ข่าวสารนิเทศ : โฆษกกระทรวงการต่างประเทศแถลงสรุปสาระสำคัญของการให้การทางวาจารอบที่ ๒ ของกัมพูชา ศูนย์ข่าว

ข่าวสารนิเทศ : โฆษกกระทรวงการต่างประเทศแถลงสรุปสาระสำคัญของการให้การทางวาจารอบที่ ๒ ของกัมพูชา

                         วันนี้ (๑๙ เมษายน ๒๕๕๖) นายมนัสวี ศรีโสดาพล อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ และนายไกรรวี ศิริกุล รองอธิบดีกรมสนธิสัญญาและกฎหมาย แถลงข่าวเกี่ยวกับการให้การทางวาจาคดีตีความคำพิพากษาคดีปราสาทพระวิหารปี ๒๕๐๕ ที่ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ ซึ่งกัมพูชาได้ขึ้นให้การต่อศาลฯ เป็นรอบที่ ๒ เมื่อวานนี้


                         ประเด็นที่กัมพูชาหยิบยกขึ้นชี้แจงต่อศาลฯ เพื่อหักล้างสิ่งที่ฝ่ายไทยชี้แจงไปเมื่อวันที่ ๑๗ เมษายน ๒๕๕๖ สรุปได้ดังนี้ ๑) กัมพูชายืนยันว่า ศาลฯ มีอำนาจที่จะตีความคดีนี้ ๒) กัมพูชาไม่เคยยอมรับรั้วลวดหนามที่ไทยจัดทำขึ้นตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อปี ๒๕๐๕ และ ๓) กัมพูชาพยายามยืนยันสถานะและความสำคัญของ “แผนที่ภาคผนวก ๑” ทั้งนี้ หลังการให้การของกัมพูชาเสร็จสิ้นลง คณะทำงานและทนายฝ่ายไทยยังมั่นใจว่าฝ่ายไทยมีความพร้อมด้านข้อมูลและหลักฐานที่จะนำเสนอต่อศาลฯ ในการให้การของฝ่ายไทยวันนี้


                          กระทรวงการต่างประเทศขอเชิญชวนให้ประชาชนติดตามรับชมและเป็นกำลังใจให้กับคณะทนายฝ่ายไทยในการขึ้นให้การต่อศาลฯ เป็นครั้งสุดท้ายระหว่างเวลา ๒๐.๐๐ – ๒๒.๐๐ น. ตามเวลาประเทศไทย โดยประชาชนสามารถรับชมการถ่ายทอดสดผ่านทางสถานีโทรทัศน์ช่อง ๑๑ และเว็บไซต์คดีปราสาทพระวิหารที่กระทรวงการต่างประเทศจัดทำขึ้น (www.phraviharn.org) หรือรับฟังได้ทางสถานีวิทยุแห่งประเทศไทย FM 92.5 MHz และ AM 891 KHz สถานีวิทยุสราญรมย์ AM 1575 KHz รวมถึงรับฟังเสียงการให้การเป็นภาษาอังกฤษได้ทางคลื่นวิทยุ FM 88 MHz ด้วย


                          อนึ่ง ภายหลังการให้การทางวาจาต่อศาลฯ เสร็จสิ้นลง ในเวลาประมาณ ๒๒.๑๕ น. คณะผู้แทนไทยจะให้สัมภาษณ์สดทางโทรศัพท์ในรายการ “เกาะติดคดีปราสาทพระวิหาร” ทางสถานีโทรทัศน์ช่อง ๑๑ และจากนั้น เวลาประมาณ ๒๓.๐๐ น. คณะผู้แทนไทยจะให้สัมภาษณ์สดทางโทรศัพท์มายังศูนย์ข่าวที่กระทรวงการต่างประเทศอีกครั้ง ซึ่งสื่อมวลชนที่สนใจสามารถซักถามข้อมูลเพิ่มเติมได้


                          ทั้งนี้ นายมนัสวีฯ และนายไกรรวีฯ กล่าวว่า รัฐบาลและทีมต่อสู้คดีของไทยได้ปฏิบัติหน้าที่อย่างดีที่สุด ขอให้ประชาชนตั้งใจฟังการให้การทางวาจาในค่ำวันนี้อย่างมีสติและวิจารณญาณ ซึ่งนายวีรชัย พลาศรัย เอกอัครราชทูต ณ กรุงเฮก ในฐานะหัวหน้าคณะผู้แทนไทยจะเป็นผู้แถลงปิดคดี และขอให้ประชาชนเข้าใจว่า การต่อสู้คดีในศาลยุติธรรมระหว่างประเทศเป็นหนทางในการแก้ปัญหาอย่างสันติ ไม่ใช่เรื่องของศัตรูคู่อริที่ต้องขัดแย้งกัน และไม่ว่าผลการตัดสินจะเป็นอย่างไร ไทยและกัมพูชาก็ยังต้องเป็นเพื่อนบ้านที่ใกล้ชิดกันตลอดไป โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ทั้งสองประเทศจะเข้าสู่การเป็นประชาคมอาเซียนในอีก ๓ ปีข้างหน้า ดังนั้นจึงไม่ควรปล่อยให้ปัญหากรณีปราสาทพระวิหารกระทบต่อความสัมพันธ์อันดีในภาพรวมระหว่างไทยกับกัมพูชา


                           ในช่วงท้ายของการแถลงข่าว นายไกรรวีฯ ได้ตอบข้อซักถามเพิ่มเติมของสื่อมวลชนเกี่ยวกับกระบวนการหลังการให้การทางวาจาเสร็จสิ้นว่า การที่ผู้พิพากษาศาลโลกท่านหนึ่งขอให้คู่กรณีส่งเอกสารเพิ่มเติมนั้น เป็นคำขอเฉพาะบุคคลของผู้พิพากษาท่านดังกล่าว ไม่ใช่คำขอของศาลฯ โดยรวม และหลังจากนี้ คู่กรณีไม่สามารถยื่นหลักฐานเพิ่มเติมต่อศาลฯ ได้แล้ว จากสถิติ ศาลฯ จะใช้เวลาอีกประมาณ ๖ เดือนเพื่อจัดทำคำพิพากษา