ผลการประชุมที่เกี่ยวข้อง : นายกรัฐมนตรีหารือผู้นำอาเซียนเสนอแนวทางกำหนดอนาคตประชาคมอาเซียน โดยเอกภาพและความเป็นอันหนึ่งเดียวกันคือพื้นฐานสำคัญของความสำเร็จ ข่าวสารและกิจกรรม

ผลการประชุมที่เกี่ยวข้อง : นายกรัฐมนตรีหารือผู้นำอาเซียนเสนอแนวทางกำหนดอนาคตประชาคมอาเซียน โดยเอกภาพและความเป็นอันหนึ่งเดียวกันคือพื้นฐานสำคัญของความสำเร็จ

 

วันนี้ (25 เมษายน 2556) เวลา 09.00 น. นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีเข้าร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งที่ 22 ร่วมกับผู้นำอาเซียน เพื่อติดตามความคืบหน้าในการสร้างประชาคมอาเซียน บทบาทของอาเซียนในภูมิภาค วางแผนอนาคตของอาเซียน และแลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างผู้นำเกี่ยวกับประเด็นต่างๆในภูมิภาค

โดย นายกรัฐมนตรีได้ชื่นชมต่อความก้าวหน้าในการดำเนินการของประเทศสมาชิกในการสร้างประชาคมอาเซียน และความสำคัญในการวางแผนอนาคตต่อจากปี 2558 ที่เป็นประชาคมอาเซียนแล้ว ด้วยศักยภาพที่หลากหลายของอาเซียน ทำให้ประเทศมหาอำนาจต่างให้ความสนใจอาเซียนเป็นพิเศษ อาเซียนจึงต้องบริหารจัดการกับภูมิศาสตร์ทางการเมืองที่เปลี่ยนไป รวมทั้งสภาพแวดล้อมของโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เพื่อให้อาเซียนสามารถปรับตัวและดำรงอยู่ได้ ทั้งนี้ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายดังกล่าว อาเซียนต้องเสริมสร้างการอยู่ร่วมกันทางการเมือง มองไปข้างหน้า และร่วมกับประเทศมหาอำนาจในกรอบการดำเนินการต่างๆที่อาเซียนเป็นผู้นำ ซึ่งปฏิบัติการนี้ จะช่วยให้อาเซียน คงไว้ซึ่งความเป็นภูมิภาคที่มั่นคงและสันติ เอื้อต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจ และคงไว้ซึ่งการรวมตัวทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายระยะยาวของประชาคมเอเชียตะวันออก รวมทั้ง การคงไว้ให้อาเซียนเป็นพลังขับเคลื่อนสำคัญ เพื่อวางผังอนาคตของภูมิภาค

ในการนี้ อาเซียนต้องยกระดับตนเอง โดยมีบทบาทสำคัญในประเด็นระหว่างประเทศในเวทีสำคัญ อาเซียนจะต้องกำหนดประเด็นที่อยู่ในความสนใจของโลก ที่อาเซียนสามารถมีส่วนร่วม เช่น เป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน การบริหารจัดการภัยภิบัติและการรักษาสันติภาพ

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรีได้ให้ความสำคัญต่อความก้าวหน้าในการดำเนินการของ 3 เสาหลักของอาเซียน ที่อาเซียนจะเข้าสู่ประชาคมอาเซียนในปี 2558 นี้ ดังนี้

ด้านเสาหลักเศรษฐกิจ อาเซียนต้องให้ความสำคัญกับการรวมตัวทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกให้กว้างขึ้น และขับเคลื่อน“ความร่วมมือทางเศรษฐกิจในภูมิภาคของอาเซียน” (Regional Comprehensive Economic Partnership)ให้ดำเนินต่อไป

ด้านเสาหลักการเมืองและความมั่นคง ต้องส่งเสริมสันติภาพและความมั่นคงในภูมิภาค เพื่อรักษาบรรยากาศให้เอื้อต่อการพัฒนาด้านเศรษฐกิจต่อไป โดยประเทศสมาชิกต้องส่งเสริมความร่วมมือระหว่างชายแดนเพื่อความมั่งคั่งระหว่างประเทศสมาชิก นอกจากนี้ สมาชิกอาเซียนควรสนใจความท้าทายใหม่อันเกิดจากการข้ามพรมแดนหลังการรวมตัวเป็นประชาคม เพราะสิ่งเหล่านี้จะกระทบต่อความปลอดภัยและความมั่นคงของประชาชนในประเทศสมาชิก

