เกาะติดข่าว : อมาฟไฟเขียวยกระดับมาตรฐานสินค้าอาเซียนเพิ่ม News

เกาะติดข่าว : อมาฟไฟเขียวยกระดับมาตรฐานสินค้าอาเซียนเพิ่ม

อมาฟไฟเขียวยกระดับมาตรฐานสินค้าอาเซียนเพิ่ม พร้อมเดินหน้านโยบายประมงอาเซียน หลังไทยดันสุดลิ่ม เตรียมประชุมคณะทำงานพิเศษกำหนดกรอบแนวทางปฏิบัติ พร้อมส่งไม้ต่อเวียดนามเจ้าภาพจัดประชุมปีหน้า

          พลเอกฉัตรชัย  สาริกัลยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยถึงผลการประชุมรัฐมนตรีอาเซียนด้านการเกษตรและป่าไม้ ครั้งที่ 39 หรือ อมาฟ และการประชุมรัฐมนตรีอาเซียนด้านการเกษตรและป่าไม้ กับ รัฐมนตรีประเทศจีน ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ ครั้งที่ 17 หรือ อมาฟบวกสาม ณ โรงแรมเลอเมอริเดียน  จ.เชียงใหม่ ว่า การประชุมรัฐมนตรีอาเซียนด้านการเกษตรและป่าไม้ สมาชิกทั้ง 10 ประเทศได้เห็นชอบร่วมกันในการยกระดับการผลิตสินค้าเกษตร เพื่อการทำการเกษตรอย่างยั่งยืนในภูมิภาค โดยได้มีมติเห็นชอบรับรองการกำหนดมาตรการด้านสุขอานามัยพืชให้เป็นแนวทางเดียวกันในอาเซียนให้มีความชัดเจนเป็นรูปธรรมากขึ้น โดยที่ประชุมมีติเห็นชอบมาตรฐานพืชสวนอาเซียน เพิ่มเติมอีก 4 ชนิด คือ ข้าวโพดฝักอ่อน ถั่วแขก เห็ดหูหนู และมันเทศ จากในปัจจุบันดำเนินการแล้ว 51 รายการ การกำหนดค่าสารพิษตกค้างสงสุดของอาเซียนเพิ่มเติม 7 ชนิด รวมถึงเครื่องมือต่างๆ  จะเป็นกลไกในการปฏิบัติงานด้านมาตรฐานสินค้าอาเซียน เช่น การใช้เครื่องมือการประเมินการดำเนินการผลิตทางการเกษตรหรือ ASEAN GAP  จัดทำคู่มือมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ของอาเซียนที่ประเทศสมาชิกจะได้ยึดเป็นแนวทางเดียวกัน และการกำหนดมาตรการควบคุมการระบาดศัตรูพืชของอาเซียน ซึ่งกรมวิชาการเกษตรได้ให้ความช่วยเหลือทางวิชาการประเทศเพื่อนบ้านด้วย เป็นต้น


          นอกจากนี้ ประเด็นสำคัญที่ประชุมรัฐมนตรีอาเซียนฯ เห็นชอบ คือ การขับเคลื่อนโยบายประมงอาเซียนที่ไทยได้เสนอในการประชุมเมื่อปี 2559 ที่ประเทศสิงคโปร์ โดยในปีนี้ไทยจะเป็นเจ้าภาพกากรประชุมเพื่อหารือการศึกษากรอบแนวทางหลักเกณฑ์นโยบายประมงอาเซียน โดยจะใช้กลไกคณะทำงานด้านประมงอาเซียนคณะพิเศษ ซึ่งถือว่าเป็นความสำเร็จก้าวแรกในการผลักดันให้ประเทศภูมิภาคอาเซียนให้ความสำคัญกับการทำประมงยั่งยืนและสร้างความเชื่อมั่นกับประเทศคู่ค้าสินค้าประมงในกลุ่มภูมิภาคอาเซียน ที่เป็นแหล่งผลิตและส่งออกสินค้าประมงที่สำคัญของโลก อาเซียน 10 ประเทศ ผลิตสินค้าประมงได้ประมาณ 20 % ของโลก โดยเอฟ เอ โอ คาดการณ์ว่าความต้องการสัตว์น้ำในอนาคตจะเพิ่มขึ้น และผลผลิตสัตว์น้ำของเอเชียจําเป็นต้องเพิ่มขึ้นมากกว่าร้อยละ 60 เพื่อให้เพียงพอต่อความต้องการบริโภคในปี 2030 ดังนั้น จึงเป็นความจำเป็นต้องมีความร่วมมือกันอย่างจริงจังในการพัฒนาความร่วมมือด้านการประมงของอาเซียน ให้การทำประมงของอาเซียนเกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน และสร้างความมั่นคงด้านอาหารให้กับภูมิภาคและของโลกได้ตามเจตนารมณ์ของอาเซียน

          สำหรับผลการประชุมรัฐมนตรีอาเซียนฯ กับประเทศจีน ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ หรืออาเซียนบวกสาม ที่ประชุมมีมติรับทราบผลการดำเนินงานร่วมกัน โดยรับทราบความก้าวหน้าในการดำเนินงานตามความตกลงของการสำรองข้าวฉุกเฉินของประเทศอาเซียนบวกสาม และสนับสนุนการระบายข้าวแบบให้เปล่าโดยประเทศสมาชิกจะบริจาคเป็นข้าวสารหรือเงินสดต่อไป นอกจากนี้ยังสนับสนุนให้เริ่มดำเนินงานภายใต้การทำสัญญาซื้อขายข้าวล่วงหน้าด้วย


          ขณะเดียวกัน รัฐมนตรีได้ให้ความเห็นชอบกรอบยุทธศาสตร์ความร่วมมืออาเซียนบวกสามด้านอาหาร การเกษตร และป่าไม้ ปี 2559-2568 เพื่อเป็นกรอบความร่วมมือด้านอาหาร การเกษตร และป่าไม้ เพื่อเพิ่มความมั่นคงด้านอาหาร ส่งเสริมการบริหารจัดการป่าไม้อย่างยั่งยืน ส่งเสริมการค้าสินค้าเกษตรและป่า ทั้งนี้ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายตามวิสัยทัศน์ของประชาคมอาเซียน ปี 2568 รวมถึงเห็นชอบให้จัดการประชุมรัฐมนตรีอาเซียนด้านการเกษตรและป่าไม้ครั้งที่ 40 และการประชุมรัฐมนตรีอาเซียนด้านการเกษตรและป่าไม้กับรัฐมนตรีของจีน ญี่ปุ่น และสาธารณรัฐเกาหลี ครั้งที่ 18 ณ สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม ในปี 2561 อีกด้วย