เกาะกระแสเศรษฐกิจ : สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเวลลิงตัน ร่วมกับ True Cooperation ตั้งเป้านำเทคโนโลยีจากนิวซีแลนด์ช่วยเกษตรกรไทย News

เกาะกระแสเศรษฐกิจ : สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเวลลิงตัน ร่วมกับ True Cooperation ตั้งเป้านำเทคโนโลยีจากนิวซีแลนด์ช่วยเกษตรกรไทย

    เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2560 เวลา 14.00 น. นายมาริษ เสงี่ยมพงษ์ เอกอัครราชทูต ณ กรุงเวลลิงตัน นำนาย Ross Hyland ผู้บริหารบริษัท Hampton Venture Partners เข้าพบกับนายศุภชัย เจียรวนนท์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ และประธานคณะผู้บริหาร บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น ดร.ธีระพล ถนอมศักดิ์ยุทธ หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านนวัตรกรรม และความยั่งยืน ดร.สารสิน วีระผล รองกรรมการผู้จัดการใหญ่บริหาร เครือเจริญโภคภัณฑ์ โดยได้หารือกันในเรื่องการร่วมลงทุนระหว่าง บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่นกับ บริษัท Hampton Venture Partners ในการสร้าง Data Platform ฐานข้อมูลร่วมสำหรับให้บริการกับเกษตรกร เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการเพิ่มทักษะ และการเรียนรู้วิทยาการสมัยใหม่สำหรับบริหารจัดการพื้นที่เกษตรกรรม เพิ่มคุณภาพ และผลผลิตทางการเกษตร Data Platform ฐานข้อมูลร่วมเป็นนวัตกรรมสำคัญของนิวซีแลนด์  ที่ทำให้ภาคการเกษตรของประเทศเจริญก้าวหน้า สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับประเทศ โดยมี Front-End Office ช่วยเก็บรวบรวมข้อมูลดิบจากพื้นที่เกษตรกรรมด้วยระบบดิจิตอลแล้วป้อนให้กับ Back-End Office ซึ่งมีระบบอิเล็กทรอนิกส์ และผู้เชี่ยวชาญด้านการบริหารข้อมูลทำการคัดกรอง แยกแยะ และจัดหมวดหมู่ทำการวิเคราะห์ด้วยหลักวิชาการสมัยใหม่ และประยุกต์ใช้เป็นข้อแนะนำให้กับเกษตรกรเกี่ยวกับคุณภาพ  และปริมาณของผลผลิต ประสิทธิภาพของการปฏิบัติงาน การแก้ไขปรับปรุง การเตือนภัย การป้องกันโรคพืช/โรคสัตว์ Data Platform จะสร้างโอกาสให้เกษตรกรได้เรียนรู้เทคโนโลยีที่ทันสมัยด้วยตนเอง เพิ่มทักษะในการบริหารจัดการพื้นที่ และวิทยาการด้านการเกษตร เพิ่มพูลผลผลิต และคุณภาพการเกษตร ในอดีตยังไม่มีหน่วยงานใดเข้าไปช่วยเหลือเกษตรกรในการใช้นวัตกรรมที่ทันสมัยเพื่อเพิ่มทักษะ และสร้างความรู้ให้เกษตรกรอย่างเป็นระบบ การขาดนวัตกรรมในภาคการเกษตรทำให้เกษตรกรตกอยู่ในมุมอับ ขาดทักษะ และความรู้ในการพัฒนาตนเอง ไม่สามารถที่จะมีส่วนแบ่งในห่วงโช่มูลค่าได้อย่างยุติธรรม
              สถานเอกอัครราชทูตฯ หวังว่าเทคโนโลยีการบริหารจัดการข้อมูลของ บริษัท Hampton Venture Partners จะเป็นครั้งแรกที่ใช้นวัตกรรมขับเคลื่อนผลผลิตทางการเกษตรได้อย่างจริงจัง และทำให้ Thailand 4.0 พัฒนาขึ้นได้ในทุกภาคส่วนของการผลิต ทั้งภาคเกษตรกรรม และอุตสาหกรรม นำไปสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืนของประเทศ