ข่าวเด่น : เมื่อวันที่ 5 มกราคม 2561 ดาโต๊ะ ปาดูกา ลิม จ๊อก ฮอย สัญชาติบรูไน ได้เข้ารับตำแหน่งเลขาธิการอาเซียนคนที่ 14 ผลการประชุมที่เกี่ยวข้อง

ข่าวเด่น : เมื่อวันที่ 5 มกราคม 2561 ดาโต๊ะ ปาดูกา ลิม จ๊อก ฮอย สัญชาติบรูไน ได้เข้ารับตำแหน่งเลขาธิการอาเซียนคนที่ 14

ดาโต๊ะ ปาดูกา ลิม จ๊อก ฮอย เลขาธิการอาเซียนคนที่ 14

 

                      สมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หรืออาเซียน ก่อตั้งขึ้นโดยปฏิญญากรุงเทพ เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2510 โดยมีประเทศสมาชิกเริ่มต้น 5 ประเทศ คือ อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์  สิงคโปร์  และประเทศไทยเพื่อเป็นกลไลในการส่งเสริมความร่วมมือทางด้านการเมือง เศรษฐกิจ และสังคมวัฒนธรรมของประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ต่อมามีประเทศสมาชิกเพิ่มเติม ได้แก่ บรูไนดารุส-ซาลาม เวียดนาม สปป. ลาว เมียนมา และกัมพูชา ตามลำดับ จึงทำให้ปัจจุบันอาเซียนมีประเทศสมาชิกทั้งหมด  10  ประเทศ โดยมีที่ทำการอยู่ที่กรุงจาร์ตา ประเทศอินโดนีเซียภายใต้ชื่อ สำนักงานเลขาธิการอาเซียน

                        ตามเจตนารมณ์ของกฎบัตรอาเซียน กำหนดให้เลขาธิการอาเซียนมีวาระการดํารงตําแหน่งห้าปีและไม่สามารถต่ออายุได้ และเป็นการคัดเลือกบนพื้นฐานของการหมุนเวียนตามลําดับตัวอักษร โดยคํานึงถึงคุณสมบัติที่เหมาะสม อาทิ ความซื่อสัตย์สุจริต ความสามารถ รวมถึงประสบการณ์ทางวิชาชีพ และความเท่าเทียมกันทางเพศของผู้ที่ถูกเสนอชื่อเข้ารับตำแหน่ง โดยเมื่อวันที่ 5 มกราคม 2561 สำนักงานเลขาธิการอาเซียนได้จัดพิธีส่งมอบตำแหน่งเลขาธิการอาเซียนให้แก่ ดาโต๊ะ ปาดูกา ลิม จ๊อก ฮอย (Dato  Paduka Lim Jock Hoi) สัญชาติบรูไน ต่อจากนายเล เลือง มินห์ (Le Luong Minh) สัญชาติเวียดนาม ซึ่งได้ดำรงตำแหน่งเลขาธิการอาเซียนระหว่างปี 2556-2560 โดยนายเล เลือง มินห์ ดำรงตำแหน่งเลขาธิการอาเซียนคนที่ 13 ต่อจาก ดร. สุรินทร์ พิศสุวรรณ

                           ดาโต๊ะ ปาดูกา ลิม จ๊อก ฮอย เลขาธิการอาเซียนคนที่ 14 เคยดำรงตำแหน่งเป็นปลัดกระทรวงการต่างประเทศและการค้าของบรูไนดารุสซาลาม มองว่า ปัจจุบันอาเซียนได้พัฒนาตนเองไปสู่การเป็นหนึ่งในตัวแสดง (actor) ที่สำคัญในเวทีระหว่างประเทศ โดยเฉพาะด้านเศรษฐกิจ ด้วยเหตุนี้ ดาโต๊ะ ปาดูกา ลิม จ๊อก ฮอย จึงมีแนวคิดว่าการดำเนินงานของอาเซียนในอนาคตควรจะเน้นความมุ่งมั่นในการรวมตัวกันอย่างแข็งขัน โดยมีประชาชนเป็นศูนย์กลาง ต้องสร้างความเข้มแข็งของภูมิภาคอาเซียน เพื่อให้พร้อมรับมือต่อความท้าทายที่อาจจะเกิดขึ้นจากโลกภายนอก โดยเฉพาะแนวทางการจัดการต่อภัยธรรมชาติ เพราะอาเซียนเป็นภูมิภาคที่มีความเสี่ยงต่อภัยพิบัติทางธรรมชาติ (disaster-prone area) โดยเห็นได้จากเมื่อเดือนธันวาคม 2560 ที่พายุโซนร้อนเทมบิน (Tembin) พัดถล่มทางตอนใต้ของฟิลิปปินส์ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตหลายร้อยคน และสร้างความเสียหายให้กับทรัพย์สินของประชาชนเป็นอย่างมาก รวมถึงการพัฒนาอาเซียนให้ก้าวให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงทางด้านเทคโนโลยีที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว และการสร้างความเข้มแข็งด้านวิชาการและการวิจัยให้กับสำนักงานเลขาธิการอาเซียน

