ข่าวเด่น : แถลงการณ์ร่วมต่อสื่อมวลชนของการเยือนไทยอย่างเป็นทางการของนายโรดรีโก โรอา ดูแตร์เต ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐฟิลิปปินส์ ๒๑ มีนาคม ๒๕๖๐ ณ กรุงเทพฯ ศูนย์ข่าว กต.

ข่าวเด่น : แถลงการณ์ร่วมต่อสื่อมวลชนของการเยือนไทยอย่างเป็นทางการของนายโรดรีโก โรอา ดูแตร์เต ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐฟิลิปปินส์ ๒๑ มีนาคม ๒๕๖๐ ณ กรุงเทพฯ

(คำแปลอย่างไม่เป็นทางการ)

แถลงการณ์ร่วมต่อสื่อมวลชนของการเยือนไทยอย่างเป็นทางการของ

นายโรดรีโก โรอา ดูแตร์เต ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐฟิลิปปินส์

๒๑ มีนาคม ๒๕๖๐ ณ กรุงเทพฯ

* * * * * 

๑.  นายโรดรีโก โรอา ดูแตร์เต ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐฟิลิปปินส์เดินทางเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ ๒๐ – ๒๒ มีนาคม ๒๕๖๐ ตามคำเชิญของ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ประธานาธิบดีดูแตร์เตแสดงความขอบคุณต่อนายกรัฐมนตรีและรัฐบาลไทยสำหรับการต้อนรับที่อบอุ่นในการเยือนไทยอย่างเป็นทางการครั้งนี้

๒.  นายกรัฐมนตรีและประธานาธิบดีดูแตร์เตแสดงความพึงพอใจต่อความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดและรอบด้านระหว่างไทยและฟิลิปปินส์ ซึ่งได้พัฒนาในช่วง ๖๘ ปีที่ผ่านมา นับตั้งแต่การลงนามสนธิสัญญามิตรภาพระหว่างไทยและฟิลิปปินส์ในปี ค.ศ. ๑๙๔๙ ผู้นำทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องกันว่า ไทยและฟิลิปปินส์มีศักยภาพที่จะส่งเสริมความร่วมมือระหว่างกันทั้งในเชิงลึกและเชิงกว้างในสาขาที่เป็นผลประโยชน์ร่วมกัน และร่วมมือกันเสริมสร้างความเข้มแข็งให้แก่ประชาคมอาเซียน รวมถึงร่วมมือกันในประเด็นที่เกี่ยวข้องของภูมิภาคและระหว่างประเทศ

๓.  ผู้นำทั้งสองฝ่ายได้แจ้งสถานะเกี่ยวกับสถานการณ์ทางการเมืองและการปฏิรูปประเทศในไทยและฟิลิปปินส์ นายกรัฐมนตรีได้แจ้งสถานะความคืบหน้าการดำเนินการของรัฐบาลไทยในการปฏิรูปประเทศตามนโยบาย “มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน” ภายใต้แผนยุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปี และนโยบาย Thailand 4.0 ขณะที่ประธานาธิบดีดูแตร์เตได้แจ้งให้นายกรัฐมนตรีทราบเกี่ยวกับแผนพัฒนาฟิลิปปินส์ ปีค.ศ. ๒๐๑๗ – ๒๐๒๒ ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการเติบโตอย่างครอบคลุม ความไว้เนื้อเชื่อใจทางสังคม และการส่งเสริมขีดความสามารถทางการแข่งขันทางเศรษฐกิจบนพื้นฐานขององค์ความรู้

๔.   ประธานาธิบดีดูแตร์เตแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อราชวงศ์ รัฐบาล และประชาชนชาวไทยต่อการสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เมื่อวันที่ ๑๓ ตุลาคม ๒๕๕๙ และนายกรัฐมนตรีได้แสดงความซาบซึ้งต่อประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ในการเยือนไทยเพื่อถวายสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เมื่อวันที่ ๙ พฤศจิกายน ๒๕๕๙

