ข่าวกิจกรรมกระทรวงฯและสถานทูต : สถานทูตไทย ณ กรุงเวลลิงตัน เร่งผลักดันนโยบาย Thailand 4.0 สู่ภาคการเกษตร นำเทคโนโลยีนิวซีแลนด์เพิ่มผลผลิตให้กับเกษตรกรไทย ศูนย์ข่าว กต.

ข่าวกิจกรรมกระทรวงฯและสถานทูต : สถานทูตไทย ณ กรุงเวลลิงตัน เร่งผลักดันนโยบาย Thailand 4.0 สู่ภาคการเกษตร นำเทคโนโลยีนิวซีแลนด์เพิ่มผลผลิตให้กับเกษตรกรไทย

            เมื่อวันที่ ๑๙ ธันวาคม ๒๕๖๐ เวลา ๑๐.๓๐ น. นายมาริษ เสงี่ยมพงษ์ เอกอัครราชทูต ณ กรุงเวลลิงตัน พร้อมกับนาย Ross Hyland ผู้บริหารบริษัท Hampton Venture Partners เดินทางไปเยี่ยมชมกิจการสหกรณ์โคนมวังน้ำเย็น ที่จังหวัดสระแก้ว และได้ร่วมหารือกับนายอำนวย ทงก๊ก ประธานกรรมการ นายสุรชาติ คหินพงษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของสหกรณ์ฯ โดยตั้งเป้าหมายที่จะแนะนำให้สหกรณ์ฯ พิจารณานำนวัตกรรมสมัยใหม่เข้ามาใช้ในการบริหารจัดการฟาร์มโคนมของสมาชิกฯ เพื่อเพิ่มคุณภาพ และผลผลิตให้ดียิ่งขึ้น ข้อแนะนำที่ได้หารือกันประกอบด้วยการลงทุนร่วมกันกับบริษัท Hampton Venture Partners ในด้าน (๑) การสร้างฐานข้อมูล Dairy Platform ในลักษณะของ Big Data ที่เป็นประโยชน์เพื่อให้บริการแก่สมาชิกในการรวบรวมข้อมูล คัดกรอง และทำการวิเคราะห์ แล้วนำข้อมูลไปประยุกต์ใช้ application โดยผ่านเครื่องมือที่ทันสมัยในรูปแบบของ Internet of Things เพื่อสร้างความเข็มแข็ง และเพิ่มศักยภาพในด้านการผลิตให้กับเกษตรกร และเมื่อสหกรณ์ฯ มีความสามารถในการสร้างฐานข้อมูลได้สมบูรณ์ดีแล้วสหกรณ์ฯ จะสามารถขยายธุรกิจด้านการให้บริการข้อมูลไปให้กับสหกรณ์กลุ่มอื่นๆ หรือขยายธุรกิจไปให้กับเกษตรกรในประเทศเพื่อนบ้านได้อีกด้วย (๒) การพัฒนานวัตกรรมสายพันธุกรรมโคนมทนร้อน Heat Tolerance เพื่อให้เกษตรกรได้โคนมสายพันธุ์ดี Super Livestock มีพันธุกรรมที่เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมของประเทศในเขตร้อน-ชื้น บริษัท HVP มีองค์ความรู้ในเรื่องพันธุกรรมโคนมสายพันธุ์ต่างๆ สามารถที่จะพัฒนาธุรกิจร่วมกับสหกรณ์วังน้ำเย็นในด้านนี้ เพื่อช่วยให้สมาชิกเกษตรกรได้มีโคนมที่มีพันธุกรรมที่ดี เหมาะสมกับสภาพแวดล้อม สามารถเพิ่มผลผลิตได้มากยิ่งขึ้น และในอนาคตสหกรณ์ฯ ยังสามารถพัฒนาธุรกิจพันธุกรรมให้เป็นธุรกิจต้นน้ำอีกสาขาหนึ่ง ที่จะสร้างผลกำไรให้กับสหกรณ์ฯ ได้ดีในตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อีกด้วย
              สหกรณ์โคนมวังน้ำเย็นเป็นสหกรณ์ที่มีแนวคิดที่ทันสมัย ต้องการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่ประยุกต์ใช้ในการบริหารจัดการฟาร์ม เพื่อเพิ่มผลผลิต และคุณภาพให้กับสมาชิก รวมทั้งมีความต้องการที่จะพัฒนาธุรกิจรูปแบบใหม่ๆ ที่มีความแตกต่างสามารถสร้างเสริมผลกำไร และมูลค่าเพิ่มให้กับสหกรณ์ฯ และสมาชิกฯ อยู่ตลอดเวลา การนำบริษัท HVP ของนิวซีแลนด์มาร่วมจับคู่ทางธุรกิจเพื่อการลงทุนร่วมกันจะทำให้สหกรณ์ฯ สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับตนเองบนห่วงโซ่มูลค่าได้มาก และหลากหลายยิ่งขึ้น และยังตอบสนองนโยบายของรัฐบาลในการใช้เทคโนโลยีเพื่อสร้างความเจริญเติบโตทางธุรกิจของภาคการเกษตรให้มั่นคง และยั่งยืน ทำให้ประเทศไทยสามารถพัฒนาแนวทาง Thailand 4.0 ได้ในทุกๆ มิติ ทั้งมิติของภาคเกษตรกรรม และภาคอุตสาหกรรมไปพร้อมๆ กัน ไม่มีการทิ้งภาคใดไว้ข้างหลังแต่เพียงลำพัง