ข่าวเด่น : ผลการเยือนบังกลาเทศเพื่อเข้าร่วมประชุมคณะกรรมาธิการเพื่อความร่วมมือไทย-บังกลาเทศ ครั้งที่ ๗ ของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ศูนย์ข่าว กต.

ข่าวเด่น : ผลการเยือนบังกลาเทศเพื่อเข้าร่วมประชุมคณะกรรมาธิการเพื่อความร่วมมือไทย-บังกลาเทศ ครั้งที่ ๗ ของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ

             นายดอน ปรมัตถ์วินัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้เดินทางเยือนบังกลาเทศระหว่างวันที่ ๕ – ๗ กรกฎาคม ๒๕๖๐ เพื่อเข้าร่วมการประชุมคณะกรรมาธิการร่วมว่าด้วยความร่วมมือไทย – บังกลาเทศ ครั้งที่ ๗  (7th Thailand-Bangladesh  Joint Commission Meeting: JC) โอกาสนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศได้เข้าเยี่ยมคารวะและหารือกับนางชีค ฮาสินา นายกรัฐมนตรีบังกลาเทศ รวมทั้งหารือทวิภาคีกับ  นายอาบูล ฮัสซัน มามูด อาลี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศบังกลาเทศด้วย

              เมื่อวันที่ ๖ กรกฎาคม ๒๕๖๐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศทั้งสองฝ่ายเป็นประธานร่วมการประชุม JC ไทย – บังกลาเทศ ครั้งที่ ๗ โดยได้หารือและแลกเปลี่ยนความเห็นเพื่อผลักดันความร่วมมือในสาขาต่าง ๆ ที่เป็นประโยชน์ร่วมกัน ซึ่งในด้านความมั่นคง ทั้งสองฝ่ายพอใจต่อการแลกเปลี่ยนการเยือน และการฝึกอบรมระหว่างกองทัพสองฝ่าย บังกลาเทศยินดีต้อนรับพลเอก สุรพงษ์ สุวรรณอัตถ์  ผู้บัญชาการทหารสูงสุด  ซึ่งจะเดินทางเยือนบังกลาเทศอย่างเป็นทางการตามคำเชิญของผู้บัญชาการทหารบกบังกลาเทศในวันที่ ๖ – ๘ สิงหาคม ศกนี้ นอกจากนี้ ไทยเห็นพ้องกับข้อเสนอของฝ่ายบังกลาเทศในการจัดตั้งกรอบการประชุมระหว่างหน่วยงานความมั่นคง เพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติ

             ไทยและบังกลาเทศจะร่วมมือกันเพิ่มมูลค่าการค้าจากประมาณ ๑ พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปัจจุบัน โดยบังกลาเทศขอบคุณไทยที่ได้ดำเนินมาตรการยกเลิกภาษีและโควตา (Duty Free, Quota Free: DFQF) สำหรับการนำเข้าสินค้าจากบังกลาเทศจำนวน ๑๐ รายการ และไทยยินดีที่จะพิจารณาเพิ่มรายการสินค้าเป็น ๓๖ รายการตามที่ฝ่ายบังกลาเทศเสนอในปีนี้ นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายจะหารือเกี่ยวกับการจัดทำความตกลงเขตการค้าเสรี (FTA) ไทย – บังกลาเทศ การขายข้าวนึ่งจำนวน ๒ แสนตันแก่บังกลาเทศ และการลงนามบันทึกความเข้าใจว่าด้วยการซื้อขายข้าวเพื่อสนับสนุนความมั่นคงทางอาหารของบังกลาเทศ ซึ่งจะลงนามโดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอาหารบังกลาเทศ ในการประชุมคณะกรรมการร่วมทางการค้า (Joint Trade Committee: JTC) ไทย – บังกลาเทศ ครั้งที่ ๔ ในวันที่ ๙ – ๑๐ สิงหาคม ๒๕๖๐ ที่กรุงธากา 

                ไทยให้ความสำคัญกับบังกลาเทศในฐานะเป็นแหล่งลงทุนที่มีศักยภาพในเอเชียใต้ ทั้งสองฝ่ายยินดีต่อมูลค่าการลงทุนจากภาคเอกชนไทยที่มีมูลค่ากว่า ๑.๕ พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ฝ่ายไทยขอให้บังกลาเทศคุ้มครองและส่งเสริมการลงทุนของไทยในบังกลาเทศ ขณะที่บังกลาเทศได้เชิญชวนภาคเอกชนไทยให้มาลงทุนในเขตเศรษฐกิจพิเศษ โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเห็นว่า ยังมีโอกาสอีกมากที่ภาคเอกชนไทยจะมาลงทุนในบังกลาเทศ โดยขอให้ทางการบังกลาเทศพิจารณาปรับปรุงกฎระเบียบด้านภาษี การประสานงานกับหน่วยงานท้องถิ่น ระเบียบการตรวจคนเข้าเมือง และระเบียบการคลังเกี่ยวกับการโอนเงิน ทั้งนี้ ฝ่ายบังกลาเทศขอให้ไทยพิจารณานำเข้าแรงงานบังกลาเทศในสาขาที่ไทยขาดแคลน อาทิ ก่อสร้าง และประมง