๕.  ประธานาธิบดีดูแตร์เตได้แสดงความยินดีอย่างยิ่งและความปราถนาดีในโอกาสการขึ้นทรงราชย์ของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร และมีความปรารถนาให้รัชสมัยของพระองค์นำมาซึ่งสันติภาพ ความเจริญก้าวหน้า และความมั่งคั่งแก่ประชาชนชาวไทย และความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นระหว่างไทยและฟิลิปปินส์

๖.  ผู้นำทั้งสองยินดีกับความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดระหว่างไทยและฟิลิปปินส์ตลอดช่วงระยะเวลา ๖๐ ปีที่ผ่านมา และยินดีกับการครบรอบ ๖๘ ของความสัมพันธ์ในเดือนมิถุนายน ๒๕๖๐ ผู้นำทั้งสองให้ความสำคัญกับการประชุมคณะกรรมาธิการร่วมว่าด้วยความร่วมมือทวิภาคีไทย-ฟิลิปปินส์ในการเป็นกลไกเพื่อหารือในประเด็นที่เป็นผลประโยชน์ร่วมกันระหว่างทั้งสองฝ่าย และกับการจัดการประชุมคณะกรรมาธิการร่วมว่าด้วยความร่วมมือทวิภาคีไทย-ฟิลิปปินส์ ครั้งที่ ๖ ซึ่งประเทศไทยเป็นเจ้าภาพในช่วงเวลาที่สะดวกสำหรับทั้งสองฝ่าย 

๗.   ด้านความร่วมมือด้านความมั่นคงและทหาร นายกรัฐมนตรีและประธานาธิบดีดูแตร์เตยินดีกับความร่วมมือที่ใกล้ชิดระหว่างกองทัพไทยและฟิลิปปินส์ผ่านการแลกเปลี่ยนการเยือนระดับสูงและการฝึก ทั้งสองฝ่ายยินดีกับการหาข้อสรุปต่อร่างขอบเขตอำนาจหน้าที่ของการประชุมคณะกรรมาธิการร่วมระหว่างกระทรวงกลาโหมไทยและกระทรวงกลาโหมฟิลิปปินส์ในเดือนเมษายนปี ๒๕๖๐ ในระหว่างการประชุมระดับเจ้าหน้าที่อาวุโสกลาโหมอาเซียนที่ฟิลิปปินส์ และผู้นำทั้งสองได้มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องของทั้งสองฝ่ายจัดการประชุมคณะกรรมาธิการร่วมว่าด้วยความร่วมมือด้านการทหารครั้งที่ ๑ ในปี ๒๕๖๐

๘.  ผู้นำทั้งสองฝ่ายแสดงความกังวลต่อประเด็นท้าทายด้านความมั่นคงที่เพิ่มขึ้นจากการเผยแพร่ของการก่อการร้ายและแนวคิดสุดโต่ง รวมทั้งอาชญากรรมข้ามชาติ อาทิ การค้ายาเสพติด การค้ามนุษย์ โจรสลัดและความมั่นคงทางไซเบอร์ โดยเห็นพ้องว่าความร่วมมือในระดับทวิภาคี ระดับภูมิภาค และระหว่างประเทศเป็นสิ่งจำเป็นในการรับมือกับภัยคุกคามเหล่านี้  ในการนี้ ผู้นำทั้งสองฝ่ายเห็นชอบที่จะส่งเสริมความร่วมมือด้านการแลกเปลี่ยนข้อมูลและข่าวกรองระหว่างหน่วยงานด้านความมั่นคงของทั้งสองฝ่ายทั้งในกรอบทวิภาคี อาเซียน และองค์การตำรวจอาชญากรรมระหว่างประเทศเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการแก้ไขภัยคุกคามดังกล่าว

๙. ผู้นำทั้งสองเห็นพ้องว่าแนวคิดรุนแรงและแนวคิดสุดโต่งเป็นภัยคุกคามต่อสันติภาพและเสถียรภาพ และเน้นย้ำถึงกับการป้องกันการเผยแพร่แนวคิดดังกล่าวด้วยการอาศัยมาตรการในรอบด้าน อาทิ การพูดคุยระหว่างวัฒนธรรมและศาสนาและการส่งเสริมวัฒนธรรมแห่งสันติ ผู้นำทั้งสองแสดงเจตนารมณ์ร่วมกันในการร่วมมือกันเพื่อรองรับกับภัยคุกคามดังกล่าว และย้ำการสนับสนุนข้อมติของสหประชาชาติที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ ตลอดจนอนุสัญญาอาเซียนว่าด้วยการต่อต้านการก่อการร้าย รวมถึงการให้ความสำคัญกับข้อมติสมัชชาสหประชาชาติที่ A/70/19 ว่าด้วยการส่งเสริมการพูดคุยระหว่างศาสนาและวัฒนธรรม ความเข้าใจและ
ความร่วมมือเพื่อสันติภาพเมื่อวันที่ ๓ ธันวาคม ค.ศ. ๒๐๑๕  

