ข่าวสารนิเทศ : ประกาศเลื่อนการเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการของนายเตโอโดโร โอเบียง อึงเกมา อึมบาโซโก ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐอิเควทอเรียลกินี เป็นระหว่างวันที่ ๑๓ – ๑๖ มีนาคม ๒๕๕๖ แทน ศูนย์ข่าว

ข่าวสารนิเทศ : ประกาศเลื่อนการเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการของนายเตโอโดโร โอเบียง อึงเกมา อึมบาโซโก ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐอิเควทอเรียลกินี เป็นระหว่างวันที่ ๑๓ – ๑๖ มีนาคม ๒๕๕๖ แทน

ตามที่ ฯพณฯ นายเตโอโดโร โอเบียง อึงเกมา อึมบาโซโก (Teodoro Obiang Nguema Mbasogo) ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐอิเควทอเรียลกินี มีกำหนดการเยือนไทยอย่างเป็นทางการระหว่างวันที่ ๗ – ๑๐ มีนาคม ๒๕๕๖ ตามคำเชิญของรัฐบาลไทยเพื่อสร้างเสริมความสัมพันธ์อันดีระหว่างกัน นั้น


เนื่องจากประธานาธิบดีฯ ในฐานะประธานการประชุมความร่วมมือระหว่างประเทศในแอฟริกาและอเมริกาใต้ (Cooperation Forum of Africa and South America States - ASACOF) จำเป็นต้องเข้าร่วมพิธีศพของประธานาธิบดีฮูโก ชาเวซ แห่งสาธารณรัฐโบลิวาเรียนแห่งเวเนซุเอลา จึงขอเลื่อนกำหนดการเยือนไทยเป็นระหว่างวันที่ ๑๓ – ๑๖ มีนาคม ๒๕๕๖ แทน


ทั้งนี้ ไทยและอิเควทอเรียลกินีสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างกันตั้งแต่ปี ๒๕๓๔ อิเควทอเรียลกินีเป็นประเทศที่มีการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจสูงที่สุดประเทศหนึ่งในแอฟริกา และมีบทบาทสำคัญในการกระชับความสัมพันธ์ระหว่างแอฟริกากับภูมิภาคต่าง ๆ


รัฐบาลไทยจะจัดพิธีต้อนรับอย่างเป็นทางการ ณ ทำเนียบรัฐบาล ในวันที่ ๑๔ มีนาคม ๒๕๕๖ หลังจากนั้น ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐอิเควทอเรียลกินีจะหารือข้อราชการกับนายกรัฐมนตรี ในประเด็นความสัมพันธ์ทวิภาคี อาทิ การค้า การลงทุน และความร่วมมือเพื่อการพัฒนา และในโอกาสดังกล่าว นายกรัฐมนตรีจะเป็นเจ้าภาพเลี้ยงอาหารค่ำ เพื่อเป็นเกียรติแก่ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐอิเควทอเรียลกินีและคณะ ณ ตึกสันติไมตรี


ในระหว่างการเยือน ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐอิเควทอเรียลกินีมีกำหนดการเยี่ยมชมศูนย์นวัตกรรมวัสดุก่อสร้างและโรงกลั่นน้ำมันชั้นนำของไทย พร้อมกันนี้ เพื่อส่งเสริมการค้าและการลงทุนระหว่างกัน ประธานาธิบดีฯ จะนำคณะนักธุรกิจเดินทางมาด้วย และจะพบกับนักธุรกิจไทยในสาขาต่าง ๆ โดยเฉพาะในสาขาการค้า พลังงาน และการก่อสร้าง เพื่อให้นักลงทุนไทยตระหนักถึงศักยภาพในการลงทุนในอิเควทอเรียลกินี

การเยือนประเทศไทยของประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐอิเควทอเรียลกินีอย่างเป็นทางการครั้งนี้ จะเป็นการเยือนระดับสูงเป็นครั้งแรก นับตั้งแต่มีการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างกัน อันจะเป็นโอกาสที่ดีในการส่งเสริมความร่วมมือในด้านต่าง ๆ ทั้งในระดับทวิภาคีและพหุภาคี เพื่อประโยชน์ร่วมกันระหว่างสองประเทศ รวมทั้งจะเป็นโอกาสให้ประชาชนของทั้งสองประเทศมีความรู้และความเข้าใจอันดีเกี่ยวกับประเทศและประชาชนของอีกฝ่ายมากขึ้น