ข่าวเด่น : นายกรัฐมนตรีพบหารือกับนางอังเกลา แมร์เคล นายกรัฐมนตรีสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี ศูนย์ข่าว กต.

ข่าวเด่น : นายกรัฐมนตรีพบหารือกับนางอังเกลา แมร์เคล นายกรัฐมนตรีสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี

      เมื่อวันที่ ๒๘ พฤศจิกายน ๒๕๖๑ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและคณะได้พบหารือและรับประทานอาหารกลางวันร่วมกับนางอังเกลา แมร์เคล นายกรัฐมนตรีสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี ณ สำนักนายกรัฐมนตรีสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี กรุงเบอร์ลิน ผู้นำทั้งสองได้แลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นในประเด็นทวิภาคีและสถานการณ์ในภูมิภาค แนวทางในการกระชับความเป็นหุ้นส่วนด้านอุตสาหกรรม ๔.๐ และด้านการพัฒนาสาขาต่าง ๆ และความเป็นหุ้นส่วนในระดับภูมิภาคและระหว่างประเทศ
 
 
การกระชับความร่วมมือระดับสูงเพื่อสันติภาพและความเจริญรุ่งเรืองร่วมกัน
 
      ผู้นำทั้งสองได้เน้นย้ำค่านิยมร่วมกันในการส่งเสริมภูมิภาคนิยมและพหุภาคีนิยม เพื่อธำรงไว้ซึ่งเสถียรภาพ สันติภาพ และความมั่งคั่งในภูมิภาคเอเชียและยุโรป และในระดับโลก ทั้งนี้ ในช่วงที่ไทยจะดำรงตำแหน่งประธานอาเซียนและเยอรมนีเป็นสมาชิกไม่ถาวรของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UNSC) ในปีหน้า ทั้งสองประเทศจะประสานงานกันอย่างใกล้ชิดในประเด็นที่มีความสำคัญต่อภูมิภาคทั้งสองเพื่อร่วมกันแก้ปัญหาท้าทายระดับภูมิภาคและระดับโลก รวมทั้งเพื่อส่งเสริมความเชื่อมโยงในทุกมิติระหว่างยุโรปกับอาเซียนและเอเชีย
 
      นายกรัฐมนตรีได้เชิญให้นายกรัฐมนตรีแมร์เคลเดินทางมาเยือนไทยในช่วงที่ไทยจะดำรงตำแหน่งประธานอาเซียนในปี ๒๕๖๒ ด้วย 
 
 
ความเป็นหุ้นส่วนด้านการพัฒนา 
 
      นายกรัฐมนตรีและนายกรัฐมนตรีแมร์เคล ได้ยืนยันที่จะต่อยอดความเป็นหุ้นส่วนเพื่อการพัฒนาระหว่างกันในสาขาต่าง ๆ ที่สำคัญ รวมทั้งการพัฒนาเศรษฐกิจสีเขียว การแก้ไขปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยไทยจะใช้หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อสร้างประโยชน์ให้กับประชาชนในวงกว้างโดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง และบรรลุเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนร่วมกัน 
 
      ผู้นำทั้งสองยังได้ย้ำความสนใจที่จะกระชับความร่วมมือด้านการพัฒนาในกรอบไตรภาคีไปยังมิตรประเทศและประเทศเพื่อนบ้านของไทย โดยเฉพาะในการแก้ไขปัญหายาเสพติดและการพัฒนาระบบสาธารณสุขตามแนวชายแดน รวมทั้งดำเนินกิจกรรมร่วมกันในกรอบอาเซียน นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรียังได้เชิญให้เยอรมนีเข้ามาเป็นหุ้นส่วนการพัฒนาตามแผนแม่บทของ ACMECS ซึ่งเน้นการเชื่อมโยงแบบไร้รอยต่อที่มีไทยเป็นศูนย์กลาง 
 
 
การกระชับความเป็นหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ด้านเศรษฐกิจในทุกมิติ
 
