กรอบความร่วมมือเศรษฐกิจระหว่างประเทศ

กรอบความร่วมมือต่างประเทศ

  • Factsheet G77
    Factsheet G77 New
    กลุ่ม ๗๗ (G77)
    ภูมิหลัง
    • กลุ่ม ๗๗ ก่อตั้ง เมื่อปี ๒๕๐๗ (ค.ศ. ๑๙๖๔) โดยประเทศกำลังพัฒนา ๗๗ ประเทศ (ไทยเป็นสมาชิกเริ่มก่อตั้ง) ปัจจุบันมีสมาชิกจำนวน ๑๓๔ ประเทศ โดยเป็น Negotiating Bloc ที่ก่อตั้งมายาวนานที่สุด มีสมาชิกจำนวนมากที่สุด และมีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มอำนาจการเจรจาต่อรองของประเทศกำลังพัฒนาในเวทีสหประชาชาติ และส่งเสริมความร่วมมือใต้-ใต้ (South - South Cooperation)
    • สำนักเลขาธิการกลุ่ม ๗๗ ตั้งอยู่ที่นครนิวยอร์ก มีสำนักงานเพื่อการประสานงานในเมืองที่มีสำนักงาน UN (G77 Chapters) ตั้งอยู่ ได้แก่ นครเจนีวา กรุงไนโรบี กรุงปารีส กรุงโรม กรุงเวียนนา
    และมีกลุ่มย่อยชื่อ G24 ตั้งอยู่ที่กรุงวอชิงตันเพื่อประสานท่าทีในกรอบ World Bank และ IMF
    • ไทยดำรงตำแหน่งประธานกลุ่ม ๗๗ ที่นครนิวยอร์ก วาระปี ๒๕๕๙ (ค.ศ. ๒๐๑๖) ระหว่างวันที่ ๑๒ มกราคม ๒๕๕๙ – ๑๓ มกราคม ๒๕๖๐ ซึ่งเป็นการดำรงตำแหน่งประธานกลุ่ม ๗๗ เป็นครั้งแรกของไทย
    ที่สำนักงานใหญ่ของกลุ่ม ๗๗ ซึ่งมีสมาชิก ๑๓๔ ประเทศ
    ภารกิจและการประชุมที่สำคัญของ G77
    • การประชุมระดับเจ้าหน้าที่อาวุโส และรัฐมนตรี ซึ่งจัดเป็นประจำทุกปีในช่วงการประชุมสมัชชาสหประชาชาติในช่วง High-level week ของการประชุมสมัชชาสหประชาชาติ ในเดือนกันยายน ที่นครนิวยอร์ก
    เพื่อกำหนดท่าทีของกลุ่มในการผลักดันประเด็นสำคัญต่าง ๆ ในกรอบสหประชาชาติ และกำหนดแนวทาง
    ความร่วมมือระหว่างกัน
    • การประชุมระดับผู้นำ หรือที่เรียกว่า South Summit เพื่อทบทวนความคืบหน้าและติดตามปัญหาอุปสรรคต่อความร่วมมือของกลุ่มฯ รวมถึงการสร้างความร่วมมือใต้-ใต้ และเหนือ-ใต้ ให้เป็นรูปธรรม โดยได้จัดมาแล้ว ๒ ครั้ง ในปี ๒๕๔๘ ณ กรุงฮาวานา คิวบา และในปี ๒๕๔๘ ณ กรุงโดฮา กาตาร์ และการประชุม South Summit ครั้งที่ ๓ มีกำหนดจัดขึ้นในปี ๒๕๖๒ ที่ยูกันดา
    การดำรงตำแหน่งประธานกลุ่ม ๗๗
    ตำแหน่งประธานกลุ่ม ๗๗ จะหมุนเวียนกันระหว่างภูมิภาค ได้แก่ (๑) เอเชียแปซิฟิก (๒) ลาตินและแคริบเบียน และ (๓) แอฟริกา โดยปี ๒๕๖๑ เป็นวาระของกลุ่มแอฟริกา และมีอียิปต์ดำรงตำแหน่งประธานกลุ่ม
    บทบาทที่สำคัญของไทยในการเป็นประธานกลุ่ม ๗๗ วาระปี ๒๕๕๙
    ๑. การส่งเสริมบทบาทไทยในฐานะผู้ขับเคลื่อนการบรรลุวาระ ค.ศ. ๒๐๓๐ โดยมีหัวข้อวาระ (theme) การเป็นประธานกลุ่ม ๗๗ ของไทย ปี ๒๕๕๘ คือ “จากวิสัยทัศน์สู่การปฏิบัติ: ความเป็นหุ้นส่วนที่ครอบคลุมทุกฝ่ายเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน (From Vision to Action: Inclusive Partnership for Sustainable Development) ซึ่งสอดรับกับวาระสำคัญที่ไทยได้ดำเนินการในช่วงการเป็นประธานกลุ่ม ๗๗ วาระปี ๒๕๕๙ การประยุกต์ใช้หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อการบรรลุวาระการพัฒนาที่ยั่งยืน
    นอกจากนี้ ที่ประชุมรัฐมนตรีกลุ่ม ๗๗ ประจำปี ๒๕๕๙ เมื่อวันที่ ๒๓ กันยายน ๒๕๕๙ ยังได้บรรจุข้อความยอมรับหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงในฐานะแนวทางหนึ่งในการอนุวัติการเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน ซึ่งเป็นแนวทางที่ใช้ได้จริงและมีความเป็นสากล เห็นได้จากการนำไปประยุกต์ใช้และประสบความสำเร็จในหลายประเทศสมาชิกกลุ่ม ๗๗ ซึ่งนับเป็นครั้งแรกที่เอกสารทางการในกรอบสหประชาชาติของกลุ่ม ๗๗ ยอมรับอย่างชัดเจนถึงความเป็นสากลของหลักปรัชญาฯ และยอมรับว่า หลักปรัชญาฯ เป็นแนวทางหนึ่งในการสนับสนุน
    การบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน ซึ่งผลการดำเนินการของไทยประสบความสำเร็จด้วยดี มีประเทศที่แสดงความสนใจจะขอรับความร่วมมือในการประยุกต์ใช้หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงในการพัฒนาชุมชน ตามโครงการ Sufficiency Economy Philosophy (SEP) for SDGs Partnership ที่ไทยริเริ่มขึ้นภายหลัง การเป็นประธานกลุ่ม ๗๗ แล้ว จำนวนกว่า ๒๐ ประเทศ
    ๒. ส่งเสริมบทบาทไทยในฐานะประเทศผู้ให้ความร่วมมือแบบใต้-ใต้ โดยเน้นการการเสริมสร้าง
    ความเข้มแข็งและเพิ่มมิติใหม่ของความร่วมมือใต้-ใต้ เพื่อรองรับบริบทของโลกที่เปลี่ยนแปลงไปภายหลัง การรับรองวาระการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยไทยมีบทบาทเป็นที่ยอมรับของประเทศสมาชิกกลุ่ม ๗๗ และหน่วยงานภายใต้สหประชาชาติ ไม่ว่าจะเป็น (๑) การเป็นเจ้าภาพจัดการประชุม High-Level Panel of Eminent Personalities of the South on South-South Cooperation เมื่อเดือนมีนาคม ๒๕๕๙ เพื่อหารือถึงการปรับกระบวนทัศน์ในการดำเนินความร่วมมือใต้-ใต้ เพื่อให้ตอบสนองต่อการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (๒) การบริจาคเงินให้แก่กองทุน PGTF เพื่อความร่วมมือใต้-ใต้ จำนวน ๕๒๐,๐๐๐ ดอลลาร์สหรัฐ หรือ (๓) การดำเนินโครงการ SEP for SDGs Partnership กับประเทศสมาชิกกลุ่ม ๗๗ โดยมีหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงเป็นแนวทางดำเนินการ โดยมีผลสำเร็จเป็นที่ประจักษ์ ดังนี้
    - United Nations Office for South-South Cooperation (UNOSSC) กลับมาเปิดสำนักงานภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกในประเทศไทยอีกครั้งหนึ่ง ตั้งแต่เดือนมีนาคม ๒๕๖๐ หลังจากที่ได้ปิดตัวลงไปก่อนหน้า ซึ่งในครั้งนี้ กระทรวงการต่างประเทศได้สนับสนุนการเปิดสำนักงานภูมิภาคฯ ด้วยการส่งข้าราชการไปช่วยปฏิบัติงานจำนวน ๒ คน ซึ่งจะเป็นประโยชน์ในการผลักดันให้การดำเนินการของ UNOSSC เป็นไปในทิศทางที่สอดคล้องกับแนวทางของไทย
    - โครงการ SEP for SDGs Partnership ได้รับการยอมรับจาก UNOSSC ว่าเป็นตัวอย่างที่ดีของความร่วมมือใต้-ใต้ ส่งผลให้ UNOSSC ทาบทามให้ไทยเป็นประเทศแรกที่ได้แบ่งปันประสบการณ์ในชุดวารสาร South-South in Action ฉบับแรก ซึ่งได้มีการเปิดตัวไปเมื่อวันที่ ๑๒ มกราคม ๒๕๖๐ และได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากประเทศสมาชิกสหประชาชาติ และองค์กรระหว่างประเทศ และมีการเปิดตัวในเมืองต่าง ๆ อีก ๓ ครั้ง ได้แก่ กรุงเทพฯ เจนีวา และเบนิน
    * * * * * * * * * * * * * * * * *
    กองนโยบายเศรษฐกิจระหว่างระเทศ
    กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ
    กันยายน ๒๕๖๑
    14 ก.ย. 2561
  • ข้อมูลภูมิหลังและประเด็นสนทนาเกี่ยวกับ G8 และ G20
  • รายงาน Global Enabling Trade Report 2012
  • ความร่วมมือทางเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ( APEC )
  • องค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา ( OECD )
  • การประชุมสหประชาชาติว่าด้วยการค้าและการพัฒนา ( UNCTAD )
  • World Economic Forum (WEF)
    World Economic Forum (WEF)
    27 ม.ค. 2558
  • องค์การทรัพย์สินทางปัญญาโลก ( WIPO )