ASPA UPDATE : ความร่วมมือกับประเทศในลาตินอเมริกาในการแก้ไขปัญหาการทำการประมงผิดกฎหมาย News

ASPA UPDATE : ความร่วมมือกับประเทศในลาตินอเมริกาในการแก้ไขปัญหาการทำการประมงผิดกฎหมาย

              เมื่อวันที่ 21 – 28 เมษายน 2560 ประธานคณะอนุกรรมการตรวจสอบและติดตามการใช้กฎหมาย
ศูนย์บัญชาการแก้ไขปัญหาการทำการประมงผิดกฎหมาย (ศปมผ.) (พลตำรวจโท จารุวัฒน์ ไวศยะ)  ได้นำคณะเดินทางเยือนรัฐพหุชนชาติแห่งโบลิเวีย เพื่อริเริ่มความร่วมมือที่เป็นรูปธรรมในการแก้ไขปัญหาทำการประมงผิดกฎหมาย ร่วมกับรัฐบาลโบลิเวีย สืบเนื่องจากกรณีที่มีเรือประมงผิดกฎหมาย ซึ่งอ้างสัญชาติโบลิเวียเข้าเทียบท่าในประเทศไทย จำนวน 9 ลำ เมื่อปี 2559

             กรมอเมริกาและแปซิฟิกใต้และสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงลิมา ได้ประสานงานกับรัฐบาลโบลิเวียเพื่อจัดทำนัดหมายให้แก่คณะของ ศปมผ. และร่วมเดินทางเยือนโบลิเวีย เพื่ออำนวยความสะดวกและเป็นล่ามภาษาสเปนให้แก่คณะรวมถึงเข้าร่วมการพบหารือกับกระทรวงกลาโหมแห่งโบลิเวีย ซึ่งเป็นหน่วยงานต้นสังกัดของสำนักงานที่ดูแลด้านการประมงทางทะเลและการจดทะเบียนเรือของโบลิเวีย  

             การหารือกับฝ่ายโบลิเวียครั้งนี้เป็นโอกาสให้หน่วยงานของไทยได้พัฒนาความร่วมมือกับฝ่ายโบลิเวียในด้านการแก้ไขปัญหาการทำการประมงผิดกฎหมายเป็นครั้งแรก ซึ่งจะนำไปสู่ความร่วมมือที่ใกล้ชิดยิ่งขึ้นในอนาคต ตลอดจนเป็นการเสริมสร้างพันธมิตรและเครือข่ายด้านการแก้ไขปัญหาการทำการประมงผิดกฎหมายของไทยกับประเทศในภูมิภาคลาตินอเมริกา  นอกจากนี้ ยังเป็นการแสดงให้เห็นว่าทั้งสองประเทศมีเป้าหมายในการแก้ไขปัญหาการทำการประมงผิดกฎหมายร่วมกัน รวมถึงเป็นโอกาสที่ทำให้ไทยได้แสดงให้ฝ่ายโบลิเวียและนานาชาติเห็นถึงความตั้งใจจริงในการแก้ไขปัญหาดังกล่าวและความพร้อมของฝ่ายไทยที่จะร่วมมือกับต่างประเทศเพื่อจัดการกับปัญหาการทำการประมงผิดกฎหมายอย่างจริงจัง

             ในการหารือครั้งนี้ กระทรวงกลาโหมของโบลิเวียได้ยืนยันว่าเรือที่อ้างสัญชาติโบลิเวียทั้ง 9 ลำดังกล่าว ไม่ใช่เรือที่จดทะเบียนกับทางการโบลิเวีย และได้ให้ความร่วมมือกับฝ่ายไทยอย่างเต็มที่ในการให้ข้อมูลที่เกี่ยวข้องอย่างเปิดเผย ตรงไปตรงมา ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า โบลิเวียเองก็ให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาดังกล่าวไม่น้อยไปกว่าไทย  ความร่วมมือในการต่อต้านการทำการประมงผิดกฎหมาย จึงเป็นอีกสาขาหนึ่งที่ไทยกับโบลิเวียจะร่วมมือกันทั้งในกรอบทวิภาคีและพหุภาคี เพื่อแก้ไขปัญหาที่เกิดจากการทำการประมงผิดกฎหมายและสร้างความยั่งยืนให้กับทรัพยากรทางทะเลที่ทุกฝ่ายจะได้ใช้ประโยชน์ร่วมกัน

             โบลิเวียเป็นประเทศที่ตั้งอยู่ทางตอนกลางของทวีปอเมริกาใต้ ปกครองด้วยระบอบสาธารณรัฐ มีประธานาธิบดีเป็นประมุขของประเทศ ปัจจุบัน โบลิเวียมีจำนวนประชากรประมาณ 12 ล้านคน ซึ่งหลากหลายไปด้วยเชื้อชาติ อาทิ ไอมารา เกชัว อันเป็นที่มาของชื่อทางการของประเทศ “รัฐพหุชนชาติแห่งโบลิเวีย”  นอกจากนี้ ความพิเศษของโบลิเวียประการหนึ่งคือ มีเมืองหลวงตามกฎหมายคือ กรุงซูเคร (Sucre) แต่สถานที่ทำการสำคัญของรัฐบาลกลับตั้งอยู่ที่กรุงลาปาซ  (La Paz) ซึ่งมีความสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 3,600 เมตร ในทางปฏิบัติ กรุงลาปาซจึงเป็นศูนย์กลางกิจกรรมทั้งทางการเมือง เศรษฐกิจและสังคมของชาวโบลิเวีย

             ในอดีต โบลิเวียเคยมีทางออกสู่มหาสมุทรแปซิฟิก แต่ต้องสูญเสียพื้นที่ดังกล่าวให้ชิลีจากการแพ้สงคราม (War of the Pacific) เมื่อต้นศตวรรษที่ 20 และประเด็นดังกล่าวยังคงสร้างความบาดหมางระหว่างโบลิเวียกับชิลีจนถึงปัจจุบัน  แม้ว่าโบลิเวียจะไม่มีพื้นที่ติดทะเลแล้ว  แต่ด้วยประวัติศาสตร์ที่กล่าวมาก็เป็นปัจจัยที่ทำให้รัฐบาลโบลิเวียให้ความสำคัญกับการเข้าไปมีบทบาทในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับทะเล ในเวทีระหว่างประเทศอยู่เสมอ ซึ่งก็รวมถึงความร่วมมือภายใต้กรอบองค์การกิจการทางทะเลระหว่างประเทศ (International Maritime Organization – IMO) ด้วย

 

          

                                                        **************************

                                                                                                                        น.ส. ประภาศรี เจตทรงกุล
                                                                                                                              นักการทูตชำนาญการ
                                                                                           กองลาตินอเมริกา กรมอเมริกาและแปซิฟิกใต้
                                                                                                                                     พฤษภาคม 2560