      นายกรัฐมนตรีทั้งสองฝ่ายยังตกลงที่จะกระชับความเป็นหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ด้านเศรษฐกิจ ทั้งด้านการค้า การลงทุน และโดยเฉพาะอย่างยิ่งในอุตสาหกรรม ๔.๐ ซึ่งเยอรมนีมีความเชี่ยวชาญ โดยจะร่วมมือกันในด้านการวิจัยและการพัฒนาเทคโนโลยี เพื่อพัฒนาอุตสาหกรรมเป้าหมายของไทย อันได้แก่ ระบบราง และยานยนต์แห่งอนาคต เพื่อพัฒนาเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ของไทย
 
      ไทยและเยอรมนีจะร่วมกันพัฒนาทรัพยากรมนุษย์เพื่อรองรับอุตสาหกรรม ๔.๐ ซึ่งรวมไปถึงการพัฒนาศักยภาพของ SMEs สตาร์ทอัพส์ และการอาชีวศึกษา เพื่อเสริมสร้างการเจริญเติบโตที่ครอบคลุม โดยไทยหวังว่า ความเป็นหุ้นส่วนด้านนี้จะเป็นปัจจัยเกื้อหนุนให้ไทยสามารถก้าวไปสู่การเป็นประเทศที่มีรายได้สูงภายใน ๒๐ ปี ตามกรอบเป้าหมายของยุทธศาสตร์ชาติ ระยะ ๒๐ ปี 
 
      นายกรัฐมนตรียังขอให้เยอรมนีผลักดันให้สหภาพยุโรป (อียู) เริ่มการเจรจาความตกลงการค้าเสรีกับไทย และความตกลงการค้าเสรีระหว่างอาเซียนกับอียู ตามที่ภาคเอกชนของทั้งสองฝ่ายเรียกร้อง นายกรัฐมนตรีฝากให้นายกรัฐมนตรีแมร์เคลช่วยดูแลนักลงทุนของไทยในเยอรมนี ซึ่งมีบริษัทใหญ่เกือบ ๒๐ ราย และภาคธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมอีกจำนวนมาก ขณะเดียวกัน นายกรัฐมนตรีให้คำมั่นที่จะดูแลนักลงทุนเยอรมันในไทย ซึ่งมีมูลค่าการลงทุนสูงที่สุดในกลุ่มอียู
 
      นายกรัฐมนตรีแมร์เคลตระหนักถึงความก้าวหน้าของไทยในการแก้ไขปัญหา IUU ซึ่งนายกรัฐมนตรีขอให้ฝ่ายเยอรมันอธิบายให้อียูทราบด้วยว่า ประเทศไทยดำเนินมาตรการมากมายเพื่อแก้ไขปัญหา IUU มิใช่เพียงเพื่อจะปลดใบเหลืองของอียู แต่เพื่อปกป้องรักษาทรัพยากรทางทะเล ซึ่งเป็นทรัพยากรร่วมกันของคนทั้งโลก
 
      นายกรัฐมนตรีแมร์เคลสนับสนุนนายกรัฐมนตรีในการจัดการเลือกตั้งทั่วไปอย่างเสรีและโปร่งใส ซึ่งนายกรัฐมนตรีแสดงความขอบคุณ พร้อมทั้งยืนยันว่าจะมีการเลือกตั้งประมาณเดือนกุมภาพันธ์ ๒๕๖๒ และแสดงความเชื่อมั่นว่าคณะกรรมการการเลือกตั้งจะทำหน้าที่อย่างเต็มความสามารถเพื่อจัดการเลือกตั้งที่โปร่งใสและเป็นธรรม
 
      นายกรัฐมนตรีทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะขับเคลื่อนความร่วมมือระหว่างสองฝ่าย ผ่านการรื้อฟื้นกลไกการประชุมคณะกรรมการร่วมด้านเศรษฐกิจไทย-เยอรมนี (Thai-German Joint Economic Committee – JEC) เพื่อติดตามผลการเยือนในด้านเศรษฐกิจให้เกิดผลเป็นรูปธรรมด้วย