                ทั้งสองฝ่ายได้หารือแนวทางการเพิ่มพูนและขยายความร่วมมือในสาขาที่มีศักยภาพ อาทิ ด้านประมง และเกษตร ฝ่ายไทยขอบคุณบังกลาเทศที่ได้น้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายแพะพันธุ์แบล็คเบงกอล จำนวน๑๖ ตัว แด่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในเดือนพฤษภาคม ๒๕๖๐ เพื่อนำไปขยายพันธุ์ตามโครงการพระราชดำริต่อไป นอกจากนี้ ฝ่ายไทยได้แสดงความสนใจที่จะขยายความร่วมมือกับบังกลาเทศในสาขาเทคโนโลยีสารสนเทศ และ Digital Park ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อทั้งสองฝ่ายด้วย

               ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะจัดทำความตกลงยกเว้นการตรวจลงตราผู้ถือหนังสือเดินทางทูต โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของไทยจะพิจารณาข้อเสนอของบังกลาเทศที่จะให้ความตกลงดังกล่าวมีระยะเวลา ๕ ปี และต่ออายุคราวละ ๕ ปี

                ไทยและบังกลาเทศยินดีต่อความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดและการสนับสนุนซึ่งกันและกันในเวทีพหุภาคี อาทิ สหประชาชาติ กรอบความริเริ่มแห่งอ่าวเบงกอลสำหรับความร่วมมือหลากหลายสาขาทางวิชาการและเศรษฐกิจ (BIMSTEC) สมาคมความร่วมมือแห่งภูมิภาคมหาสมุทรอินเดีย (IORA) และกรอบความร่วมมือเอเชีย (ACD)โดยบังกลาเทศยินดีที่จะมีบทบาทแข็งขันขึ้นใน ACD และจะพิจารณาการเป็นประธานกรอบความร่วมมือดังกล่าวด้วย นอกจากนี้ ไทยยินดีสนับสนุนการสมัครเป็นผู้สังเกตการณ์กรอบความร่วมมือลุ่มแม่น้ำโขง – คงคา (Mekong-Ganga Cooperation:  MGC) ของบังกลาเทศ และพร้อมจะร่วมมือกันอย่างใกล้ชิดกับฝ่ายบังกลาเทศด้านการแก้ไขปัญหาการโยกย้ายถิ่นฐานแบบไม่ปกติด้วย

                ไทยรับทราบความประสงค์ของบังกลาเทศในการสมัครเป็นคู่เจรจาเฉพาะสาขา (Sectoral Dialogue) ของอาเซียน โดยไทยเห็นว่าบังกลาเทศควรเพิ่มปฏิสัมพันธ์กับอาเซียนผ่านกลไก ASEAN Dhaka Committee และ CPR ที่กรุงจาการ์ตา รวมทั้งการประชุมอาเซียนว่าด้วยความร่วมมือด้านการเมืองและความมั่นคงในภูมิภาคเอเชีย – แปซิฟิก (ARF) ที่บังกลาเทศเป็นสมาชิก

                ในการหารือทวิภาคีระหว่างรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศบังกลาเทศ ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องถึงความสำคัญของการประชุมคณะกรรมาธิการร่วมฯ โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศบังกลาเทศแจ้งว่าจะเดินทางไปยังประเทศไทย เพื่อเข้าร่วมพิธีแต่งตั้งศาตราจารย์ภิชาน (Bangabandhu Chair Professor) ของสถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย (Asian Institute of Technology: AIT) ซึ่งรัฐบาลบังกลาเทศสนับสนุนทางการเงิน ที่กรุงเทพฯ ในช่วงเดือนกันยายน – พฤศจิกายน ศกนี้ และขอเชิญรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเข้าร่วมพิธีดังกล่าวด้วย โอกาสนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศได้ย้ำความพร้อมของฝ่ายไทยที่จะลงนามความตกลงว่าด้วยการยกเว้นการตรวจลงตราสำหรับผู้ถือหนังสือเดินทางทูต ในโอกาสแรก และได้สนับสนุนให้ฝ่ายบังกลาเทศพิจารณารับหน้าที่ประธาน ACD ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการส่งเสริมบทบาทของบังกลาเทศในเวทีพหุภาคีต่อไป