เกาะกระแสเศรษฐกิจ : คณะนักธุรกิจมลรัฐออริกอนพบหารือผู้แทนสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) News

เกาะกระแสเศรษฐกิจ : คณะนักธุรกิจมลรัฐออริกอนพบหารือผู้แทนสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI)

           เมื่อวันที่ ๗ มิ.ย. ๒๕๖๑ กงสุลใหญ่  ณ นครลอสแอนเจลิส และหน่วยงานมลรัฐออริกอน นำคณะนักธุรกิจด้านเทคโนโลยีสีเขียวและพลังงานสะอาดจากออริกอนและสื่อมวลชนจากนิตยสาร Oregon Business เข้าพบหารือกับนางพรรณี เช็งสุทธา ที่ปรึกษาด้านการลงทุน ระดับเชี่ยวชาญ ที่ศูนย์ One Start One Stop Investment Center (OSOS) BOI อาคารจัตุรัสจามจุรี สรุปได้ ดังนี้

           ผู้แทน BOI บรรยายสรุปเรื่อง ๑) ภาพรวมเศรษฐกิจไทย ซึ่งในปีนี้คาดว่า GDP จะโตถึงร้อยละ ๔.๘ และนโยบายต่าง ๆ ของรัฐบาล โดยเฉพาะ “ประเทศไทย ๔.๐” และโครงการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC)

           ๒) สถิติการลงทุนของสหรัฐฯ ในประเทศไทยผ่าน BOI ขยายตัวอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี ๒๕๕๘ ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในหมวดอุปกรณ์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ บริการ อุปกรณ์โลหะและเครื่องจักร และเคมีภัณฑ์ เป็นต้น

          ๓) ความน่าลงทุนในประเทศไทย โดยเฉพาะการเก็บภาษีเงินได้ต่ำที่สุดเป็นอันดับ ๒ ในอาเซียน และความสะดวกในการทำธุรกิจ (ease of doing business) ซึ่งไทยปรับขึ้นจากปีที่ผ่านมาเกือบ ๒๐ อันดับ มาอยู่ที่อันดับ ๒๗ ในปี ๒๕๖๐

          ๔) ภารกิจของ BOI และนโยบายส่งเสริมการลงทุนจากต่างประเทศ ตลอดจนสิทธิพิเศษ (incentives) ต่าง ๆ ที่นักลงทุนจะได้รับ ทั้งในแง่ภาษีและที่ไม่ใช่ภาษี โดยพิจารณาจากพื้นที่ที่ตั้งกิจการ (area-based) และจากเทคโนโลยีที่ใช้ (technology-based)

          ๕) แนวโน้มตลาดพลังงานในประเทศไทย โดยเฉพาะพลังงานทางเลือก ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นพลังแสงอาทิตย์ พลังน้ำ และชีวมวล ส่วนการเปลี่ยนขยะให้เป็นพลังงาน (waste to energy) นั้นยังอยู่ในระดับต่ำเนื่องจากมีค่าใช้จ่ายสูง แต่ยังมีโอกาสเติบโตได้อีกมากในอนาคต

          ๖) Smart Visa ซึ่งเป็นนโยบายของรัฐบาลเพื่อดึงดูดผู้เชี่ยวชาญ นักลงทุน ผู้บริหาร และผู้ประกอบธุรกิจสตาร์ทอัพจากต่างประเทศ ให้เข้าไปทำงานในประเทศไทยในอุตสาหกรรมหลัก ๑๐ สาขา (S-curve industries) ซึ่งสถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลใหญ่ไทยทั่วโลกพร้อมให้บริการ

          คณะนักธุรกิจสหรัฐฯ สนใจสอบถามเรื่องการถือหุ้นของต่างชาติ มาตรการส่งเสริมขีดความสามารถในการแข่งขัน (competitive enhancement measures) และการปกป้องทรัพย์สินทางปัญญา ซึ่งผู้แทน BOI แจ้งว่า นักลงทุนต่างชาติสามารถถือหุ้นได้ถึงร้อยละ ๑๐๐ ในธุรกิจที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุนจาก BOI ส่วนธุรกิจที่จะได้รับสิทธิพิเศษในการส่งเสริมขีดความสามารถในการแข่งขัน ต้องเป็นธุรกิจที่ใช้เทคโนโลยีใหม่ที่ไม่เคยมีมาก่อน ซึ่งปัจจุบัน ไทยมีกฎหมายปกป้องทรัพย์สินทางปัญญาที่มีประสิทธิภาพและมีหน่วยงานที่ดูแลเรื่องดังกล่าวโดยเฉพาะ (กรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์)

          กงสุลใหญ่ฯ แจ้งว่า เหตุการณ์ทางการเมืองในประเทศไทยเมื่อหลายปีก่อนไม่มีเป้าหมายที่ธุรกิจต่างประเทศ ในขณะที่เหตุการณ์ในบางประเทศมีเป้าหมายที่บริษัทต่างประเทศ นอกจากนี้ ทีมประเทศไทยประกอบด้วยสำนักงาน BOI สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ สำนักงานที่ปรึกษาทางการเกษตร และสถานกงสุลใหญ่ ณ นครลอสแอนเจลิส พร้อมช่วยประสานงานและให้ข้อมูลเพิ่มเติมแก่คณะนักธุรกิจมลรัฐออริกอนในการส่งเสริมการค้าการลงทุนกับไทย

          นักลงทุนที่สนใจสามารถดูข้อมูลรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.boi.go.th และ http://osos.boi.go.th