นโยบายการต่างประเทศ
ผลการดำเนินงานตามนโยบายรัฐบาลและกลไกประชารัฐ : รายงานผลการดำเนินงานตามนโยบายรัฐบาลและการสั่งการของนายกรัฐมนตรี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กระทรวงการต่างประเทศ ระหว่างวันที่ ๑ มกราคม – ๓๑ มกราคม ๒๕๕๘
สถานะ ณ วันที่ ๒ ก.พ. ๕๘
รายงานผลการดำเนินงานตามนโยบายรัฐบาลและการสั่งการของนายกรัฐมนตรี
พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี
กระทรวงการต่างประเทศ
ระหว่างวันที่ ๑ มกราคม – ๓๑ มกราคม ๒๕๕๘
| ลำดับ | นโยบายรัฐบาล/ | ความสอดคล้องกับรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย หรือแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ ๑๑ | มติคณะรัฐมนตรี | การดำเนินการ | การใช้จ่ายงบประมาณ | ผู้รับผิดชอบ | |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| วันที่ | สาระสำคัญ | แผนงาน/ โครงการ/ ผลการดำเนินการ รวมถึงปัญหาอุปสรรคในการดำเนินงานที่สำคัญ | |||||
| ๒. การรักษาความมั่นคงของรัฐและการต่างประเทศ | |||||||
| ข้อ ๒.๑ | (๑) การบริหารจัดการชายแดน | นโยบาย ๕.๕ ยุทธศาสตร์การสร้างความเชื่อมโยงกับประเทศในภูมิภาคเพื่อ |
|
| ๑. เมื่อวันที่ ๒๙ ม.ค. ๕๘ สมาคมประมงนอกน่านน้ำไทยเข้าเยี่ยมคารวะ รอง นรม./รมว.กต. ณ กต. โดยมี รป.ณรงค์ฯ ผู้แทนกรมเอเชียตะวันออก กรมการกงสุล กรมสนธิฯ กรมประมง (๑) ให้กรมการกงสุลช่วยเหลือลูกเรือประมงไทยกลับประเทศก่อน (๒) สำหรับลูกเรือต่างชาติ ขอให้เจ้าของเรือให้ข้อมูลเกี่ยวกับลูกเรือเพิ่มเติม เพื่อให้กระทรวงฯ ประสานและหารือกับสถานเอกอัครราชทูตเมียนมาร์และกัมพูชาประจำประเทศไทย เพื่อขอให้ออกเอกสาร CI ให้คนชาติตนและส่งกลับประเทศต้นทาง (๓) ส่วนการที่เจ้าของเรือจะฟ้องทางการอินโดนีเซียกรณีจมเรือประมง ขอให้ฝ่ายทนายของเจ้าของเรือพิจารณารวบรวมข้อมูลหลักฐานให้ครบถ้วนและชั่งน้ำหนักว่าควรเดินหน้าสู้คดีต่อหรือไม่ โดยอาจประสานข้อมูลหรือขอคำแนะนำจากกระทรวงฯ (กรมสนธิ/กรมเอเชียตะวันออก) และกรมประมงได้ (๔) เกี่ยวกับมาตรการเข้มงวดและกีดกันต่าง ๆ ที่อินโดนีเซียออกมาแสดงแนวโน้มนโยบายที่ไม่สนับสนุนให้ต่างชาติทำประมงในน่านน้ำอินโดนีเซีย สมาคมฯ อาจต้องแนะนำสมาชิกให้เร่งปรับตัวเพื่อป้องกันปัญหาในอนาคต เช่น เปลี่ยนเส้นทางเดินเรือ/ทำประมง แสวงหาแหล่งประมงใหม่ที่มีความเสี่ยงน้อยกว่า |
| กรมเอเชียตะวันออก/ กรมการกงสุล/ กรมสนธิสัญญา/ กลุ่มงานความมั่นคง |
| ข้อ ๒.๔ | (๑) การเสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีกับนานาประเทศ ซึ่งเป็นส่วนสำคัญต่อการบริหารราชการแผ่นดิน ทั้งด้านการเมือง เศรษฐกิจ และสังคม (๒) ชี้แจงสถานการณ์และสร้างความเชื่อมั่น (๓) นำกลไกทางการทูตแบบบูรณาการมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชนทั้งทางตรงและทางอ้อม เช่น ๓.๑ การคุ้มครองดูแลคนไทยและผลประโยชน์ของคนไทยในต่างแดน ๓.๒ การแลกเปลี่ยนทางการศึกษา วัฒนธรรม การค้า ๓.๓ การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ และการเปิดโลกทัศน์ให้มีลักษณะสากล
| นโยบายที่ ๕.๔ ยุทธศาสตร์การปรับโครงสร้างเศรษฐกิจสู่การเติบโตอย่างมีคุณภาพและยั่งยืน นโยบาย ๕.๕ ยุทธศาสตร์การสร้างความเชื่อมโยงกับประเทศในภูมิภาคเพื่อ นโยบายที่ ๕.๖ ยุทธศาสตร์การจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่นยืน |
|
| กรอบทวิภาคี ๑. เมื่อวันที่ ๓๐ ธ.ค. ๕๗ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้า
