ความสัมพันธ์

ข้อมูลความสัมพันธ์ทวิภาคี : ไทย - ปารากวัย

๑.   ความสัมพันธ์ทั่วไป

      ไทยและปารากวัยสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างกันเมื่อวันที่ ๑๗ ธันวาคม ๒๕๐๕ (ครบ ๕๕ ปี ในปี ๒๕๖๐) ไทยมีสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงบัวโนสไอเรส ซึ่งมีเขตอาณาครอบคลุมปารากวัย นอกจากนี้ รัฐบาลไทยได้แต่งตั้งให้นางวิเวียน รันฮิลด์ อยาลา (Vivian Ragnhild Ayala) รองกงสุลกิตติมศักดิ์ ณ กรุงอะซุนซิออง ปฏิบัติหน้าที่หัวหน้าสถานทำการกงสุลเป็นการชั่วคราว มาจนถึงปัจจุบัน ภายหลังที่นายเนลสัน อยาลา โคเซียน (Nelson Ayala Cocian) กงสุลใหญ่กิตติมศักดิ์ ณ กรุงอะซุนซิออง (สามี) ถึงแก่กรรมเมื่อปี ๒๕๕๑ ในขณะที่รัฐบาลสาธารณรัฐปารากวัยได้มอบหมายให้สถานเอกอัครราชทูตปารากวัยประจำอินเดียมีเขตอาณาครอบคลุมประเทศไทย
 

๒.  การค้า

ในปี ๒๕๕๙ ไทยและปารากวัยมีปริมาณการค้ารวม ๗๘.๒๒ ล้านดอลลาร์สหรัฐ                 โดยคิดเป็นการส่งออกจากไทย ๒๓.๑๑ ล้านดอลลาร์สหรัฐ และการนำเข้าของไทยจากปารากวัย ๕๕.๑๑ ล้านดอลลาร์สหรัฐ  โดยไทยเสียดุลทางการค้า ๓๒.๐๐ ล้านดอลลาร์สหรัฐ

สินค้าส่งออกที่สำคัญของไทยไปปารากวัย ได้แก่ รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ อาหารทะเลกระป๋องและแปรรูป เครื่องรับวิทยุโทรทัศน์และส่วนประกอบ ผลิตภัณฑ์ยาง ผลิตภัณฑ์พลาสติก และสินค้านำเข้าที่สำคัญจากปารากวัย  ได้แก่ พืชและผลิตภัณฑ์จากพืช  สัตว์และผลิตภัณฑ์จากสัตว์ เหล็ก เหล็กกล้าและผลิตภัณฑ์ สินแร่โลหะอื่น ๆ เศษโลหะและผลิตภัณฑ์
และเครื่องจักรกลและส่วนประกอบ 
 

๓.  สังคมและวัฒนธรรม

                สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงบัวโนสไอเรส ได้ดำเนินโครงการเพื่อส่งเสริมความสัมพันธ์ด้านสังคมและวัฒนธรรมระหว่างไทยกับปารากวัย อาทิ โครงการส่งเสริมภาพลักษณ์ประเทศไทยในอุรุกวัยและปารากวัย ระหว่างวันที่ ๔ - ๑๔ เมษายน ๒๕๕๙ เป็นต้น นอกจากนี้ ในปี ๒๕๖๐ สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงบัวโนสไอเรส จะร่วมมือกับมหาวิทยาลัยแห่งชาติอะซุนซิออง (Universidad Nacional de Asunción) ดำเนินโครงการ Thailand Corner แห่งแรกในปารากวัย 

๔. ความร่วมมือทางวิชาการ

              ระหว่างปี ๒๕๕๔ – ๒๕๕๙ รัฐบาลไทย โดยกรมความร่วมมือระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ ได้มอบทุนเข้าร่วมการฝึกอบรมหลักสูตรนานาชาติประจำปี
(Annual International Training Courses – AITC) ให้ผู้แทนจากปารากวัยรวม ๑๐ คน  และระหว่างปี ๒๕๕๗ – ๒๕๕๙ มีผู้แทนจากปารากวัยเข้าร่วมโครงการบัวแก้วสัมพันธ์ ซึ่งจัดโดยกรมความร่วมมือระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ รวม ๔ คน