ASPA UPDATE : กรมอเมริกาฯ นำคณะผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับแหล่งโบราณคดีไปศึกษาดูงาน และหารือแนวทางความร่วมมือกับหน่วยงานด้านโบราณคดีระดับโลกในสหรัฐฯ News

ASPA UPDATE : กรมอเมริกาฯ นำคณะผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับแหล่งโบราณคดีไปศึกษาดูงาน และหารือแนวทางความร่วมมือกับหน่วยงานด้านโบราณคดีระดับโลกในสหรัฐฯ

          เมื่อวันที่ 29 มกราคม - 2 กุมภาพันธ์ 2561 กรมอเมริกาและแปซิฟิกใต้ได้นำคณะผู้เชี่ยวชาญด้านแหล่งโบราณคดีบ้านเชียง ประกอบด้วย น.ส. เบญจพร สารพรหม ผู้อำนวยการพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติบ้านเชียง      จ. อุดรธานี และ ดร. ภีร์ เวณุนันทน์ อาจารย์ภาควิชาโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร ไปเรียนรู้และหารือแนวทางความร่วมมือระหว่างกรมศิลปากรและมหาวิทยาลัยศิลปากร กับหน่วยงานโบราณคดีของสหรัฐฯ ได้แก่ Museum of Natural History และ Freer Sackler Gallery แห่งสถาบันสมิธโซเนียน และ Institute for Southeast Asian Archaeology (ISEAA) แห่งมหาวิทยาลัยเพนซิลเวเนีย

           

          การดำเนินกิจกรรมดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของ “โครงการส่งเสริมความร่วมมือทางวิชาการด้านโบราณคดีเกี่ยวกับแหล่งโบราณคดีบ้านเชียง” ซึ่งกรมอเมริกาและแปซิฟิกใต้ได้ริเริ่มฟื้นฟู เนื่องจากในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา มหาวิทยาลัยเพนซิลเวเนีย ซึ่งมีความร่วมมือกับกรมศิลปากรในเรื่องดังกล่าวมาตั้งแต่ช่วงปี 2517-2518 และมีความเชี่ยวชาญด้านโบราณคดีในเอเชียอาคเนย์ ได้ถูกปรับลดงบประมาณอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ กระทรวง      การต่างประเทศยังเห็นโอกาสของการสร้างช่องทางติดต่อใหม่กับหน่วยงานภายใต้สถาบันสมิธโซเนียน เพื่อหน่วยงานโบราณคดีของไทยจะได้เรียนรู้วิทยาการและรับทราบมุมมองเชิงเปรียบเทียบกับภูมิภาคอื่นในประเด็นที่กำลังศึกษาวิจัยอยู่ โดยการนำจุดแข็งของต่างประเทศมายกระดับขีดความสามารถของไทยถือเป็นพันธกิจสำคัญประการหนึ่งของกระทรวงการต่างประเทศ และกรมอเมริกาและแปซิฟิกใต้

          ผู้เชี่ยวชาญไทยได้มีส่วนร่วมอย่างแข็งขันในการหารือกับสถาบันสมิธโซเนียนและ ISEAA โดยได้นำเสนอข้อมูลพัฒนาการเกี่ยวกับการศึกษาวิจัยด้านโบราณคดีในไทย อาทิ ผลการขุดสำรวจแหล่งโบราณคดีบ้านเชียงโดยกรมศิลปากรครั้งล่าสุด (ปี 2553) ซึ่งยังไม่เป็นที่รับทราบในทางระหว่างประเทศมากนัก และโครงการต่าง ๆ เช่น ห้องปฏิบัติการวิทยาศาสตร์โบราณคดีที่มหาวิทยาลัยศิลปากร ศูนย์วิจัยด้านโบราณคดีที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติบ้านเชียง และคลังกลางเก็บโบราณวัตถุ ที่ จ. ปทุมธานี รวมทั้งได้สอบถามความเห็นของฝ่ายสหรัฐฯ ในประเด็นต่าง ๆ ซึ่งทำให้ได้รับทราบประเด็นท้าทายร่วมกันด้วย อาทิ การจัดทำแม่แบบ (template) สำหรับจัดเก็บข้อมูลที่ได้จากการขุดสำรวจเพื่อสามารถสืบค้นข้อมูลได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ และการกำหนดชั้นความลับสำหรับข้อมูลที่สามารถเปิดเผยให้กับสาธารณะเพื่อป้องกันการใช้ข้อมูลในทางที่ผิด อาทิ การลักลอบขายโบราณวัตถุ               

            

       นอกจากนี้ คณะได้เยี่ยมชมห้องปฏิบัติการชั้นนำระดับโลกของหน่วยงานทั้งสอง และเรียนรู้การใช้เทคโนโลยีขั้นสูงในการวิจัยเชิงลึก อาทิ เครื่องสังเคราะห์สารพันธุกรรมสำหรับศึกษาโครงกระดูกโบราณ กล้องจุลทรรศน์ความละเอียดสูงสำหรับศึกษาเศษโลหะและซากพืช และกล้องถ่ายภาพ 3 มิติสำหรับศึกษาเครื่องปั้นดินเผาโบราณ (ลวดลาย เทคนิคการปั้น ฯลฯ) ซึ่งการเยี่ยมชมสถานที่ดังกล่าวนับเป็นการอนุญาตเป็นกรณีพิเศษโดยการผลักดันของกระทรวงการต่างประเทศเพื่อเชื่อมโยงความร่วมมือที่เป็นประโยชน์ให้กับหน่วยงานไทยที่เกี่ยวข้อง

          ในการนี้ สถาบันสมิธโซเนียนและ ISEAA ได้แสดงความพร้อมที่จะร่วมมือขั้นต่อไปกับฝ่ายไทยเพื่อ      (1) สานต่อและเสริมความร่วมมือเกี่ยวกับแหล่งโบราณคดีบ้านเชียงโดยใช้วิทยาการสมัยใหม่ในการศึกษาวิจัยเพิ่มเติมในเชิงกว้างและเชิงลึก อาทิ การกำหนดอายุเครื่องปั้นดินเผาและโลหะ การศึกษาโครงกระดูกสัตว์ และ (2) การเพิ่มความร่วมมือในสาขาใหม่ ๆ อาทิ การบริหารจัดการพิพิธภัณฑ์ และการทำฐานข้อมูลดิจิตอล โดยทั้งสองฝ่ายกำลังพิจารณารูปแบบความร่วมมือที่เป็นไปได้ อาทิ โครงการแลกเปลี่ยนนักวิจัยระยะสั้น การจัดหลักสูตรฝึกอบรมให้กับนักโบราณคดีและภัณฑารักษ์ของไทย เป็นต้น ซึ่งกรมอเมริกาและแปซิฟิกใต้จะได้ติดตามผลักดันให้เกิดความก้าวหน้าและผลสำเร็จที่เป็นรูปธรรมต่อไป