ข่าวเด่น :  กระทรวงการต่างประเทศจัดงานเปิดตัวกิจกรรมรำลึกครบรอบ ๕๐ ปี ของการสถาปนาอาเซียน ข่าวสารและกิจกรรม

ข่าวเด่น : กระทรวงการต่างประเทศจัดงานเปิดตัวกิจกรรมรำลึกครบรอบ ๕๐ ปี ของการสถาปนาอาเซียน

 
 
          เมื่อวันที่ ๒๗ มกราคม ๒๕๖๐ กรมอาเซียน กระทรวงการต่างประเทศ ในฐานะสำนักเลขาธิการอาเซียนแห่งชาติ จัดงานเปิดตัวกิจกรรมรำลึกครบรอบ ๕๐ ปี ของการสถาปนาอาเซียน ณ วิเทศสโมสร โดยมีนายดอน ปรมัตถ์วินัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เป็นประธานในพิธีเปิด และมีนายวีระศักดิ์ ฟูตระกูล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เอกอัครรราชทูตสมปอง สุจริตกุล ผู้ยกร่างปฏิญญากรุงเทพที่ก่อตั้งอาเซียน อดีตปลัดกระทรวงการต่างประเทศ อดีตอธิบดีกรมอาเซียน และนายฐิระวุฒิ คอมันตร์ ทายาทของ ดร. ถนัด คอมันตร์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศผู้ริเริ่มการก่อตั้งอาเซียน รวมทั้งคณะทูต ผู้แทนองค์การระหว่างประเทศ หน่วยงานภาครัฐและเอกชน และอธิการบดีสถาบันอุดมศึกษาจากทั่วประเทศ เข้าร่วมรวมประมาณ ๓๐๐ คน
          กิจกรรมภายในงานประกอบด้วย
          ๑. พิธีส่งมอบเหรียญ ASEAN Tribute and Recognition for the Athletes of the Rio 2016 Olympics and Paralympics โดยอธิบดีกรมอาเซียนแก่อธิบดีกรมพลศึกษา ซึ่งจัดขึ้นก่อนพิธีเปิดงาน เหรียญดังกล่าวจัดทำโดยสำนักเลขาธิการอาเซียน เพื่อมอบให้แก่นักกีฬาจากประเทศสมาชิกอาเซียนที่เข้าร่วมการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก ครั้งที่ ๓๑ และกีฬาพาราลิมปิก ครั้งที่ ๑๕ ณ นครรีโอเดจาเนโร สหพันธ์สาธารณรัฐบราซิล เพื่อเชิดชูเกียรตินักกีฬาที่ได้รับรางวัลจากการแข่งขันฯ โดยมีเอกอัครราชทูตบราซิลประจำประเทศไทยร่วมเป็นสักขีพยานด้วย ทั้งนี้ กรมพลศึกษาจะมอบเหรียญดังกล่าวให้แก่นักกีฬาไทยทั้ง ๒๓ คนต่อไป และนับว่าไทยเป็นประเทศที่ได้รับรางวัลมากที่สุดในบรรดาประเทศสมาชิกอาเซียน 
          ๒. การสัมภาษณ์คนรุ่นใหม่เพื่อช่วยเพิ่มพูนความสนใจของสาธารณชนและสื่อมวลชนเกี่ยวกับอาเซียน และซุ้มกิจกรรมสำหรับเด็กนักเรียนจากโรงเรียนในเครือข่ายมูลนิธิยุวทูตความดี
          ๓. ปาฐกถาพิเศษในโอกาสครบรอบ ๕๐ ปี ของการสถาปนาอาเซียน หัวข้อ “ASEAN@50: For Now and Posterity” โดย ดร.