๑๐.  ด้านความร่วมมือทางเศรษฐกิจ ผู้นำทั้งสองยินดีกับการเพิ่มขึ้นของมูลค่าทางการค้าระหว่างไทยและฟิลิปปินส์ ทั้งสองเห็นพ้องว่าไทยและฟิลิปปินส์มีศักยภาพที่จะขยายมูลค่าทางการค้าและการลงทุนระหว่างกันโดยการเพิ่มบทบาทของคณะกรรมการร่วมด้านการค้า (Joint Trade Committee – JTC) ผู้นำทั้งสองประเทศมอบหมายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดการประชุมคณะกรรมการร่วมด้านการค้าครั้งแรกโดยมีฟิลิปปินส์เป็นเจ้าภาพในปี ๒๕๖๐  นอกจากนี้ ผู้นำทั้งสองตระหนักถึงความสำคัญของสภาธุรกิจไทย – ฟิลิปปินส์และสภาธุรกิจฟิลิปปินส์ – ไทยในการส่งเสริมความร่วมมือทางเศรษฐกิจ ในการนี้ ผู้นำทั้งสองสนับสนุนให้ภาคเอกชนของทั้งสองประเทศรื้อฟื้นการประชุมสภาธุรกิจของทั้งสองฝ่ายเพื่อหารือโอกาสทางธุรกิจระหว่างสองประเทศในสาขาที่เป็นผลประโยชน์ร่วมกัน อาทิ การบริการ ดิจิทัลคอนเทนต์ การเกษตร วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม และการลงทุนในเขตเศรษฐกิจพิเศษ และโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออกของไทยและเขตเศรษฐกิจของฟิลิปปินส์ ทั้งนี้ ผู้นำทั้งสองตระหนักดีด้วยว่าความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนมีความสำคัญต่อการส่งเสริมความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างไทยและฟิลิปปินส์

๑๑. ผู้นำทั้งสองยินดีกับการต่ออายุความตกลงระหว่างรัฐบาลสาธารณรัฐฟิลิปปินส์และรัฐบาลของราชอาณาจักรไทยว่าด้วยการซื้อขายข้าว ระหว่างวันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๕๙ ถึง ๓๑ ธันวาคม ๒๕๖๑ ซึ่งจะช่วยส่งเสริมความร่วมมือด้านความมั่นคงทางอาหารระหว่างสองประเทศ

๑๒. ผู้นำทั้งสองยินดีกับความคืบหน้าทางความร่วมมือด้านการเกษตรจากการจัดการประชุมคณะทำงานร่วมด้านการเกษตรครั้งแรกระหว่างไทยและฟิลิปปินส์ เมื่อวันที่ ๒๖-๒๗ มกราคม ๒๕๖๐ ที่กรุงเทพฯ และยินดีกับการลงนามในข้อปฏิบัติว่าด้วยความร่วมมือในสาขาเฉพาะระหว่างกรมประมงและกรมการเกษตร สำนักการประมงและทรัพยากรสัตว์น้ำของฟิลิปปินส์ เมื่อวันที่ ๔ เมษายน ๒๕๕๙ และการลงนามข้อปฏิบัติว่าด้วยความร่วมมือในสาขาเฉพาะระหว่างศูนย์กระบือนม สาธารณรัฐฟิลิปปินส์ และกรมปศุสัตว์ เกี่ยวกับการเลี้ยงกระบือปลักและกระบือนมในการเยือนครั้งนี้

