ข่าวเด่น : การพระราชทานไฟหลวงพระราชทานและหีบเพลิงพระราชทานไปในพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ศูนย์ข่าว กต.

ข่าวเด่น : การพระราชทานไฟหลวงพระราชทานและหีบเพลิงพระราชทานไปในพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร

          เมื่อวันที่ ๑๘ ตุลาคม ๒๕๖๐ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร พระราชทานพระราชวโรกาสให้นายกรัฐมนตรีและคณะ ประกอบด้วยปลัดกระทรวงการต่างประเทศ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และผู้ว่าราชการจังหวัดหรือผู้แทน ๗๖ จังหวัด เข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน โดยทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้นายกรัฐมนตรีเป็นผู้แทนรับพระราชทานไฟหลวงพระราชทานและหีบเพลิงพระราชทานไปในพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ณ พระเมรุมาศจำลองในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล และในส่วนภูมิภาคทุกจังหวัด รวมจำนวน ๘๕ แห่ง และในต่างประเทศ
          หลังจากนั้น นายกรัฐมนตรีเป็นประธานพิธีรับไฟหลวงพระราชทานและหีบเพลิงพระราชทานของปลัดกระทรวงการต่างประเทศ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และผู้ว่าราชการจังหวัดหรือผู้แทน ๗๖ จังหวัด ณ ตึกสันติไมตรีหลังนอก ทำเนียบรัฐบาล โดยปลัดกระทรวงการต่างประเทศ ในฐานะประธานคณะทำงานการจัดงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ในต่างประเทศ เป็นผู้แทนรับมอบหีบเพลิงพระราชทาน ซึ่งประกอบด้วยช่อดอกไม้จันทน์พร้อมธูปเทียน ๑ ช่อ และเทียนชนวน ๑ เล่ม ซึ่งกระทรวงการต่างประเทศจะเชิญหีบเพลิงพระราชทานไปยังสถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลใหญ่ใช้ประกอบพิธีถวายดอกไม้จันทน์ในต่างประเทศต่อไป  
          สำหรับพิธีถวายดอกไม้จันทน์ในต่างประเทศจะจัดขึ้นในวันเดียวกันกับงานพระราชพิธีฯ ในวันที่ ๒๖ ตุลาคม ๒๕๖๐ โดยประเทศที่ตั้งอยู่ใน time zone เดียวกันหรือใกล้เคียงกับประเทศไทย จะจัดพิธีขึ้นพร้อมกับงานพระราชพิธีฯ ในประเทศไทย คือเวลา ๑๗.๓๐ น. ตามเวลาประเทศไทย ส่วนประเทศที่อยู่ใน time zone อื่น ๆ จะจัดพิธีในช่วงเวลาที่เหมาะสม แต่ไม่ก่อนงานพระราชพิธีฯ ในประเทศไทย โดยจะมีการถ่ายทอดสดงานพระราชพิธีฯ จากประเทศไทยไปยังพิธีถวายดอกไม้จันทน์ในต่างประเทศ เพื่อให้ชุมชนไทยในต่างประเทศรู้สึกเสมือนตนได้เข้าร่วมงานพระราชพิธีฯ ณ ท้องสนามหลวง ด้วยตนเอง ทั้งนี้ สถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลใหญ่ทุกแห่งทั่วโลกได้แจ้งยืนยันเวลาและสถานที่จัดพิธีถวายดอกไม้จันทน์ในวันที่ ๒๖ ตุลาคม ๒๕๖๐ แล้ว รวมทั้งรายงานความคืบหน้าการเตรียมความพร้อมให้กระทรวงฯ ทราบเป็นระยะอย่างต่อเนื่องด้วยแล้ว