๒. เมื่อวันที่ ๖ ม.ค. ๕๘ นาย Bilahari Kausikan เอกอัครราชทูตประจำกระทรวงและที่ปรึกษาด้านนโยบายของกระทรวงการต่างประเทศสิงคโปร์รับเชิญเป็นผู้บรรยายในหัวข้อ Power Transitions in East Asia โดยมี ปลัด กต. เป็นผู้กล่าวเปิดงานและดำเนินรายการ ณ กต. สาระสำคัญของการบรรยายสรุปได้ดังนี้ (๑) การเปลี่ยนแปลงของบริบทความสัมพันธ์ระหว่างประเทศในปัจจุบันมีผู้เล่นสำคัญที่ไม่ใช่ประเทศตะวันตก (๒) การเปลี่ยนแปลง (transitions) เกิดขึ้นทั้งในระดับระหว่างประเทศ ระดับประเทศ และระดับภูมิภาค โดยเฉพาะในบริบทของอาเซียน และ (๓) มีการตอบข้อซักถามในประเด็นต่าง ๆ อาทิ การผงาดขึ้นของจีน การทำงานของอาเซียน สถานการณ์ในทะเลจีนใต้ บทบาทของอินเดียในภูมิภาคอาเซียน และการเมืองสิงคโปร์
๓. เมื่อวันที่ ๙ ม.ค. ๕๘ นาย Kesang Wangdi เอกอัครราชทูตราชอาณาจักรภูฏานประจำประเทศไทยเข้าเยี่ยมคารวะ รมช.กต. ณ กต. โดยฝ่ายภูฏานแสดงความซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ที่ทรงริเริ่มโครงการพัฒนาสุขภาพเด็กและเยาวชนในภูฏานด้านการส่งเสริมความร่วมมือทางวิชาการ โดยฝ่ายภูฏานประสงค์จะขอความร่วมมือจากไทยในสาขาเทคโนโลยีสารสนเทศ เนื่องจากเห็นว่าไทย
๔. เมื่อวันที่ ๙ ม.ค. ๕๘ นาย Denis Manturov รมว. อุตสาหกรรมและการค้า สหพันธรัฐรัสเซีย ในฐานะประธานร่วมฝ่ายรัสเซียในการประชุมคณะกรรมาธิการร่วมว่าด้วย (๓) ในปี ๒๕๕๗ (ม.ค. – ก.ย.) การค้าระหว่างสองประเทศมีมูลค่ารวม ๓,๘๒๖ ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยไทยขาดดุล ๑.๙๗๓ ล้านดอลลาร์สหรัฐ ทั้งนี้ ไทยมีเป้าหมายที่จะผลักดันการขยายตลาดสินค้าเกษตรและอาหารในรัสเซีย โดยเฉพาะเนื้อสุกรแช่แข็ง เนื้อไก่แช่แข็ง สินค้าประมง และผลิตภัณฑ์ยางพารา
๕. เมื่อวันที่ ๑๒ ม.ค. ๕๘ นาย Mohammed Ali Ahmed Omran Al Shamsi เอกอัครราชทูตสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ประจำประเทศไทยเข้าเยี่ยมคารวะ รอง นรม./รมว.กต. ในโอกาส
๖. เมื่อวันที่ ๑๒ ม.ค. ๕๘ พลเอก (นอกราชการ) Suwanda Hennadige Shantha Kottegoda เอกอัครราชทูตศรีลังกาประจำประเทศไทยเข้าเยี่ยมคารวะ รอง นรม./รมว.กต. ณ กต. รอง นรม./รมว.กต. แสดงความยินดีที่การเลือกตั้งประธานาธิบดีของศรีลังกาเป็นไปด้วยความเรียบร้อย และได้แลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นกับเอกอัครราชทูตศรีลังกา เกี่ยวกับแนวทางส่งเสริมการค้าและการลงทุนระหว่างกัน ซึ่งศรีลังกามีอัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจที่สูง และมีศักยภาพที่จะเป็นตลาดใหม่ด้านการค้าการลงทุนของไทย จึงเห็นควรส่งเสริมให้มีการแลกเปลี่ยนการเยือนและการปฏิสัมพันธ์ระหว่างภาคเอกชนของทั้งสองฝ่ายมากขึ้น
๗. เมื่อวันที่ ๑๒ ม.ค. ๕๘ นาย Jabor Ali Hussain Al-Dosseri เอกอัครราชทูตกาตาร์ประจำประเทศไทยเข้าเยี่ยมคารวะ
๘. เมื่อวันที่ ๑๒ ม.ค. ๕๘ รมช.กต. หารือลักษณะ working lunch ร่วมกับ นาย Martin Tlapa รมช.กต. สาธารณรัฐเช็ก โดยรมช.กต. อธิบายพัฒนาการทางการเมืองของไทย และขอบคุณ
๙. เมื่อวันที่ ๑๓ ม.ค. ๕๘ นาย Sohail Khan เอกอัครราชทูตปากีสถานประจำประเทศไทยเข้าเยี่ยมคารวะรอง นรม./รมว.กต. ณ กต. โดยได้หารือแนวทางการเพิ่มระดับการค้าและการลงทุนระหว่างกัน โดยเฉพาะการจัดทำความตกลงเขตการค้าเสรี ซึ่งคาดว่าจะเริ่มกระบวนการเจรจาได้ภายในปีนี้ ซึ่งจะช่วยขยายการเติบโตทางเศรษฐกิจ เพิ่มระดับการบริโภคและการลงทุนของทั้งสองประเทศ และสอดคล้องกับเป้าหมายที่ได้กำหนดร่วมกันว่าจะเพิ่มมูลค่าการค้าระหว่างกันเป็นสองเท่าภายในปี ๒๕๖๑ ทั้งนี้ สินค้าที่มีศักยภาพ ได้แก่ ผลไม้แห้ง อัญมณี เป็นต้น
๑๐. เมื่อวันที่ ๑๓ ม.ค. ๕๘ นาย Francesco Saverio Nisio เอกอัครราชทูตอิตาลีประจำประเทศไทยเข้าเยี่ยมคารวะ
๑๑. เมื่อวันที่ ๑๓ ม.ค. ๕๘ นาย Rolf Schulze เอกอัครราชทูตเยอรมนีประจำประเทศไทยเข้าเยี่ยมคารวะรอง นรม./รมว.กต.