สุรินทร์ พิศสุวรรณ อดีตเลขาธิการอาเซียนและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ โดย ดร. สุรินทร์ฯ กล่าวว่า ที่ผ่านมา อาเซียนสามารถดำเนินความสัมพันธ์และเชื่อมโยงกับประเทศนอกภูมิภาคได้เป็นอย่างดี ซึ่งถือว่าเป็นปรากฏการณ์ตรงข้ามกับสหภาพยุโรป กล่าวคือสหภาพยุโรปถือกำเนิดโดยประเทศมหาอำนาจและเปิดรับประเทศขนาดเล็กเข้ามาเป็นสมาชิก ขณะที่อาเซียนกำเนิดจากประเทศขนาดเล็กแต่สามารถดึงดูดประเทศมหาอำนาจเข้ามาดำเนินความสัมพันธ์ได้ จึงเห็นได้ชัดว่าอาเซียนเป็นเวทีเชื่อมโยงกับเวทีโลก อย่างไรก็ดี ขณะที่อาเซียนเข้าสู่ปีที่ ๕๐ นั้น ยังต้องรับมือและปรับตัวให้เข้ากับความท้าทายหลายมิติ เช่น ปัจจุบัน พหุภาคีนิยม (multilateralism) กำลังถูกท้าทายและสั่นคลอนอย่างมาก เห็นได้จากกรณีของสหภาพยุโรป และ
ความตกลงหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ทางเศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิก (Trans-Pacific Economic Partnership) ทั้งนี้ หลังจากจบการปาฐกถา นายวีระศักดิ์ ฟูตระกูล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้มอบโล่ที่ระลึกในโอกาสครบรอบ ๕๐ ปี ของการสถาปนาอาเซียนแก่ ดร. สุรินทร์ พิศสุวรรณ ด้วย 
          ๔. งานเลี้ยงรับรองคณะทูตและผู้เข้าร่วมงานปาฐกถา (luncheon reception) โดยมีนายวีระศักดิ์ ฟูตระกูล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เป็นเจ้าภาพ
          ๕. การจัด Open Roundtable ซึ่งเป็นการเสวนาระดมสมองในหัวข้อ “อาเซียนศึกษา: จากปัจจุบันสู่อนาคต” กับผู้แทนระดับสูงจากศูนย์อาเซียนศึกษาของมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ทั่วประเทศและผู้สนใจจากวงการวิชาการ โดยการเสวนาครั้งนี้ สถาบันต่าง ๆ ได้แลกเปลี่ยนความเห็นเกี่ยวกับทิศทางในอนาคตของอาเซียน และแผนการจัดกิจกรรมในโอกาสครบรอบ ๕๐ ปีการสถาปนาอาเซียนในปี ๒๕๖๐ ซึ่งศูนย์อาเซียนศึกษาต่าง ๆ พร้อมจะส่งเสริมความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับอาเซียนให้กับคนไทยและประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อเสริมสร้างประชาคมอาเซียนที่เข้มแข็ง
          โดยที่ปี ๒๕๖๐ เป็นปีสำคัญทางประวัติศาสตร์ที่อาเซียนก่อตั้งมาครบ ๕๐ ปี กรมอาเซียน กระทรวงการต่างประเทศ จึงมีแผนจัดกิจกรรมรำลึกในโอกาสดังกล่าวตลอดทั้งปี โดยกิจกรรมในวันที่ ๒๗ มกราคม ๒๕๖๐ ที่ผ่านมา เป็นกิจกรรมแรกของปีเพื่อรำลึกถึงกำเนิดของอาเซียนที่ประเทศไทย โดยการลงนามปฏิญญากรุงเทพ ณ วังสราญรมย์ เมื่อวันที่ ๘ สิงหาคม ๒๕๑๐ จนพัฒนามาเป็นประชาคมอาเซียนที่มีเอกภาพทางการเมือง มีการรวมตัวทางเศรษฐกิจ และมีความรับผิดชอบต่อสังคม ภายในห้วงระยะเวลา ๕๐ ปี ทั้งนี้ ปาฐกถา “ASEAN@50: For Now and Posterity” นับเป็นปาฐกถาแรกของ 50th Anniversary of ASEAN Lecture Series ซึ่งกรมอาเซียน มีแผนจะเชิญผู้ทรงคุณวุฒิในสาขาต่าง ๆ ที่มีความเชี่ยวชาญเกี่ยวกับอาเซียนมาแสดงปาฐกถาตลอดทั้งปีนี้