ข่าวสารนิเทศ : ไทยย้ำบทบาทร่วมแก้ไขปัญหาผู้ลี้ภัยของโลก ในการประชุมคณะกรรมการบริหารประจำปีของสำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ  เมื่อวันที่ ๓ – ๗ ตุลาคม ๒๕๕๙ ณ สำนักงานสหประชาชาติ นครเจนีวา สมาพันธรัฐสวิส ศูนย์ข่าว

ข่าวสารนิเทศ : ไทยย้ำบทบาทร่วมแก้ไขปัญหาผู้ลี้ภัยของโลก ในการประชุมคณะกรรมการบริหารประจำปีของสำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ เมื่อวันที่ ๓ – ๗ ตุลาคม ๒๕๕๙ ณ สำนักงานสหประชาชาติ นครเจนีวา สมาพันธรัฐสวิส

เมื่อวันที่ 3 – 7 ตุลาคม 2559 คณะผู้แทนไทย นำโดยนายวีระ อุไรรัตน์ รองเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ พร้อมด้วย เอกอัครราชทูตผู้แทนถาวรไทย ณ นครเจนีวา อธิบดีกรมองค์การระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ ผู้แทนกระทรวงมหาดไทย และกองบัญชาการกองทัพไทย ได้ร่วมแสดงวิสัยทัศน์ในการจัดการวิกฤตการโยกย้ายถิ่นฐานและการพลัดถิ่นขนาดใหญ่ในปัจจุบัน ในการประชุมคณะกรรมการบริหารของสำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (United Nations High Commissioner for Refugees: UNHCR) สมัยที่ 67 ณ สำนักงานสหประชาชาติ นครเจนีวา สมาพันธรัฐสวิส

ในการนี้ ผู้แทนไทยได้เน้นย้ำต่อที่ประชุมฯ ว่า ทุกประเทศต้องร่วมมือกันรับมือวิกฤตการโยกย้ายถิ่นฐานและการพลัดถิ่นบนพื้นฐานการแบ่งเบาภาระระหว่างประเทศอย่างเท่าเทียม โดยปัญหาการโยกย้ายถิ่นฐานและผู้ลี้ภัยในปัจจุบันมีความรุนแรงมากที่สุดนับตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่ 2 ในขณะที่ร้อยละ 85 ของผู้ลี้ภัยอยู่ในประเทศกำลังพัฒนา ประชาคมโลกจึงจำเป็นต้องร่วมมือกันให้ความคุ้มครองและช่วยเหลือบุคคลเหล่านี้ได้อย่างเพียงพอและเหมาะสม ทั้งนี้ ในการดำเนินการเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว ผู้แทนไทยได้เสนอว่า ประชาคมโลกควรต้องร่วมกันแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุ ผ่านการส่งเสริมการพัฒนาควบคู่กับการให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม การยุติความขัดแย้ง รวมทั้งสนับสนุนให้มีการประสานงานมากขึ้นระหว่างประเทศต้นทาง ทางผ่าน และปลายทาง เพื่อรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินอย่างทันท่วงทีและเป็นระบบ เพื่อป้องกันการสูญเสียชีวิต

นอกจากนี้ ไทยยังแจ้งพัฒนาการสำคัญในการส่งผู้หนีภัยการสู้รบจากเมียนมากลุ่มนำร่อง จำนวน 96 คน กลับสู่มาตุภูมิในอนาคตอันใกล้ การจัดทำกลไกคัดกรองผู้ที่ต้องการความคุ้มครองอย่างแท้จริงออกจากผู้ที่โยกย้ายถิ่นฐานแบบไม่ปกติอื่นๆ ที่เดินทางเข้าไทยด้วยเหตุผลอื่นๆ การแก้ไขปัญหาบุคคลไร้รัฐ โดยการให้สัญชาติไทยแก่ผู้ที่มีสิทธิ์ และส่งเสริมการเข้าถึงบริการขั้นพื้นฐานต่างๆ โดยเฉพาะการศึกษาและสาธารณสุข รวมทั้งยังได้แบ่งปันประสบการณ์ของไทยในการเพิ่มความเข้มงวดด้านการบังคับใช้กฎหมายในประเทศ ระดับภูมิภาคและระดับโลก ที่ทำให้สามารถจัดการกับขบวนการค้ามนุษย์และลักลอบขนคนระหว่างประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ และมีส่วนสำคัญทำให้จำนวนผู้โยกย้ายถิ่นฐานแบบไม่ปกติในมหาสมุทรอินเดียลดลงถึงร้อยละ 95

ในโอกาสเดียวกัน นาย Filippo Grandi ข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ ได้กล่าวชื่นชมและขอบคุณไทย สำหรับความเอื้ออาทรที่ให้ที่พักพิงแก่ผู้หนีภัยมาเป็นเวลานาน รวมทั้งยินดีต่อพัฒนาการการส่งผู้หนีภัยฯ กลับประเทศ ซึ่งเป็นทางออกสำคัญ รวมทั้งยืนยันความร่วมมือกับไทยในการปราบปราบการค้ามนุษย์และการลักลอบขนคนในกรอบความร่วมมือระดับภูมิภาค นอกจากนั้น นาย Volker Turk รองข้าหลวงใหญ่ฯ ด้านความคุ้มครองระหว่างประเทศ ได้แสดงความยินดีที่ไทยจะมีกฎหมายเพื่อนำหลักการไม่ส่งใครกลับไปสู่อันตราย (Non-refoulement) มาบังคับใช้ และแสดงความพร้อมในการร่วมมือกับไทยจัดทำระบบคัดกรองผู้โยกย้ายถิ่นฐาน นอกจากนั้น ยังได้ชื่นชมการดำเนินการของไทยในการลดและป้องกันปัญหาบุคคลไร้รัฐ รวมทั้งบทบาทที่เข้มแข็งของไทยในโครงการ #IBelong Campaign to End Statelessness ด้วย

อนึ่ง ในระหว่างการประชุมดังกล่าว ไทยยังร่วมกับออสเตรเลีย ฟินแลนด์ UNHCR และองค์กรพัฒนาเอกชน Handicap International และ International Disability Alliance จัดกิจกรรมคู่ขนานเรื่องการรวมผู้พิการเข้าในบริบทการพลัดถิ่น ตามนโยบายของไทยในการส่งเสริมสิทธิของผู้พิการด้วย