๑๓. ทั้งสองฝ่ายเห็นชอบที่จะส่งเสริมความร่วมมือและการแลกเปลี่ยนแนวปฏิบัติที่ดีด้านชลประทานการทำฝนเทียม ปศุสัตว์และประมง รวมถึงการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศภูมิศาสตร์เพื่อการอนุรักษ์ดินและน้ำอย่างยั่งยืน ฝ่ายฟิลิปปินส์จะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมคณะทำงานร่วมด้านการเกษตรครั้งที่ ๒ ในปี ๒๕๖๒

๑๔. ผู้นำทั้งสองตระหนักถึงความสำคัญของการท่องเที่ยวต่อการพัฒนาประเทศ และการเสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างประชาชนกับประชาชน ในการนี้ ผู้นำทั้งสองมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องของทั้งสองประเทศหารือแนวทางเพื่อส่งเสริมความร่วมมือด้านการท่องเที่ยวและการจัดกิจกรรมเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวระหว่างกัน อาทิ การเชื่อมโยงระหว่างแหล่งท่องเที่ยว ผู้นำทั้งสองยินดีกับการลงนามการดำเนินโครงการความร่วมมือด้านการท่องเที่ยว พ.ศ. ๒๕๖๐ – ๒๕๖๕ ระหว่างกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาแห่งราชอาณาจักรไทยและกระทรวงการท่องเที่ยวแห่งสาธารณรัฐฟิลิปปินส์

๑๕. ด้านความร่วมมือพลังงาน ผู้นำทั้งสองยินดีกับการจัดการประชุมด้านพลังงานครั้งแรกระหว่างฟิลิปปินส์และไทย ระหว่างวันที่ ๕ - ๖ สิงหาคม ๒๕๕๘ ที่ประเทศไทย และฟิลิปปินส์จะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมด้านพลังงานครั้งที่สองในเดือนกันยายน ๒๕๖๐ ภายหลังจากการประชุมรัฐมนตรีพลังงานอาเซียนและการประชุมที่เกี่ยวข้องครั้งที่ ๓๕ ทั้งสองฝ่ายเห็นชอบที่จะเพิ่มพูนความร่วมมือและการแลกเปลี่ยนความรู้และแนวปฏิบัติที่ดีด้านพลังงานทดแทน อาทิ เอธานอล ไบโอดีเซลและพลังงานใต้พิภพ การอนุรักษ์พลังงานและการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีเพื่อการสำรวจและการผลิตปิโตรเลียม

๑๖. ผู้นำทั้งสองยินดีกับความร่วมมือด้านการศึกษาที่ใกล้ชิดระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของไทยและฟิลิปปินส์ ฝ่ายไทยแสดงความขอบคุณฝ่ายฟิลิปปินส์ต่อบทบาทของครูชาวฟิลิปปินส์ด้านการเรียนการสอนภาษาอังกฤษในสถาบันการศึกษาของไทย ผู้นำทั้งสองมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องของทั้งสองประเทศหารือแนวทางการจัดกิจกรรมเพื่อส่งเสริมเครือข่ายระหว่างโรงเรียนและสถาบันการศึกษาของไทยและฟิลิปปินส์เพื่อส่งเสริมความร่วมมือด้านการศึกษาระหว่างกัน 

๑๗. ผู้นำทั้งสองยินดีกับความร่วมมือทางวิชาการที่ใกล้ชิดในกรอบทวิภาคีและไตรภาคีระหว่างไทยและฟิลิปปินส์เพื่อส่งเสริมการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ซึ่งเป็นหัวใจของการพัฒนาประเทศ ฝ่ายฟิลิปปินส์ได้เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมความร่วมมือทางวิชาการครั้งที่สองระหว่างฟิลิปปินส์และไทย ระหว่างวันที่ ๓ - ๖ พฤศจิกายน ๒๕๕๙ ทั้งสองฝ่ายเห็นชอบที่จะร่วมมือกันในโครงการทวิภาคีและไตรภาคีด้านต้นแบบการพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืนตามแนวทางหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงและสนับสนับสนุนการดำเนินงานตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติ

๑๘. ทั้งสองฝ่ายยินดีกับความร่วมมือที่ใกล้ชิดในสาขาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีโดยการลงนามความตกลงระหว่างรัฐบาลสาธารณรัฐฟิลิปปินส์และรัฐบาลราชอาณาจักรไทยว่าด้วยความร่วมมือด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในการเยือนครั้งนี้ ซึ่งจะช่วยส่งเสริมการแลกเปลี่ยนการทำการศึกษาและการวิจัยร่วม นักวิทยาศาสตร์และผู้ทรงคุณวุฒิ เอกสารทางเทคนิคและการจัดการประชุมระหว่างกัน

๑๙. ผู้นำทั้งสองได้กล่าวถึงแถลงการณ์อาเซียนเมื่อวันที่ ๘ สิงหาคม ค.ศ. ๑๙๖๗ ลงนามที่กรุงเทพฯ ว่าด้วยการจัดตั้งสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) โดยตระหนักถึงประวัติศาสตร์ที่ทรงคุณค่าของอาเซียน และทั้งสองฝ่ายยินดีกับการเฉลิมฉลองการครบรอบ ๕๐ ปีของการสถาปนาอาเซียนในปี ๒๕๖๐ ภายใต้การเป็นประธานอาเซียนของฟิลิปปินส์ ผู้นำทั้งสองแลกเปลี่ยนความเห็นเกี่ยวกับอาเซียนและพัฒนาการในภูมิภาค ฝ่ายไทยแสดงความพร้อมสนับสนุนความพยายามของอาเซียนภายใต้การเป็นประธานของฟิลิปปินส์ในปี ๒๕๖๐ ในการให้ประชาชนเป็นศูนย์กลางของอาเซียน ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องกันว่าในช่วงของความไม่แน่นอนและการเปลี่ยนแปลงของกระแสโลก ไทยและฟิลิปปินส์ควรเสริมสร้างความเข้มแข็งให้แก่ประชาคมอาเซียนและสนับสนุนการมีส่วนร่วมของประชาชนในกระบวนการการสร้างประชาคม

๒๐.  ด้านสถานการณ์ในทะเลจีนใต้ ผู้นำทั้งสองเห็นว่าการรักษาสันติภาพ เสถียรภาพและความมั่นคง รวมถึงการเคารพในเสรีภาพของเส้นทางเดินเรือ และการบินผ่านทะเลจีนใต้เป็นผลประโยชน์ร่วมของทุกประเทศทั้งในและนอกภูมิภาค ซึ่งเป็นเงื่อนไขสำคัญสำหรับการเจริญเติบโต การพัฒนาและการเจริญรุ่งเรือง ทั้งสองฝ่ายเน้นย้ำถึงการปฏิบัติตามปฏิญญาว่าด้วยการปฏิบัติของภาคีในทะเลจีนใต้ (DOC) อย่างเต็มที่และมีประสิทธิภาพ และมีเจตนารมณ์ร่วมกันในการจัดทำกรอบแนวปฏิบัติในทะเลจีนใต้ให้แล้วเสร็จภายในปี ๒๕๖๐ ฝ่ายไทยเห็นว่าเป้าหมายสูงสุดของทะเลจีนใต้คือ การเป็นทะเลแห่งสันติภาพ เสถียรภาพและการพัฒนาอย่างยั่งยืน เพื่อผลประโยชน์ของภูมิภาคและประชาชน ในการนี้ ฝ่ายฟิลิปปินส์ได้ยืนยันความมุ่งมั่นที่จะร่วมมือกับฝ่ายไทย รวมถึงทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องเพื่อส่งเสริมความร่วมมือทางทะเล และการธำรงไว้ซึ่งสันติภาพและเสถียรภาพในทะเลจีนใต้ 

๒๑. ไทยและฟิลิปปินส์กำลังก้าวย่างสู่อีกทศวรรษของความสัมพันธ์ ผู้นำทั้งสองยืนยันเจตนารมณ์ที่จะร่วมมือกันอย่างใกล้ชิดเพื่อนำผลการเยือนไทยอย่างเป็นทางการของประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ไปปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อเสริมสร้างสันติภาพ ความมั่นคงและการพัฒนาอย่างยั่งยืนให้แก่ทั้งสองประเทศ ประชาชนของทั้งสองประเทศ ประชาคมอาเซียนและมวลมนุษยชาติโดยรวม

*******