๑๒. เมื่อวันที่ ๑๔ ม.ค. ๕๘ นาย Paul Robilliard เอกอัครราชทูตออสเตรเลียประจำประเทศไทยเข้าเยี่ยมคารวะ
๑๓. เมื่อวันที่ ๑๔ ม.ค. ๕๘ รอง นรม./รมว. กต. มอบเงินช่วยเหลือแก่ประเทศมัลดีฟส์ เนื่องด้วยสภาวะขาดแคลนน้ำจืด จำนวน ๕๐,๐๐๐ ดอลลาร์สหรัฐ ผ่านนายสนั่น อังอุบลกุล
๑๔. เมื่อวันที่ ๑๔ ม.ค. ๕๘ นาย Kirill Barsky เอกอัครราชทูตสหพันธรัฐรัสเซียประจำประเทศไทย เข้าเยี่ยมคารวะ รอง นรม./รมว.กต. ณ กต. โดยเอกอัครราชทูตรัสเซีย แสดงความยินดีและชื่นชมต่อผลสำเร็จในการเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการของ รมว. กระทรวงอุตสาหกรรมและการค้ารัสเซีย และหารือกิจกรรมสำคัญที่จะจัดขึ้นในปีนี้ อาทิ การเยือนรัสเซียอย่างเป็นทางการของรอง นรม./รมว.กต. การเข้าร่วมประชุมคณะกรรมาธิการร่วมว่าด้วยความร่วมมือทวิภาคีระหว่างไทยกับรัสเซีย ครั้งที่ ๖ ซึ่งรัสเซียจะเป็นเจ้าภาพ และการประชุมหารือระดับรัฐมนตรีช่วยในกรอบแผนการหารือระหว่าง กต. ของทั้งสองประเทศ
๑๕. เมื่อวันที่ ๑๔ ม.ค. ๕๘ นาง Christine Schraner Burgenerเอกอัครราชทูตสมาพันธรัฐสวิสประจำประเทศไทย เข้าเยี่ยมคารวะ รอง นรม./รมว.กต. ณ กต. โดย รอง นรม./รมว.กต. แสดงความยินดีต่อความสำเร็จของสวิสในการเป็นประธานองค์การว่าด้วยความมั่นคงและความร่วมมือในยุโรป (Organization for Security and Co-operation in Europe หรือ OSCE) เมื่อปี ๒๕๕๗ และไทยมีความมุ่งมั่นที่จะร่วมมือกับสวิสในฐานะประธาน Asian Partners for Co-operation Contact Group ของ OSCE และกลุ่ม Troika ของ OSCE ปี ๒๕๕๘ นอกจากนี้ รอง นรม./รมว.กต. ได้แจ้งความคืบหน้าในการดำเนินการตาม Roadmap และขอบคุณรัฐบาลสวิสที่แสดงความสนใจเกี่ยวกับกระบวนการปรองดอง และการปฏิรูปการเมืองในไทยมาโดยตลอด รวมทั้งได้ส่งผู้เชี่ยวชาญเข้าร่วมงานเสวนาทางวิชาการหัวข้อ “On the Path to Reform” ที่กรุงเทพฯ
๑๖. เมื่อวันที่ ๑๔ ม.ค. ๕๘ นาย Philip Calvert เอกอัครราชทูตแคนาดาประจำประเทศไทยเข้าเยี่ยมคารวะ รอง นรม./รมว.กต. ณ กต. โดยรอง นรม./รมว.กต. ชี้แจงการดำเนินการตาม Roadmap และแนวทางการปฏิรูปประเทศเพื่อนำไปสู่การเลือกตั้ง ซึ่งเอกอัครราชทูตแคนาดา เห็นว่ามีความคืบหน้า และไทยจะกลับคืนสู่ความเป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ในที่สุด ทั้งนี้ แคนาดาพร้อมที่จะส่งผู้เชี่ยวชาญมาแบ่งปันประสบการณ์ในประเด็นต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องตามที่ไทยเห็นเหมาะสม
๑๗. เมื่อวันที่ ๑๔ ม.ค. ๕๘ นาย Mark Kent เอกอัครราชทูต เอกอัครราชทูตสหราชอาณาจักร ย้ำว่าสหราชอาณาจักรยังคงร่วมมือกับไทยอย่างเต็มที่ โดยเฉพาะความร่วมมือภายใต้โครงการ Newton Fund ซึ่งได้แถลงข่าวเปิดตัวความร่วมมือระหว่างกัน ภายใต้หัวข้อ “Newton UK – Thailand Research and Innovation Partnership Fund” เพื่อสนับสนุนให้เกิดความร่วมมือด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมระหว่างกัน
๑๘. เมื่อวันที่ ๑๕ – ๑๖ มกราคม ๒๕๕๘ รอง นรม./รมว.กต. เข้าร่วมการประชุมคณะกรรมาธิการร่วมว่าด้วยความร่วมมือ (๑) การแก้ไขปัญหาการลักลอบตัดไม้ตามแนวชายแดน โดยเห็นควรให้ใช้คณะกรรมการร่วมระดับประเทศเป็นกลไกในการหารือ และกัมพูชาจะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมดังกล่าวใน (๒) การค้า การลงทุน และการท่องเที่ยว โดยจะเริ่มการเจรจาอนุสัญญาเพื่อการยกเว้นการเก็บภาษีซ้อนในเร็ว ๆ นี้ นอกจากนี้ ฝ่ายไทยได้เชิญให้ภาครัฐและเอกชนของกัมพูชาพิจารณาใช้ตลาดทุนของไทยเป็นแหล่งระดมทุน เพื่อส่งเสริม
