ข่าวเด่น : กระทรวงการต่างประเทศจัดกิจกรรมรำลึกในโอกาสครบรอบ 50 ปี ของการสถาปนาอาเซียน  และปาฐกถาพิเศษโดยนาย Ong Keng Yong อดีตเลขาธิการอาเซียน เมื่อวันที่ 4 กันยายน 2560  ณ ห้องนราธิป กระทรวงการต่างประเทศ ผลการประชุมที่เกี่ยวข้อง

ข่าวเด่น : กระทรวงการต่างประเทศจัดกิจกรรมรำลึกในโอกาสครบรอบ 50 ปี ของการสถาปนาอาเซียน และปาฐกถาพิเศษโดยนาย Ong Keng Yong อดีตเลขาธิการอาเซียน เมื่อวันที่ 4 กันยายน 2560 ณ ห้องนราธิป กระทรวงการต่างประเทศ

            เมื่อวันที่ 4 กันยายน 2560 กระทรวงการต่างประเทศ โดยกรมอาเซียน ได้จัดกิจกรรมรำลึกครบรอบ 50 ปีของการสถาปนาอาเซียน และปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “อาเซียนในอีก 50 ปีข้างหน้า” (ASEAN in the Next 50 Years) โดยนาย Ong Keng Yong อดีตเลขาธิการอาเซียน ณ ห้องนราธิป กระทรวงการต่างประเทศ ซึ่งนายประดาป พิบูลสงคราม ที่ปรึกษากรมอาเซียนได้กล่าวเปิดงาน โดยงานปาฐกถาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อส่งเสริมบทบาทของไทยในฐานะประเทศผู้ร่วมก่อตั้งอาเซียน เสริมสร้างความตระหนักรู้แก่สาธารณชนเกี่ยวกับอาเซียน ตลอดจนร่วมกันระดมสมองเพื่อกำหนดทิศทางและอนาคตของอาเซียนในทุกมิติ และมีผู้เข้าร่วมมากกว่า 150 คน ประกอบด้วย คณะทูต ผู้แทนจากองค์การระหว่างประเทศ ภาครัฐ ภาคเอกชน สื่อมวลชนไทย และภาควิชาการ

             นาย Ong Keng Yong ได้กล่าวถึงความสำเร็จของอาเซียนในช่วง 50 ปีที่ผ่านมา โดยปฏิญญาอาเซียน (ASEAN Declaration หรือ Bangkok Declaration) ที่สถาปนาอาเซียนเมื่อวันที่ 8 สิงหาคม ค.ศ. 1967 ถือเป็นความสำเร็จทางการทูตที่สำคัญที่สุดในประวัติศาสตร์ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้  และได้แสดงวิสัยทัศน์ว่า  อาเซียนต้องมองไปในอนาคต โดยเน้นประเด็นสำคัญดังต่อไปนี้ (1) อาเซียนควรรวมตัวกันด้านเศรษฐกิจให้มากขึ้น และมุ่งให้อาเซียนเป็นตลาดสินค้าและบริการที่ขับเคลื่อนโดยระบบดิจิทัลมากที่สุด โดยใช้ประโยชน์จากข้อได้เปรียบในด้านประชากรและขุมพลังจากทักษะด้านเทคโนโลยีสารสนเทศของเยาวชน ปรับปรุงทักษะด้านเทคโนโลยีสารสนเทศของบุคคลในวิชาชีพต่างๆ รวมทั้งปรับปรุงระบบการศึกษาเพื่อเตรียมเยาวชนให้พร้อมกับงานในอนาคตก่อนที่ประชากรจะเข้าสู่สังคมสูงวัยในปี ค.ศ. 2025 (2) อาเซียนควรรักษาอัตราการเจริญเติบโตและเสถียรภาพทางเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง โดยร่วมมือกันดำเนินการตามข้อริเริ่มต่าง ๆ เช่น มาตรการภายใต้ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) และการเจรจาความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (RCEP)  (3) อาเซียนควรมีความร่วมมือรองรับปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติและการบริหารจัดการแรงงานที่เข้มแข็งขึ้น เนื่องจากเทคโนโลยีด้านสารสนเทศและการพัฒนาในประชาคมอาเซียนจะนำความก้าวหน้าและโอกาสต่างๆ มาสู่ประชาชนอาเซียนทำให้แรงงานและนักวิชาชีพมีแรงจูงใจที่จะย้ายถิ่นฐานมากขึ้น ซึ่งจะทำให้อาเซียนมีพลวัตแต่อาจมีปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติเพิ่มขึ้นด้วย และ (4) อาเซียนควรบริหารจัดการความสัมพันธ์กับภาคีภายนอกให้ดีเพื่อรักษาประสิทธิภาพของอาเซียนและบทบาทในการรักษาสมดุลในเวทีระหว่างประเทศโดยให้ความสำคัญกับความเป็นแกนกลางของอาเซียน

             กรมอาเซียนได้มอบธรรมนูญอาเซียนและเอกสารวิสัยทัศน์ประชาคมอาเซียน 2025 ฉบับภาษาเบรลล์ ให้แก่นาย Ong Keng Yong ด้วย

