ข่าวเด่น : การเยือนไทยอย่างเป็นทางการของรัฐมนตรีรับผิดชอบด้านการต่างประเทศโอมาน ศูนย์ข่าว กต.

ข่าวเด่น : การเยือนไทยอย่างเป็นทางการของรัฐมนตรีรับผิดชอบด้านการต่างประเทศโอมาน

เมื่อวันที่ ๙ – ๑๒ มีนาคม ๒๕๖๒ นายยูซุฟ บินอลาวี บิน อับดุลลาห์ รัฐมนตรีรับผิดชอบด้านการต่างประเทศรัฐสุลต่านโอมาน ได้เดินทางเยือนไทยอย่างเป็นทางการในฐานะแขกของกระทรวงการต่างประเทศ เพื่อหารือประเด็นความร่วมมือระหว่างสองประเทศ โดยเฉพาะในด้านการค้า การลงทุน การเกษตร การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ยางพารา การท่องเที่ยว และสาธารณสุข รวมถึงแลกเปลี่ยนข้อมูลและข้อคิดเห็นเกี่ยวกับสถานการณ์ในภูมิภาคทั้งสอง
 
รัฐมนตรีรับผิดชอบด้านการต่างประเทศรัฐสุลต่านโอมานได้เข้าเยี่ยมคารวะนายกรัฐมนตรี โดยย้ำถึงความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดระหว่างทั้งสองประเทศ รวมทั้งแลกเปลี่ยนความเห็นเกี่ยวกับสถานการณ์ในภูมิภาคตะวันออกกลาง นอกจากนี้ รัฐมนตรีรับผิดชอบด้านการต่างประเทศรัฐสุลต่านโอมานได้เข้าพบหารือกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รวมถึงเข้ารับฟังการบรรยายสรุปในหัวข้อ “เทคโนโลยีการนำยางพารามาใช้ในการก่อสร้างถนน” และเยี่ยมชมโรงงานผลิตยางพาราผสมยางมะตอย กระบวนการทำถนนแอสฟัลต์คอนกรีตและการทำถนนพาราซอยด์ซีเมนต์ ที่ศูนย์วิจัยยางฉะเชิงเทรา รวมถึงการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำที่จังหวัดฉะเชิงเทราและการทำฟาร์มไก่ที่จังหวัดลพบุรี
 
รัฐมนตรีรับผิดชอบด้านการต่างประเทศรัฐสุลต่านโอมานได้พบหารือกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ โดยได้หารือเกี่ยวกับความร่วมมือด้านการค้า การลงทุน การเกษตร การท่องเที่ยว การพัฒนา การต่อต้านแนวคิดสุดโต่งที่นิยมความรุนแรง รวมถึงความมั่นคง และเสถียรภาพในภูมิภาคตะวันออกกลาง นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับความร่วมมือระหว่างอาเซียนและภูมิภาครัฐอ่าวอาหรับในช่วงที่ไทยดำรงตำแหน่งประธานอาเซียน
 
ในโอกาสนี้ ผู้แทนของทั้งสองประเทศได้หารือเพิ่มเติมเกี่ยวกับการส่งเสริมความร่วมมือทวิภาคี โดยเฉพาะด้านการค้าการลงทุน ซึ่งทั้งสองประเทศต่างมีวิสัยทัศน์ในการพัฒนาเศรษฐกิจระยะยาว การส่งเสริมเขตเศรษฐกิจพิเศษเพื่อดึงดูดการลงทุนจากต่างชาติ ความร่วมมือด้านเกษตรกรรม ซึ่งไทยมีความเชี่ยวชาญด้านการเพาะปลูกและการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำและพร้อมให้ความร่วมมือกับโอมาน รวมทั้งการนำยางพารามาใช้ในการก่อสร้างถนนและหารือแนวทางการส่งเสริมความร่วมมือด้านการท่องเที่ยวและสาธารณสุข เพื่อเสริมสร้างการมีปฏิสัมพันธ์ในระดับประชาชนของทั้งสองประเทศมากยิ่งขึ้น