ทั้งนี้ อาเซียนยังต้องให้ความสำคัญกับการส่งเสริมธรรมาภิบาลและความโปร่งใส และผลักดันให้มีการนำปฏิญญาอาเซียนว่าด้วยเรื่องสิทธิมนุษยชน ไปปฏิบัติให้เกิดผล ซึ่งจะช่วยให้เกิดกระบวนการที่จะส่งเสริมสิทธิมนุษยชน และนำไปสู่การป้องกัน

เสาหลักสังคมและวัฒนธรรม อาเซียนต้องยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง โดยต้องร่วมมือกันอย่างใกล้ชิดในการพัฒนาความสามารถของภูมิภาคอาเซียนในการป้องกัน และควบคุมโรคติดต่อ และ ส่งเสริมการเข้าถึงบริการทางสุขภาพ เพื่อช่วยให้ประชาชนได้รับบริการสุขภาพที่จำเป็นและพัฒนาคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ให้ดีขึ้น

ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีย้ำด้วยว่าว่า อาเซียนต้องขยายความร่วมมือทางด้านวัฒนธรรม และส่งเสริมให้มีการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรม สิ่งเหล่านี้ไม่เพียงแต่ทำให้เกิดความเป็นอัตลักษณ์ของอาเซียนเท่านั้น แต่สร้างความเข้าใจที่ดีขึ้นระหว่างประชาชนของอาเซียน

สำหรับประเด็นความเชื่อมโยง (Connectivity) นั้น การส่งเสริมความเชื่อมโยงควรดำเนินต่อไปและมีความสำคัญลำดับต้น ๆ ทั้งในด้านซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์ ซึ่งจะช่วยให้การบูรณาการทางเศรษฐกิจและการลดช่องว่างของระดับการพัฒนา  และที่ความสำคัญ คือระดมทรัพยากรเพื่อระดมเงินทุนสำหรับโครงการความเชื่อมโยงและการคิดค้นนวัตกรรมทางการเงินผ่านความเป็นหุ่นส่วนระหว่างภาครัฐและเอกชนและร่วมมือกับหุ่นส่วนภายนอก 

ในโอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีได้เสนอต่อที่ประชุมผู้นำอาเซียนกรณีปัญหาทะเลจีนใต้ ซึ่งผูกพันโดยตรงกับอนาคตอาซียน ซึ่งไทยในฐานะประเทศผู้ประสานงานอาเซียน-จีน ให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อประเด็นดังกล่าว และในปีที่อาเซียนและจีน ฉลองครบรอบ 10 ปีแห่งความเป็นหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ อาเซียนควรยกระดับความเป็นหุ้นส่วนนี้ให้สูงขึ้น โดยไม่ปล่อยให้ประเด็นทะเลจีนใต้บดบังความสัมพันธ์อาเซียน-จีน ที่สำคัญต่อสันติภาพและความรุ่งเรืองของภูมิภาค ทั้งนี้ การแก้ปัญหาดังกล่าวต้องควบคู่ไปกับการเดินหน้าความเป็นหุ้นส่วนกับจีน เพื่อให้บรรลุเป้าหมาย อาเซียนต้องมีเอกภาพ และผูกประสานกันและสร้างสรรค์ โดยต้องมีความตั้งใจทางการเมืองทั้งอาเซียนและจีน