                            สำหรับนายเล เลือง มินห์ ตลอดระยะเวลาของการดำรงตำแหน่ง ได้เน้นให้อาเซียนดำเนินกิจกรรมที่มีประชาชนเป็นศูนย์กลาง (People-Centered) การเร่งสร้างความรู้ความเข้าใจและสร้างความรู้สึกเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันระหว่างประชาชน ซึ่งถือเป็นหนึ่งในหัวใจสำคัญของอาเซียน และให้ความสำคัญกับหลักการความเป็นแกนกลางของอาเซียน (ASEAN Centrality) ซึ่งทวีความสำคัญมากขึ้นเรื่อยๆ ท่ามกลางบริบทความเปลี่ยนแปลงทั้งในระดับภูมิภาคและระดับโลกในปัจจุบัน รวมไปถึงความสำคัญของการพัฒนาบุคลากรของสำนักเลขาธิการอาเซียนให้มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทางเพื่อจะได้วิเคราะห์ข้อมูลและวางนโยบายให้มีความทันต่อสถานการณ์ ซึ่งผลงานที่สำคัญและเป็นก้าวสำคัญของอาเซียนในช่วงการดำรงตำแหน่งของนายเล เลือง มินห์ ได้แก่ การเตรียมความพร้อมของอาเซียนและประเทศสมาชิกเพื่อเข้าสู่การเป็นประชาคมอาเซียน (ASEAN Community) เมื่อปี 2558 และ การจัดกิจกรรมเนื่องในโอกาสครบรอบ 50 ปีแห่งการก่อตั้งอาเซียนเมื่อปี 2560

                             ทั้งนี้ นายเล เลือง มินห์ และดาโต๊ะ ปาดูกา ลิม จ๊อก ฮอย ต่างก็มีแนวคิดที่คล้ายคลึงกันสำหรับอนาคตของอาเซียนว่า ควรเน้นการมีประชาชนเป็นศูนย์กลาง การเตรียมความพร้อมของอาเซียนและประเทศสมาชิกในการรับมือต่อความท้าทายจากสภาพการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปของโลกภายนอก และการเสริมสร้างศักยภาพของสำนักงานเลขาธิการอาเซียน โดยดาโต๊ะ ปาดูกา ลิม จ๊อก ฮอย มุ่งเน้นให้อาเซียนเป็นองค์กรที่มีความเป็นมืออาชีพ (professionalism)  ดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ ที่เป็นรูปธรรมและจับต้องได้ และมีการนำเทคโนโลยีใหม่ ๆ มาประยุกต์ใช้ในการทำงานมากขึ้น เช่น การพัฒนาระบบการประชุมทางไกล (video conference) การตอบสนองต่อเหตุการณ์ภายในภูมิภาคอย่างทันท่วงที การสร้างนวัตกรรมใหม่ ๆ เพื่อลดการใช้กระดาษในการประสานงานภายในองค์กร รวมไปถึงการใช้สื่อสังคมออนไลน์ในการเผยแพร่ข่าวสารของสำนักงานเลขาธิการอาเซียน เป็นต้น เพื่อบรรลุเป้าหมายวิสัยทัศน์ประชาคมอาเซียน ค.ศ. 2025 ที่มีประชาชนเป็นศูนย์กลางโดยไม่ทอดทิ้งใครไว้ข้างหลัง

                              สำหรับประเทศไทย เคยได้รับเกียรติให้ดำรงตำแหน่งเลขาธิการอาเซียนมาแล้ว 2 ครั้ง คือ  ดร. แผน วรรณเมธี  (ระหว่างวันที่ 16 กรกฎาคม 2527 – 15 กรกฎาคม 2529) และ ดร. สุรินทร์ พิศสุวรรณ (ระหว่างวันที่  1 มกราคม 2551 – 31 ธันวาคม 2555)

 

 

**********************

 

สำนักเลขานุการกรม กรมอาเซียน

มกราคม 2561