ข่าวเด่น : นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้แทนของนายกรัฐมนตรี เข้าร่วมการประชุมผู้นำ ในโอกาสครบรอบ ๒๐ ปีการก่อตั้งสมาคมแห่งมหาสมุทรอินเดีย ณ กรุงจาการ์ตา สาธารณรัฐอินโดนีเซีย ศูนย์ข่าว กต.

ข่าวเด่น : นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้แทนของนายกรัฐมนตรี เข้าร่วมการประชุมผู้นำ ในโอกาสครบรอบ ๒๐ ปีการก่อตั้งสมาคมแห่งมหาสมุทรอินเดีย ณ กรุงจาการ์ตา สาธารณรัฐอินโดนีเซีย

เมื่อวันที่ ๗ มีนาคม ๒๕๖๐ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้แทนของนายกรัฐมนตรี เข้าร่วมการประชุม ผู้นำเพื่อเฉลิมฉลองโอกาสครบรอบ ๒๐ ปีการก่อตั้งสมาคมแห่งมหาสมุทรอินเดีย (Indian Ocean Rim Association – IORA) ณ กรุงจาการ์ตา สาธารณรัฐอินโดนีเซีย โดยมีนายโจโก วีโดโด ประธานาธิบดีสาธารณรัฐอินโดนีเซีย เป็นประธานการประชุม และมีผู้นำหรือผู้แทนระดับสูง จากประเทศสมาชิก IORA ทั้ง ๒๑ ประเทศ และประเทศคู่เจรจา ๗ ประเทศ เข้าร่วมการประชุม

​​การประชุมผู้นำครั้งนี้เป็นการประชุมในระดับผู้นำครั้งแรกของกรอบ IORA เพื่อเฉลิมฉลองโอกาสครบรอบ ๒๐ ปีการก่อตั้ง IORA โดยมีหัวข้อหลักของการประชุม คือ “การส่งเสริมความร่วมมือทางทะเล เพื่อสันติภาพ เสถียรภาพ และความเจริญรุ่งเรืองของมหาสมุทรอินเดีย” โดยผู้นำประเทศสมาชิกได้ (๑) ร่วมลงนามปฏิญญาจาการ์ตา (Jakarta Concord) เพื่อแสดงเจตนารมณ์ที่จะพัฒนาภูมิภาคมหาสมุทรอินเดียไปสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน และการเจริญ เติบโตทางเศรษฐกิจที่ครอบคลุมทุกภาคส่วน รวมถึงการเสริมสร้างความมั่นคง และความปลอดภัยทางทะเล และ (๒) รับทราบผลการรับรองแผนปฏิบัติการ IORA ค.ศ. ๒๐๑๗ – ๒๐๒๑ (IORA Action Plan) เพื่อวางแนวทางและทิศทางการดำเนินความร่วมมือของ IORA ในกรอบระยะเวลา ๕ ปี และปฏิญญาว่าด้วยการต่อต้านการก่อการร้ายและลัทธิรุนแรงสุดโต่ง เพื่อแสดงเจตนารมณ์ของประเทศสมาชิก ในการต่อต้านการก่อการร้ายทุกรูปแบบซึ่งส่งผลกระทบ ต่อการพัฒนา เศรษฐกิจของภูมิภาค ซึ่งรับรองโดยที่ประชุมสภารัฐมนตรี IORA

รองนายกรัฐมนตรีได้กล่าวถ้อยแถลง นำเสนอ ๓ ประเด็นหลักที่ IORA ควรจะให้ความสำคัญและผลักดัน คือ (๑) ความยั่งยืน โดยชี้ให้ประเทศสมาชิกเห็นถึงศักยภาพในการเติบโตของภูมิภาค IORA อย่างยั่งยืนจากการบริหารจัดการทรัพยากรและความได้เปรียบทางภูมิรัฐศาสตร์ และใช้องค์ความรู้จากประเทศสมาชิกทั้ง ๒๑ ประเทศ ให้เกิดประโยชน์สูงสุดในการพัฒนาเศรษฐกิจภาคทะเลอย่างยั่งยืนและรับผิดชอบ ซึ่งไทยมีบทบาทในการเพิ่มความพยายามในการแก้ไขปัญหา IUU มาโดยตลอด (๒) ความเชื่อมโยง โดยแสดงบทบาท และศักยภาพของไทยในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและการเป็นศูนย์กลางการขนส่งคมนาคมและโลจิสติกส์ของภูมิภาคที่จะส่งเสริมความเชื่อมโยงทางทะเลระหว่างมหาสมุทรอินเดียและแปซิฟิก และไทยในฐานะที่ตั่งอยู่ใจกลาง CLMV ซึ่งเป็นกลจักรขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่สำคัญของอาเซียน จะสามารถเป็นประตูสู่ห่วงโซ่อุปทานและห่วงโซ่คุณค่าของโลกและเป็นโอกาสเข้าถึงตลาด การค้าการลงทุน การท่องเที่ยวการบริการ และความเชื่อมโยงด้านโลจิสติกส์ต่าง ๆ ของเอเชีย ในการนี้ ไทยเสนอให้มีการจัดทำร่างแผนแม่บทด้านความเชื่อมโยง (IORA Connectivity Master Plan) เพื่อเชื่อมโครงการพัฒนาความเชื่อมโยงต่าง ๆ ของประเทศสมาชิกเข้าด้วยกันเพื่อให้เกิดแผนความเชื่อมโยงที่สอดคล้องกัน และ (๓) สันติภาพเป็นปัจจัยพื้นฐานในการพัฒนาเศรษฐกิจ ความมั่นคงและความปลอดภัยในภูมิภาค นอกจากนี้ ในการประชุมครั้งนี้ ไทยได้เสนอให้ IORA พิจารณาเพื่มประเด็นเรื่องการส่งเสริมความเป็นหุ้นส่วนระดับเยาวชน (Youth Partnership) เป็นประเด็นคาบเกี่ยวด้วย

IORA เป็นเวทีความร่วมมือที่เน้นส่งเสริมความร่วมมืออย่างรอบด้านระหว่างประเทศรอบมหาสมุทรอินเดีย ตั้งแต่ ออสเตรเลีย เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เอเชียกลาง ตะวันออกกลาง และแอฟริกา รวมสมาชิกทั้งหมด ๒๑ ประเทศ โดยมี ๖ สาขาความร่วมมือ ได้แก่ (๑) ความปลอดภัยและความมั่นคงทางทะเล (๒) การประมง (๓) การอำนวยความสะดวก การค้าการลงทุน (๔) การจัดการภัยพิบัติ (๕) ความร่วมมือด้านวิชาการ วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี และ (๖) การท่องเที่ยวและวัฒนธรรม และมีประเด็นการส่งเสริมพลังสตรีและเศรษฐกิจภาคทะเลเป็นประเด็นคาบเกี่ยว (cross-cutting issues)