             ทั้งนี้ งานปาฐกถาพิเศษได้ถ่ายทอดแล้วที่  https://www.facebook.com/saranromradio

ในโอกาสเดียวกันนี้ กรมอาเซียนได้จัดกิจกรรมต่าง ๆ ได้แก่

          1. ในช่วงเช้าก่อนงานปาฐกถาพิเศษ กรมอาเซียนได้จัดการประชุมระดมสมองระหว่างผู้บริหาร กรมอาเซียนกับผู้แทนเครือข่ายนักวิชาการของไทย เพื่อหารือเกี่ยวกับบทบาทและทิศทางในอนาคตของ ASEAN University Network แผนการสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างสถาบันยุทธศาสตร์และ ความมั่นคงในไทย และระหว่างไทยกับประเทศสมาชิกอาเซียน และการส่งเสริมให้มีการศึกษาสถานการณ์ ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกในอีก 20 ปี โดยในช่วงท้าย นาย Ong Keng Yong ได้พบปะกับผู้แทนนักวิชาการ พร้อมทั้งให้มุมมองต่อวิสัยทัศน์และทิศทางในอนาคตของอาเซียน 

          2. การประชุมระดมสมองภายใต้หัวข้อ “Future Direction of ASEAN Plus Three Cooperation and the East Asia Economic community (EAEc) Idea: the Way Forward” โดยมีนายสุริยา จินดาวงษ์
อธิบดีกรมอาเซียนเป็นประธาน และเอกอัครราชทูต Yang Xiuping เลขาธิการศูนย์อาเซียน-จีน (ASEAN-China Centre – ACC) นาย Masataka Fujita เลขาธิการศูนย์อาเซียน-ญี่ปุ่น (ASEAN-Japan Centre – AJC) เอกอัครราชทูต Kim Young-sun เลขาธิการศูนย์อาเซียน-เกาหลี (ASEAN-Korea Centre – AKC) นาย Izuru Kobayashi, Chief Operating Officer สถาบันวิจัยเศรษฐกิจอาเซียนและเอเชียตะวันออก (Economic Research Institute for ASEAN and East Asia – ERIA) และผู้แทนหน่วยงานไทยที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมหารือและแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นเกี่ยวกับอนาคตของภูมิภาค โดยพิจารณาแนวทางความร่วมมือใหม่ ๆ เพื่อรับมือกับสถานการณ์โลกที่กำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในกรอบความร่วมมืออาเซียนบวกสาม อาทิ การจัดตั้งประชาคมเศรษฐกิจเอเชียตะวันออก (East Asia Economic community – EAEc) ซึ่งจะเป็นพลังขับเคลื่อนที่สำคัญของความร่วมมือในภูมิภาค และสนับสนุนบทบาทของไทยในการเป็นประธานอาเซียนในปี 2562

          ทั้งนี้ ในช่วงบ่ายได้มีการเข้าเยี่ยมคารวะนายวีระศักดิ์ ฟูตระกูล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศ โดยเอกอัครราชทูต Ong Keng Yong พร้อมด้วย เอกอัครราชทูต Yang Xiuping เลขาธิการศูนย์อาเซียน-จีน นาย Masataka Fujita เลขาธิการศูนย์อาเซียน-ญี่ปุ่น และเอกอัครราชทูต Kim Young-sun เลขาธิการศูนย์อาเซียน-เกาหลี โดยมีการหารือเกี่ยวกับทิศทางความร่วมมือของกรอบอาเซียนบวกสามในอนาคต โดยคำนึงถึงพัฒนาการที่สำคัญในภูมิภาค และการส่งเสริมประเด็นความเชื่อมโยง ซึ่งควรบูรณาการความร่วมมือด้านความเชื่อมโยงระหว่างอาเซียนและกรอบต่าง ๆ ในระดับภูมิภาคและอนุภูมิภาค รวมทั้งให้ข้อริเริ่มด้าน
ความเชื่อมโยงต่าง ๆ ที่มีอยู่ในภูมิภาคทำงานอย่างสอดคล้องกันมากยิ่งขึ้น

           อนึ่ง การจัดปาฐกถาพิเศษครั้งนี้เป็นครั้งที่ 3 ของกิจกรรม “The 50th Anniversary of ASEAN Special Lecture Series” ที่กระทรวงการต่างประเทศจะดำเนินการตลอดทั้งปี 2560 เพื่อเป็นเวทีที่เปิดกว้าง ให้แก่นักวิชาการและผู้เชี่ยวชาญได้แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ประสบการณ์ และวิสัยทัศน์เกี่ยวกับอาเซียน เพื่อร่วมกันกำหนดอนาคตของอาเซียน  เตรียมความพร้อมในแง่ของแนวความคิด และการขับเคลื่อน วิสัยทัศน์เพื่อให้เป็นประชาคมที่มีประชาชนเป็นศูนย์กลางอย่างแท้จริง และก้าวไปด้วยกัน โดยไม่ทิ้งใคร ไว้ข้างหลัง และสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ 20 ปีของประเทศไทย