เปิดม่านความคิด : สินค้าไทยที่มีศักยภาพในมาเลเซีย เปิดม่านความคิด : รวมบทความทางเศรษฐกิจที่น่าสนใจ

เปิดม่านความคิด : สินค้าไทยที่มีศักยภาพในมาเลเซีย

สินค้าไทยที่มีศักยภาพในมาเลเซีย


สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์
กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ
ไปรษณีย์อิเล็คทรอนิคส์ thaikula@mfa.go.th หรือ interecon02@mfa.go.th


            สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ เสนอสินค้าไทย ที่มีศักยภาพในการส่งออกสู่ตลาดมาเลเซีย ๔ รายการ ได้แก่  รถยนต์และชิ้นส่วนอุปกรณ์รถยนต์   ยางพารา ข้าว และ น้ำตาล  เพื่อตั้งเป้าหมายผลักดันส่งเสริมให้เป็นรูปธรรม

            เริ่มที่สินค้ารถยนต์และชิ้นส่วนอุปกรณ์รถยนต์  มีมูลค่าการส่งออกในระยะ 5 เดือนแรกของปี 2555 เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปี 2554 ร้อยละ 9.7 สำหรับในปี 2555 ยอดขายรถยนต์ในมาเลเซียและการผลิตรถยนต์ในมาเลเซียน่าจะขยายตัว ซึ่งจะทำให้มาเลเซียนำเข้ารถยนต์และชิ้นส่วนอุปกรณ์รถยนต์จากไทยมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้แนวทางการผลักดันสามารถทำได้โดยการสร้างความเชื่อมั่นให้กับกลุ่มผู้นำเข้ารถยนต์และชิ้นส่วนอุปกรณ์รถยนต์ถึงการฟื้นตัวของการผลิตและอุตสาหกรรมรถยนต์ในไทย รวมถึงนโยบายป้องกันน้ำท่วมของรัฐบาลและภาคอุตสาหกรรมไทยเพื่อป้องกันผลกระทบต่อการผลิตรถยนต์ของไทยในอนาคต

            ยางพารา เป็นสินค้าเกษตรที่มีความสำคัญที่สุดที่ไทยส่งออกไปยังมาเลเซีย ปัจจุบัน แม้ว่ามาเลเซียจะลดพื้นที่ปลูกยางพาราเพื่อนำพื้นที่ไปปลูกปาล์มน้ำมันหรือสินค้าเกษตรอื่น แต่ก็ยังคงมีอุตสาหกรรม
แปรรูปยางพาราที่สำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการผลิตถุงมือทางการแพทย์ ซึ่งมาเลเซียเป็นผู้ผลิตอันดับ 1 ของโลก ทำให้ความจำเป็นที่ต้องนำเข้ายางพาราจากไทย โดยแนวทางการผลักดันสามารถทำได้โดยการสร้างความเชื่อมั่นกับผู้นำเข้าชาวมาเลเซียเพื่อรักษาตลาดการส่งออกยางพาราไปมาเลเซีย ในขณะเดียวกันในฐานะที่ไทยและมาเลเซีย(และอินโดนีเซีย) เป็นผู้นำในการผลิตยางพาราของโลก รัฐบาลของทั้งสามประเทศจึงควรร่วมมือกันในการผลักดันให้ราคายางพาราอยู่ในระดับที่เหมาะสม

            ข้าว โดยเฉลี่ยแล้วชาวมาเลเซียบริโภคข้าวปีละ 2.4-2.5 ล้านตัน แต่กลับสามารถผลิตข้าวได้เองประมาณ 1.6-1.7 ล้านตัน จึงมีความจำเป็นต้องนำเข้าข้าวปีละประมาณ 7-8 แสนตัน ซึ่งข้าวไทยก็เป็นที่ถูกปากของคนมาเลเซียจำนวนมาก มาเลเซียก็เคยนำเข้าข้าวไทยมากเป็นอันดับหนึ่งในสมัยที่ราคาข้าวไทยยังมีราคาไม่สูงกว่าข้าวเวียดนามนัก อย่างไรก็ตามในมาเลเซียมีบริษัท BERNAS ซึ่งเป็นบริษัทเอกชนที่มีรัฐบาลเป็นเจ้าของ เป็นผู้ผูกขาดนำเข้าและจัดจำหน่ายข้าวแต่เพียงรายเดียว และข้าวเป็นสินค้าที่รัฐบาลควบคุมราคาและให้การอุดหนุน ดังนั้นราคาข้าวจึงเป็นปัจจัยสำคัญที่ BERNAS จะนำมาพิจารณา สำหรับแนวทางการผลักดัน สามารถทำได้โดยพิจารณาความเป็นไปได้ในการขายข้าวจากสต็อกข้าวเก่าของรัฐบาลให้กับ BERNAS ในราคาที่สามารถแข่งขันได้กับข้าวของประเทศอื่นและนำไปเจรจาธุรกิจ/เจรจากับภาครัฐที่ประเทศไทย

            น้ำตาล โดยเฉลี่ยชาวมาเลเซียบริโภคน้ำตาลปีละ 1.3 ล้านตัน แต่มาเลเซียสามารถผลิตน้ำตาลได้เองประมาณ 38,000 ตัน จึงมีความจำเป็นต้องนำเข้านำตาลปีละประมาณ 1.28 ล้านตัน และยังคงมีแนวโน้มที่ชาวมาเลเซียจะบริโภคอาหารและเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมหรือใช้น้ำตาลสูง นอกจากนี้ น้ำตาลเป็นสินค้าที่รัฐบาลควบคุมราคาและให้การอุดหนุนและ BERNAS เป็นผู้ผูกขาดนำเข้าและจัดจำหน่ายน้ำตาลรายเดียว ซึ่งแต่เดิม BERNAS เคยนำเข้าน้ำตาลจากไทยในปริมาณที่น้อยมาก โดยให้เหตุผลว่าน้ำตาลไทยมีความหวานไม่ตรงกับคุณภาพที่ BERNAS ต้องการ อย่างไรก็ตาม ด้วยราคาน้ำตาลที่สูงขึ้นในตลาดโลก ทำให้ BERNAS เริ่มนำเข้าน้ำตาลจากไทย และในปี 2554 ก็มีการสั่งซื้อน้ำตาลจากไทยเพิ่มมากขึ้นจากปีที่ผ่านมากว่าร้อยละ 170 ดังนั้น น้ำตาลจึงเป็นสินค้าเกษตรสำคัญอีกชนิดหนึ่งที่ไทยสามารถส่งออกมายังมาเลเซียได้เป็นจำนวนมาก โดยการผลักดันสามารถทำได้โดยส่งเสริมให้ BERNAS ไปเจรจาเพื่อซื้อน้ำตาลจากผู้ส่งออกของไทยเพิ่มเติม


 

ไฟล์แนบ