒ ผู้ที่ได้รับการเลือกมากที่สุด ๒ ลำดับแรก ในแต่ละประเภท จะได้รับการเสนอชื่อเป็นกรรมการฯ และหากมีผู้ที่ได้รับการเลือกมากที่สุดใน ๒ ลำดับแรก ทั้งใน ๒ ประเภท บุคคลนั้นจะได้รับการเสนอชื่อเป็นกรรมการฯ ในประเภทตำแหน่งที่สูงกว่า และเลื่อนบุคคลที่ได้รับคะแนนรองลงมาแทน

          ๗.๓ ในกรณีที่มีผู้ได้รับการเลือกคะแนนเท่ากันมากกว่า ๒ คน จะใช้วิธีจับสลากโดยประธานกรรมการตรวจนับคะแนนในการสรรหากรรมการจริยธรรมประจำกระทรวงฯ

๘. คณะกรรมการตรวจนับคะแนนในการสรรหากรรมการจริยธรรมประจำกระทรวง

          คณะกรรมการตรวจนับคะแนนในการสรรหากรรมการจริยธรรมประจำกระทรวงฯ ประกอบด้วย ประธานกรรมการ กรรมการ กรรมการและเลขานุการ กรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ จากสำนักบริหารบุคคล และหน่วยงานอื่นภายในกระทรวงฯ รวมจำนวน ๕ คน มีอำนาจหน้าที่ ดังนี้

          ๘.๑ ตรวจนับผลการลงคะแนนในการสรรหากรรมการจริยธรรมประจำกระทรวงฯ

          ๘.๒ ตรวจสอบความถูกต้องของการลงคะแนน

          ๘.๓ พิจารณาข้อยุติในกรณีมีข้อสงสัยเกี่ยวกับลักษณะของบัตรเสีย

          ๘.๔ หากมีผู้ที่ได้คะแนนเท่ากัน ให้ประธานกรรมการจับสลากชื่อผู้ได้คะแนนเท่ากันนั้นต่อหน้ากรรมการตรวจนับคะแนน เพื่อเรียงลำดับในบัญชีรายชื่อ

          ๘.๕ ลงชื่อรับรองผลการสรรหา

          ๘.๖ ปฏิบัติหน้าที่อื่นๆ ตามที่ได้รับมอบหมาย

๙. สรุปผล

          เมื่อได้รับผลการคัดเลือกแล้ว จะต้องมีการดำเนินการดังนี้

          ๙.๑ นำผลสรุปของการสรรหาประธานกรรมการและกรรมการจริยธรรมประเภทต่าง ๆ พร้อมสรุปคะแนนผลการคัดเลือกให้ปลัดกระทรวงฯ เพื่อพิจารณาและเสนอต่อสำนักงาน ก.พ. ให้ความเห็นชอบต่อไป

          ๙.๒ ส่งรายชื่อคณะกรรมการจริยธรรมประจำกระทรวงการต่างประเทศให้สำนักงาน ก.พ. พร้อมแนบแบบประวัติคณะกรรมการทั้งหมด เพื่อให้สำนักงาน ก.พ. พิจารณาแต่งตั้ง ทั้งนี้ สำนักงาน ก.พ. จะดำเนินการตรวจสอบคุณสมบัติผู้ที่ได้รับการสรรหาเป็นคณะกรรมการจริยธรรมประจำส่วนราชการอีกครั้งหนึ่ง

          ๙.๓ สำนักงาน ก.พ. จะประกาศแต่งตั้งผู้ที่ได้รับการสรรหาเป็น “คณะกรรมการจริยธรรมประจำกระทรวงการต่างประเทศ” ในเว็บไซต์ของสำนักงาน ก.พ.

๑๐. ช่องทางการลงคะแนนเสียงทางอิเล็กทรอนิกส์

       ทาง QR Code และ Link ที่กำหนด

Link 1 (สำหรับข้าราชการท่ี่ดำรงตำแหน่งประเภทบริหารหรืออำนวยการ) สามารถลงคะแนนเสียงได้ที่

https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSdPJQW2RGo7Rk8mLkNE7PUDNvkAde03WiA6Skw6n72H2q6KNA/viewform

 

Link 2 (สำหรับข้าราชการที่ดำรงตำแหน่งประเภทอื่น ได้แก่ ประเภทวิชาการและประเภททั่วไป รวมถึงพนักงานราชการ และลูกจ้างประจำ)  สามารถลงคะแนนเสียงได้ที่

https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSd6nYTw3a1ZL9CGax7QxQEcP4IP7Zijp5PZRiSYasNmZhhTMw/viewform