นโยบายการต่างประเทศ

ผลการดำเนินงานตามนโยบายรัฐบาลและกลไกประชารัฐ : รายงานผลการดำเนินงานตามนโยบายรัฐบาลและการสั่งการของนายกรัฐมนตรี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กระทรวงการต่างประเทศ ระหว่างวันที่ ๑ มกราคม – ๓๑ มกราคม ๒๕๕๘

สถานะ ณ วันที่ ๒ ก.พ. ๕๘

รายงานผลการดำเนินงานตามนโยบายรัฐบาลและการสั่งการของนายกรัฐมนตรี
พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี
กระทรวงการต่างประเทศ
ระหว่างวันที่ ๑ มกราคม – ๓๑ มกราคม ๒๕๕๘

 

ลำดับ

นโยบายรัฐบาล/
การสั่งการของนายกรัฐมนตรี

ความสอดคล้องกับรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย หรือแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ ๑๑

มติคณะรัฐมนตรี

การดำเนินการ

การใช้จ่ายงบประมาณ

ผู้รับผิดชอบ

วันที่

สาระสำคัญ

แผนงาน/ โครงการ/ ผลการดำเนินการ รวมถึงปัญหาอุปสรรคในการดำเนินงานที่สำคัญ

๒. การรักษาความมั่นคงของรัฐและการต่างประเทศ

ข้อ ๒.๑

(๑) การบริหารจัดการชายแดน
(๒) การสร้างความมั่นคงทางทะเล
(๓) การแก้ไขปัญหา
ข้ามชาติ/อาชญากรรมข้ามชาติ
(๔) การสร้างความไว้วางใจกับประเทศ
เพื่อนบ้าน
(๕) การเสริมสร้างศักยภาพใน
การปฏิบัติการทางทหารร่วมกันของอาเซียน โดยเน้นความร่วมมือเพื่อป้องกันและแก้ไขข้อพิพาทต่าง ๆ และแก้ไขปัญหาเส้นเขตแดนโดยใช้กลไกทั้งระดับทวิภาคีและพหุภาคี

นโยบาย ๕.๕ ยุทธศาสตร์การสร้างความเชื่อมโยงกับประเทศในภูมิภาคเพื่อ
ความมั่นคงทางเศรษฐกิจและสังคม
ข้อ ๕.๕.๕ การสร้างความเป็นหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจในภูมิภาคด้านการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ การเคลื่อนย้ายแรงงาน และการส่งเสริมแรงงานไทยในต่างประเทศ
ข้อ ๕.๕.๖ การมีส่วนร่วมอย่างสำคัญในการสร้างสังคมนานาชาติที่มีคุณภาพชีวิต ป้องกันภัยจากการก่อการร้ายและอาชญากรรม ยาเสพติด ภัยพิบัติ และการแพร่ระบาดของโรคภัย

 

 

๑.    เมื่อวันที่ ๒๙ ม.ค. ๕๘ สมาคมประมงนอกน่านน้ำไทยเข้าเยี่ยมคารวะ รอง นรม./รมว.กต. ณ กต. โดยมี รป.ณรงค์ฯ ผู้แทนกรมเอเชียตะวันออก กรมการกงสุล กรมสนธิฯ กรมประมง
กรมเจ้าท่า และกรมยุทธการทหารเรือ เข้าร่วม เพื่อขอความช่วยเหลือด้านการทูต การฟ้องร้องคดี และกงสุลกรณีทางการอินโดนีเซียจมเรือประมงเซ็นจูรี ๔ และ ๗ รวมทั้งแจ้งสถานการณ์การทำประมงในน่านน้ำอินโดนีเซีย ทั้งนี้ โดยเน้นขอให้ กต. ช่วยลูกเรือไทยและลูกเรือต่างชาติ (กัมพูชาและพม่า) ประมาณ ๖๐ คนกลับประเทศไทยในโอกาสแรก และเจรจากับรัฐบาลอินโดนีเซียเพื่อขอให้ผ่อนปรนกฎระเบียบประมงที่ออกใหม่ที่เข้มงวดเกินไปและไม่เป็นธรรม
        เกี่ยวกับเรื่องนี้ รอง นรม./รมว.กต. ได้ซักถามและแจ้ง
การดำเนินการของ กต. นับตั้งแต่ได้รับทราบเรื่อง ทั้งด้านการทูตและกงสุล (เช่น กต. เชิญเอกอัครราชทูตอินโดนีเซียมาพบรวม ๔ ครั้ง และมีหนังสือแจ้งความกังวลอย่างเป็นทางการ ๑ ฉบับ ฯลฯ ) สำหรับการฟ้องร้องคดีนั้น มีกรอบและขั้นตอนตามกฏหมายที่ต้อง
คำนึงถึง เช่น ผู้เสียหายต้องรวบรวมหลักฐานและเป็นผู้ดำเนินการฟ้องร้องเองในเริ่มแรก ฯลฯ ) ในส่วน กต. พร้อมให้ความช่วยเหลือในด้านต่าง ๆ ตามคำขอ ทั้งนี้ ต้องคำนึงถึงความสัมพันธ์ทวิภาคีในภาพรวมและขอบเขตอำนาจหน้าที่ตามกฎหมาย
       ในการนี้ รอง นรม./รมว.กต. ให้ความเห็น/สั่งการ ดังนี้