๑๙. เมื่อวันที่ ๑๙ ม.ค. ๕๘ รอง นรม./รมว.กต. พบหารือกับ
๒๐. เมื่อวันที่ ๑๙ ม.ค. ๕๘ รอง นรม./รมว.กต. พบหารือกับ
๒๑. เมื่อวันที่ ๑๙ ม.ค. ๕๘ รอง นรม./รมว.กต. พบหารือกับ รอง นรม./รมว.กต. ยืนยันการมีบทบาทแข็งขันของไทยในการให้ความร่วมมือกับสหประชาชาติ โดยทั้งสองฝ่ายได้แลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นเกี่ยวกับการกำหนดวาระการพัฒนาหลังปี ค.ศ. ๒๐๑๕ ซึ่งไทยสนับสนุนและพร้อมร่วมมือในการจัดทำ
๒๒. เมื่อวันที่ ๒๐ ม.ค. ๕๘ นาย David Kaatrud ผู้อำนวยการภูมิภาคเอเชียและผู้แทนประจำประเทศไทยของโครงการอาหารโลก (World Food Programme หรือ WFP) เข้าเยี่ยมคารวะ รมช.กต. ณ กต. โดยทั้งสองฝ่ายหารือเกี่ยวกับบทบาท/
๒๓. เมื่อวันที่ ๒๑ ม.ค. ๕๘ นาย Marat Yessenbayev เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐคาซัคสถานประจำประเทศไทยเข้าเยี่ยมคารวะ รมช.กต. โดยเอกอัครราชทูตคาซัคสถานย้ำคำเชิญของ ปธน. คาซัคสถานที่ประสงค์จะเชิญ นรม. เยือนคาซัคสถานอย่างเป็นทางการ รวมทั้งเชิญฝ่ายไทยเข้าร่วมการประชุมคณะกรรมาธิการร่วมไทย-คาซัคสถาน ครั้งที่ ๓ ณ กรุงอัสตานา โดยมี รมว.กต. ของทั้งสองฝ่ายเป็นประธานการประชุมร่วมกัน ซึ่ง รมช. เห็นว่าการแลกเปลี่ยนการเยือนระดับสูงจะเป็นช่องทางสำคัญสำหรับการเพิ่มพูนปฏิสัมพันธ์ระหว่างกัน และทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องกันว่า สามารถมีความร่วมมือระหว่างกันกันได้อีกมาก โดยสาขาที่มีศักยภาพ ได้แก่ การเกษตร การท่องเที่ยว การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน และพลังงาน
๒๔. เมื่อวันที่ ๑๙ – ๒๑ ม.ค. ๕๘ ผู้อำนวยการสำนักงานความร่วมมือเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศ (สพร.) เป็นหัวหน้าคณะผู้แทนไทยเข้าร่วมการหารือเรื่องความร่วมมือเพื่อการพัฒนาระหว่างไทย-ฟิลิปปินส์ และการจัดตั้งคณะทำงานด้านความร่วมมือทางวิชาการ ณ ประเทศฟิลิปปินส์ โดยทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะดำเนินงานความร่วมมือในลักษณะไตรภาคี โดยการจัดหลักสูตรฝึกอบรมในเรื่อง Women Empowerment and Entrepreneurship ให้แก่ประเทศกัมพูชา สปป.ลาว เมียนมาร์ เวียดนาม ภูฏาน บังกลาเทศ เนปาล และติมอร์-เลสเต ฝ่ายฟิลิปปินส์เสนอให้มีการประชุมความร่วมมือทางวิชาการประจำปีระหว่างไทย-ฟิลิปปินส์ โดยสลับกันเป็นเจ้าภาพ เพื่อเป็นกลไกดำเนินงานความร่วมมือทางวิชาการให้เป็นไปอย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ ทั้งสองฝ่ายจึงเห็นควรให้มีการจัดประชุมวิชาการระหว่างไทย-ฟิลิปปินส์ ครั้งที่ ๑ ภายในปี ๒๕๕๘
๒๕. เมื่อวันที่ ๒๓ – ๒๔ ม.ค. ๕๘ รอง นรม./รมว.กต. เป็นประธานคณะกรรมาธิการฝ่ายไทยในการประชุมคณะกรรมาธิการร่วมและคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม ไทย-ลาว ณ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) สรุปสาระสำคัญ ดังนี้ (๑) การประชุมคณะกรรมาธิการร่วมว่าด้วยความร่วมมือไทย-ลาว ครั้งที่ ๑๙ - ด้านความมั่นคง ทั้งสองฝ่ายสนับสนุนให้ยกระดับ - ด้านเศรษฐกิจ การค้าและการลงทุนระหว่างไทย-ลาวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการค้าบริเวณชายแดน รวมทั้งการขนส่งผลไม้ไทยผ่านเส้นทาง R3A ไปยังจีน โดยที่ประชุมได้หารือ ๔ ประเด็นสำคัญ ได้แก่ (๑) การพัฒนาพื้นที่ตามแนวชายแดนและจัดการพื้นที่ชายแดนอย่างเป็นระบบ (๒) การพัฒนาโครงข่ายการคมนาคมขนส่งและการเชื่อมโยง อาทิ โครงการก่อสร้างถนนต่าง ๆ และการพัฒนาโครงการรถไฟร่วมกับจีน จำนวน ๔ เส้นทาง ที่จะสนับสนุนให้ลาวเป็นประเทศที่เชื่อมโยงการคมนาคมทางรถไฟในอนุภูมิภาค (๓) การระดมทุนของลาวในตลาดทุนไทย และการพัฒนาตลาดทุนและตลาดหลักทรัพย์ของลาว (๔) ส่งเสริมความร่วมมือด้านแรงงาน โดยสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะส่งเสริมการพัฒนาทักษะฝีมือแรงงานเพื่อพัฒนาศักยภาพแรงงานตามแนวชายแดน - ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะส่งเสริมความสัมพันธ์และ ในการนี้ รอง นรม./รมว.กต. ได้ร่วมลงนามความตกลงระหว่างไทย-ลาว จำนวน ๒ ฉบับ (๑) บันทึกความเข้าใจว่าด้วยการแลกเปลี่ยนทางวิชาการและความร่วมมือระหว่างสถาบันการต่างประเทศเทวะวงศ์วโรปการและสถาบันการต่างประเทศ กต. สปป.ลาว (๒) บันทึกความเข้าใจว่าด้วยโครงการพัฒนาโรงพยาบาลเมืองปากซอง แขวงจำปาสัก (๒) การประชุมคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมครั้งที่ ๑๐ - รอง นรม./รมว.กต. ยินดีต่อความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาเขตแดนที่คงค้างจากการสำรวจและจัดทำหลักเขตแดนทางบก และย้ำถึงแนวทางที่ได้รับจาก นรม. ที่จะไม่ทำให้ปัญหาเขตแดนเป็นอุปสรรคในการพัฒนาประเทศ ทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคม และความร่วมมือระหว่างประเทศ แต่ต้องอยู่บนพื้นฐานของกฎหมายระหว่างประเทศและกฎหมายภายใน ตลอดจนประโยชน์ร่วมกันของทั้งสองประเทศ โดย รอง นรม./รมว.กต. ย้ำว่ารัฐบาลไทยพร้อมร่วมมือในการพัฒนาพื้นที่ชายแดนไทย-ลาว - ความคืบหน้าของกลไกการทำงานภายใต้คณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมฯ ที่สำคัญ ได้แก่ การก่อสร้างหลักเขตแดนเพิ่มเติมอีกจำนวน ๖ หลัก ในพื้นที่ที่จะส่งเสริมการท่องเที่ยวข้ามแดน บริเวณภูชี้ฟ้า-ภูชี้ดาว ซึ่งนับตั้งแต่เริ่มการสำรวจและจัดทำหลักเขตแดน สามารถร่วมกันปักหลักเขตแดนได้แล้วจำนวน
๒๖. เมื่อวันที่ ๒๖ ม.ค. ๕๘ นาย Daniel Russell ผู้ช่วย รมว.กต. สหรัฐฯ ดูแลภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก เข้าเยี่ยมคารวะและหารือกับ รอง นรม./รมว.กต. ณ กต. โดยทั้งสองฝ่ายยืนยันความเป็นมิตรและหุ้นส่วนในการส่งเสริมความร่วมมือในทุกระดับ และการขยายความร่วมมือในทุกมิติ โดยสหรัฐฯ ตระหนักถึงบทบาทที่สร้างสรรค์ของไทยในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทั้งสองฝ่ายย้ำถึงความร่วมมือทวิภาคีในลักษณะหุ้นส่วนเพื่อจัดการแก้ไขสิ่งท้าทายในระดับประชาคมโลก อาทิ อาชญากรรมข้ามชาติ ยาเสพติด การก่อการร้าย การค้ามนุษย์ และโรคระบาด เช่น อีโบลา รอง นรม./รมว.กต. แจ้งความคืบหน้าของรัฐบาลไทยใน
๒๗. เมื่อวันที่ ๒๖ ม.ค. ๕๘ รอง นรม./รมว.กต. เป็นประธาน
๒๘. เมื่อวันที่ ๒๖ ม.ค. ๕๘ รอง นรม./รมว.กต. เป็นประธานและสักขีพยานในพิธีลงนามข้อตกลงเสริมระหว่างรัฐบาลไทยและรัฐบาลออสเตรเลียว่าด้วยโครงการออสเตรเลีย-เอเชียเพื่อต่อต้านการค้ามนุษย์ ณ กต. โดยไทยและออสเตรเลียมีแผนที่จะจัดประชุมเชิงปฏิบัติการในระดับภูมิภาคเกี่ยวกับการต่อต้านการค้ามนุษย์ในช่วง ๖ เดือนแรกของปี ๒๕๕๘ ภายใต้โครงการออสเตรเลีย-เอเชีย เพื่อต่อต้านการค้ามนุษย์ โดยโครงการดังกล่าว