อาเซียนต้องทำงานกันอย่างใกล้ชิดก้าวต่อก้าว สร้างความเชื่อมมั่นขึ้นใหม่ และขยายประเด็นพื้นฐานร่วมกันระหว่างอาเซียนและจีน ขณะที่แสวงหาความก้าวหน้าของ COC  การก้าวไปข้างหน้า หลักการ 6 ข้อของอาเซียนและแถลงการณ์ผู้นำที่อาเซียนและจีนประกาศร่วมกันที่พนมเปญ จะเป็นฐานสำคัญในการทำงาน นอกจากนี้ อาเซียนมีความยินดีต่อการขับเคลื่อนของเจ้าหน้าที่ระดับสูง ที่มุ่งก้าวไปสู่ทิศทางดังกล่าวนี้ในการประชุมที่ปักกิ่งเมื่อต้นเดือน  ทั้งนี้ อาเซียนจะต้องส่งสารที่ชัดเจนไปยังจีนเพื่อให้จีนทำงานร่วมกันในแนวทางเดียวกัน และแจ้งให้จีนรับทราบว่า แนวทางที่ดีที่สุดที่จะฉลองความเป็นหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ครบรอบ 10 ปี คือการแสดงพัฒนาการสู่ข้อสรุปของ COC  หรือแนวปฏิบัติในทะเลจีนใต้

สำหรับก้าวต่อไป นายกรัฐมนตรีตระหนักดีว่ากระบวนการ COC  ต้องใช้เวลา แต่เชื่อว่า การประชุมสุดยอดอาเซียน – จีน ครั้งหน้าในเดือนตุลาคมจะมีการแสดงความตั้งใจทางการเมืองและแก้ปัญหาเพื่อทำงานร่วมกันต่อไป  โดยความมุ่งมั่นทางการเมืองต้องชี้ชัดในแถลงการณ์ที่จะหยิบยกในที่ประชุมฯ อีกทั้ง อาเซียนมีความยืดหยุ่นต่อรูปแบบทั้งแถลงการณ์เดี่ยว หรือเป็นส่วนหนึ่งของเอกสารผลลัพธ์การประชุม โดยบรรจุการยืนยันต่อหลักการเบื้องต้น ที่สะท้อนพื้นฐานร่วมกันระหว่างอาเซียนและจีน

ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีเห็นด้วยว่า จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งหากทุกส่วนสามารถตกลงที่ร่วมมุ่งมั่นจะยับยั้งและหลีกเลี่ยงการกระทำใดๆที่ทำให้สถานการณ์ซับซ้อนยิ่งขึ้น นับจากนี้ จนถึงการประชุมในเดือนตุลาคม อาเซียนต้องทำงานร่วมกันเพื่อขยายพื้นฐานร่วมกันระหว่างอาเซียนและจีน โดยคาดว่าจะมีการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน – จีน สมัยพิเศษที่กรุงปักกิ่งในเดือนสิงหาคมหรือกันยายนนี้ ซึ่งจะเป็นโอกาสสำคัญของสองฝ่ายในการวางแผนการดำเนิงานสำหรับผลของการประชุมผู้นำฯในเดือนตุลาคม  ทั้งนี้ ไทยยินดีเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมรัฐมนตรีอาเซียนอย่างไม่เป็นทางการในปลายเดือนกรกฎาคม หรือสิงหาคม หากประเทศสมาชิกเห็นว่าจะเป็นประโยชน์

ในโอกาสนี้ บรูไนในฐานะประธานอาเซียนได้ชื่นชมและสนับสนุนแนวทางตามข้อเสนอของนายกรัฐมนตรีในประเด็นทะเลจีนใต้ โดยเฉพาะการเสนอให้มีการประชุมระหว่างรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน-จีน และเชื่อมั่นว่าทุกประเทสอาเซียนสนับสนุนแนวทางดังกล่าวนี้

สำหรับข้อเสนอการกำหนดทิศทางของอาเซียนในอนาคต (ASEAN’s Future Direction) หลังปี 2558 นั้น นายกรัฐมนตรีเสนอให้แปลงความหลากหลายให้เป็นโอกาส มีความรับผิดชอบต่อภูมิภาคและโลกมากขึ้น เสริมสร้างศักยภาพของอาเซียนเพื่อรับมือกับความท้าทายต่างๆที่เกิดขึ้น และทบทวนและสร้างความเข้มแข็งให้กับกระบวนการรวมตัวกัน โดยทบทวนบทบาทของอาเซียนแต่ละภาคส่วน รวมทั้งปฏิสัมพันธ์ระหว่างกันเพื่อกำหนดกระบวนการดำเนินงานและการเพิ่มประสิทธิภาพ

***************************************

กลุ่มวิเทศสัมพันธ์ / สำนักโฆษก