๒๙. เมื่อวันที่ ๒๗ ม.ค. ๕๘ รอง นรม./รมว.กต. หารือทวิภาคีกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกฎหมายสิงคโปร์ ระหว่างเข้าร่วมการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนอย่างไม่เป็นทางการ ณ เมืองโกตากินาบาลู ประเทศมาเลเซีย
๓๐. เมื่อวันที่ ๒๘ ม.ค. ๕๘ รมช.กต. หารือกับนาย W. Patrick Murphy อุปทูตสหรัฐฯ ประจำประเทศไทย ณ กต. โดย รมช.กต. ใช้โอกาสนี้แสดงความกังวลและผิดหวัง ซึ่งสะท้อนมาจากคนไทยหลายกลุ่มเกี่ยวกับบางช่วงบางตอนของสุนทรพจน์ที่ผู้ช่วย รมว.กต. สหรัฐฯกล่าวที่สถาบันศึกษาความมั่นคงและนานาชาติ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เมื่อ ๒๖ ม.ค. ๒๕๕๘ เนื่องจากข้อความช่วงดังกล่าวได้สร้างความไม่พอใจให้คนไทยหลายคน และถูกนำไปขยายผลทางการเมือง นอกจากนี้ รมช.กต. แจ้งว่า นรม. อาจเข้าร่วมการประชุมสมัชชาสหประชาชาติ สมัยสามัญ สมัยที่ ๗๐ ที่นครนิวยอร์ก ในเดือน ก.ย. ๒๕๕๘ และหวังว่า สหรัฐฯ จะพิจารณาใช้โอกาสนี้ให้เป็นประโยชน์ในการส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างกัน
๓๑. เมื่อวันที่ ๒๙ ม.ค. ๕๘ นาย Hishammuddin Hussein รมว.กห. มาเลเซีย เข้าเยี่ยมคารวะ รอง นรม./รมว.กต.
๓๒. เมื่อวันที่ ๒๙ ม.ค. ๕๘ นาย Luís Barreira de Sousa เอกอัครราชทูตโปรตุเกสประจำประเทศไทย เข้าเยี่ยมคารวะ
กรอบพหุภาคี ๑. เมื่อวันที่ ๑๙ ม.ค. ๕๘ รอง นรม./รมว.กต. เข้าร่วมการประชุม United Nations Security Council Open Debate หัวข้อ “การพัฒนาที่ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมเพื่อนำไปสู่การธำรงสันติภาพและความมั่นคงระหว่างประเทศ (Inclusive Development for the Maintenance of International Peace and Security)” ณ สหประชาชาติ นครนิวยอร์ก สหรัฐฯ
ของคณะมนตรีความมั่นคงฯ และควรให้ความสำคัญกับบทบาทของสตรีด้วย |
| กต./ ทุกกรม/ ทุกสำนัก
|
|
|
|
| ๓๐ ธ.ค. ๕๗ | มติ ครม. เห็นชอบการบริจาคข้าวให้แก่รัฐบาลฟิลิปปินส์ จำนวน ๕๐๐ ตัน และรัฐบาลมาเลเซียจำนวน ๕๐๐ ตัน เพื่อช่วยเหลือประชาชนฟิลิปปินส์และมาเลเซียที่ประสบเหตุภัยพิบัติ โดยใช้งบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น ประจำปีงบประมาณ ๒๕๕๘ | ครม. มีมติเห็นชอบตามที่ กต. เสนอ ในการบริจาคข้าวให้แก่รัฐบาลฟิลิปปินส์ จำนวน ๕๐๐ ตัน และรัฐบาลมาเลเซีย จำนวน๕๐๐ ตัน เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากกรณีพายุไต้ฝุ่น Hagupit เข้าพัดถล่มฟิลิปปินส์ เมื่อวันที่ ๖ ธันวาคม ๒๕๕๗ และจากกรณีเหตุอุทกภัยครั้งใหญ่ในรัฐทางตอนเหนือของมาเลเซีย ตั้งแต่วันที่ ๑๖ ธันวาคม ๒๕๕๗ ตามลำดับ โดย กต. ได้ดำเนินการตามมติ ครม. ดังกล่าว |
| กรมเอเชียตะวันออก |
| ๓. การลดความเหลื่อมล้ำของสังคม และการสร้างโอกาสการเข้าถึงบริการของรัฐ | |||||||
| ข้อ ๓.๒ | ป้องกันและแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์ รวมถึงปัญหาผู้หลบหนีเข้าเมือง การทารุณกรรมต่อแรงงานข้ามชาติ การท่องเที่ยวที่เน้นบริการทางเพศและเด็ก และปัญหาคนขอทาน โดยการปรับปรุงกฎหมายข้อบังคับที่จำเป็นและเพิ่มความเข้มงวดในการระวังตรวจสอบ |
|
|
| ๑. เมื่อวันที่ ๖ ม.ค. ๕๘ อธิบดีกรมอเมริกาและแปซิฟิกใต้
๒. เมื่อวันที่ ๗ ม.ค. ๕๘ นรม. เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายเพื่อแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์และการทำประมงผิดกฎหมาย ครั้งที่ ๑/๒๕๕๘ โดยมี รอง นรม. และ รมต. กระทรวงต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมด้วย
๓. เมื่อวันที่ ๑๒ ม.ค. ๕๘ รมช.กต. ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการด้านประชาสัมพันธ์ และกฎหมาย คณะกรรมการนโยบายเพื่อแก้ไขการค้ามนุษย์และประมง
๔. เมื่อวันที่ ๑๔ ม.ค. ๕๘ กต. ได้เข้าร่วมการแถลงข่าวโดย รมว.กษ. เรื่อง กฎหมายประมงฉบับใหม่และแผนการแก้ไขปัญหาการทำประมง IUU และได้ประมวลข้อมูลและประสานแจ้งให้สถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลใหญ่ และหน่วยงานของ กต. ทั่วโลกทราบ เพื่อเป็นข้อมูลในการประชาสัมพันธ์และชี้แจงในประเด็นดังกล่าวในต่างประเทศต่อไป
๕. เมื่อวันที่ ๓๐ ม.ค. ๕๘ รมช.กต. ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการด้านประชาสัมพันธ์และกฎหมายที่เกี่ยวกับการป้องกันและแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์ ร่วมกับ ปลัด พม. รองปลัด รง. ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และอธิบดีกรมอเมริกาและแปซิฟิกใต้ กต. ได้แถลงข่าวเปิดตัวรายงานความก้าวหน้าในการต่างต้านการค้ามนุษย์ของไทย ประจำปี ๒๕๕๗ ณ ตึกนารีสโมสร ทำเนียบรัฐบาล โดยที่รายงานดังกล่าวเป็นรายงานประจำปีของไทยเพื่อเผยแพร่สถานการณ์การค้ามนุษย์และความคืบหน้าในการดำเนินการต่อต่านการค้ามนุษย์ของหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งครอบคลุมทุกมิติตามยุทธศาสตร์ 5Ps ได้แก่ (๑) ด้านนโยบายและการนำไปสู่การปฏิบัติ (Policy) (๒) ด้านการดำเนินคดี (Prosecution) (๓) ด้านการคุ้มครองช่วยเหลือ (Protection) (๔) ด้านการป้องกัน (Prevention) และ (๕) ด้านความร่วมมือ (Partnership) |
| กรมอเมริกาและแปซิฟิกใต้/ กรมยุโรป/ กรมองค์การระหว่างประเทศ |
| ๖. การเพิ่มศักยภาพทางเศรษฐกิจของประเทศ | |||||||
| ข้อ ๖.๑๗ | (๑) สร้างความร่วมมือและเจรจากับต่างประเทศเพื่อรักษาผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจของชาติ (๒) เพิ่มขีดความสามารถของผู้ประกอบการให้เข้มแข็ง สามารถแข่งขันได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเพิ่มองค์ความรู้ พัฒนาผลิตภัณฑ์ ส่งเสริมด้านการตลาดและโอกาสในการลงทุนในต่างประเทศ | นโยบายที่ ๕.๕ ยุทธศาสตร์การสร้างความเชื่อมโยงกับประเทศในภูมิภาคเพื่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจและสังคม |
|
| ๑. เมื่อวันที่ ๙ ม.ค. ๕๘ รองอธิบดีกรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศและเจ้าหน้าที่กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ เป็นผู้แทน กต. เข้าร่วมประชุมคณะกรรมการอนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศซึ่งชนิดสัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้สูญพันธ์ประจำประเทศไทย ครั้งที่ ๑/๒๕๕๘ ณ สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ทส. ซึ่งที่ประชุมได้พิจารณาร่างรายงานความก้าวหน้าการดำเนินงานตามแผนปฏิบัติการงาช้างแห่งประเทศไทย (National Ivory Action Plan หรือ NIAP) ครั้งที่ ๑ เพื่อเตรียมเสนอ ครม. ก่อนส่งสำนักเลขาธิการ CITES ต่อไป
๒. เมื่อวันที่ ๑๕ ม.ค. ๕๘ ไทยได้จัดส่งรายงานความก้าวหน้า (Progress Report) การดำเนินการตามแผนปฏิบัติการงาช้างฯ ฉบับแก้ไข ครั้งที่ ๑ ให้สำนักเลขาธิการ CITES เรียบร้อยแล้ว โดยมีความก้าวหน้าที่สำคัญใน ๕ ประเด็นหลัก ได้แก่ (๑) การแก้ไขกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง (๒) การปรับปรุงระบบจดทะเบียนงาช้าง (๓) การเพิ่มความเข้มงวดในการบังคับใช้กฎหมาย (๔) การประชาสัมพันธ์ และ (๕) การจัดตั้งกลไกในการแก้ไขปัญหา |
| กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ |
| ๗. การส่งเสริมบทบาทและการใช้โอกาสในประชาคมอาเซียน | |||||||
| ข้อ ๗.๑ | เร่งส่งเสริมความเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน ในภูมิภาคอาเซียนและขยายความร่วมมือทางเศรษฐกิจกับประเทศเพื่อนบ้าน
| นโยบายที่ ๕.๕ ยุทธศาสตร์การสร้างความเชื่อมโยงกับประเทศในภูมิภาคเพื่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจและสังคม |
|
| ๑. เมื่อวันที่ ๖ ม.ค. ๕๘ รอง นรม./รมว.กต. เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการพิจารณาการจัดทำงบประมาณในลักษณะบูรณาการ เพื่อเตรียมความพร้อมประเทศไทยในการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน ครั้งที่ ๑/๒๕๕๘ โดยมีผู้บริหารจากทุกกระทรวงเข้าร่วม
๒. เมื่อวันที่ ๒๗ – ๒๘ ม.ค. ๕๘ รอง นรม./รมว.กต. เข้าร่วมการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนอย่างไม่เป็นทางการ ณ เมืองโกตากินาบาลู ประเทศมาเลเซีย โดยรอง นรม./รมว.กต. ได้กล่าวสนับสนุนบทบาทของมาเลเซียในการเป็นประธานอาเซียนปี ๒๕๕๘ ซึ่งได้กำหนดหัวข้อหลักของปีนี้ว่า “Our People, Our Community, Our Vision” และกำหนดประเด็นเร่งด่วน ๘ ประการ อาทิ การบรรลุเป้าหมายเรื่องการสร้างประชาคมอาเซียน การกำหนดวิสัยทัศน์อาเซียนภายหลังปี ๒๕๕๘ และสร้างความใกล้ชิดระหว่างอาเซียนกับประชาชน โดยสาระสำคัญ สรุปได้ดังนี้ |
| กรมอาเซียน |
| ๘. การพัฒนาและส่งเสริมการใช้ประโยชน์จากวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี การวิจัยและพัฒนา และนวัตกรรม | |||||||
| ข้อ ๘.๒ และ ๘.๓ | (๑) เร่งเสริมสร้างสังคมนวัตกรรม โดยส่งเสริมระบบการเรียนการสอนที่เชื่อมโยงหลายสาชา และเชื่อมโยงระหว่างการเรียนรู้และการทำงาน รวมถึงการเชื่อมโยงการทำงานระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน | นโยบายที่ ๕.๔ ยุทธศาสตร์การปรับโครงสร้างเศรษฐกิจสู่การเติบโตอย่างมีคุณภาพและยั่งยืน |
|
| ๑. เมื่อวันที่ ๘ ม.ค. ๕๘ ดร. Geraldine Richmond ผู้แทนด้านวิทยาศาสตร์ของรัฐบาลสหรัฐฯ พร้อมคณะ ได้เข้าพบหารือกับอธิบดีกรมอเมริกาและแปซิฟิกใต้ และผู้แทนจากหน่วยงานด้านวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีของไทย โดยอธิบดีกรมอเมริกาฯ ได้กล่าวถึงบทบาทของ กต. เรื่องความร่วมมือกับประเทศต่าง ๆ ในระดับทวิภาคี อนุภูมิภาค และภูมิภาค และการดำเนินนโยบายการทูตวิทยาศาสตร์ (Science Diplomacy) ซึ่งกำลังจะมีการจัด Thailand-United States Joint Commission Meeting on Science and Technology ที่ไทยในเดือน พ.ค. ๕๘ และการจัด Workshop on STEM Education ที่สหรัฐฯ ในช่วงครึ่งหลังของเดือน ต.ค. ๕๘ ผู้แทนจาก วท. ได้แสดงความสนใจที่จะร่วมมือกับสหรัฐฯ ใน ๒ ประเด็นหลักคือ ด้านสาธารณสุข และ STEM Education ซึ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้ ดร.Richmond เห็นว่าประเด็นพลังงานเป็นอีกประเด็นหลักที่ประเทศไทยควรพิจารณาให้ความสำคัญ ในการนี้ ดร.Richmond ได้แสดงความเห็นต่อผู้แทนจาก สวทน. ว่าไทยควรระดมให้ภาคเอกชนเข้ามามีส่วนร่วมเพื่อสนับสนุนด้าน R&D เพิ่มขึ้น รวมทั้งการสนับสนุนประเด็น entrepreneurship และบริษัท Start-up และได้แนะนำ |
|
|
ตรวจถูกต้อง
(นายศุภร พลมณี)
เอกอัครราชทูตประจำกระทรวง