(๑) ให้กรมการกงสุลช่วยเหลือลูกเรือประมงไทยกลับประเทศก่อน

(๒) สำหรับลูกเรือต่างชาติ ขอให้เจ้าของเรือให้ข้อมูลเกี่ยวกับลูกเรือเพิ่มเติม เพื่อให้กระทรวงฯ ประสานและหารือกับสถานเอกอัครราชทูตเมียนมาร์และกัมพูชาประจำประเทศไทย เพื่อขอให้ออกเอกสาร CI ให้คนชาติตนและส่งกลับประเทศต้นทาง

(๓) ส่วนการที่เจ้าของเรือจะฟ้องทางการอินโดนีเซียกรณีจมเรือประมง ขอให้ฝ่ายทนายของเจ้าของเรือพิจารณารวบรวมข้อมูลหลักฐานให้ครบถ้วนและชั่งน้ำหนักว่าควรเดินหน้าสู้คดีต่อหรือไม่ โดยอาจประสานข้อมูลหรือขอคำแนะนำจากกระทรวงฯ (กรมสนธิ/กรมเอเชียตะวันออก) และกรมประมงได้

(๔) เกี่ยวกับมาตรการเข้มงวดและกีดกันต่าง ๆ ที่อินโดนีเซียออกมาแสดงแนวโน้มนโยบายที่ไม่สนับสนุนให้ต่างชาติทำประมงในน่านน้ำอินโดนีเซีย สมาคมฯ อาจต้องแนะนำสมาชิกให้เร่งปรับตัวเพื่อป้องกันปัญหาในอนาคต เช่น เปลี่ยนเส้นทางเดินเรือ/ทำประมง แสวงหาแหล่งประมงใหม่ที่มีความเสี่ยงน้อยกว่า

 

กรมเอเชียตะวันออก/ กรมการกงสุล/ กรมสนธิสัญญา/ กลุ่มงานความมั่นคง

ข้อ ๒.๔

(๑)   การเสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีกับนานาประเทศ ซึ่งเป็นส่วนสำคัญต่อการบริหารราชการแผ่นดิน ทั้งด้านการเมือง เศรษฐกิจ และสังคม

(๒)   ชี้แจงสถานการณ์และสร้างความเชื่อมั่น

(๓)   นำกลไกทางการทูตแบบบูรณาการมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชนทั้งทางตรงและทางอ้อม เช่น

   ๓.๑ การคุ้มครองดูแลคนไทยและผลประโยชน์ของคนไทยในต่างแดน

   ๓.๒ การแลกเปลี่ยนทางการศึกษา วัฒนธรรม การค้า

   ๓.๓ การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ และการเปิดโลกทัศน์ให้มีลักษณะสากล

 

นโยบายที่ ๕.๔ ยุทธศาสตร์การปรับโครงสร้างเศรษฐกิจสู่การเติบโตอย่างมีคุณภาพและยั่งยืน
 

นโยบาย ๕.๕ ยุทธศาสตร์การสร้างความเชื่อมโยงกับประเทศในภูมิภาคเพื่อ
ความมั่นคงทางเศรษฐกิจและสังคม
ข้อ ๕.๕.๔ การเข้าร่วมเป็นภาคีความร่วมมือระหว่างประเทศและภูมิภาคภายใต้บทบาทที่สร้างสรรค์ เป็นทางเลือกในการดำเนินนโยบายระหว่างประเทศในเวทีโลก
ข้อ ๕.๕.๕ การสร้างความเป็นหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจในภูมิภาคด้านการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ การเคลื่อนย้ายแรงงาน และการส่งเสริมแรงงานไทยในต่างประเทศ
ข้อ ๕.๕.๖ การมีส่วนร่วมอย่างสำคัญในการสร้างสังคมนานาชาติที่มีคุณภาพชีวิต ป้องกันภัยจากการก่อการร้ายและอาชญากรรม ยาเสพติด ภัยพิบัติ และการแพร่ระบาดของโรคภัย
 

นโยบายที่ ๕.๖ ยุทธศาสตร์การจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่นยืน
ข้อ ๕.๖.๖ การเพิ่มบทบาทประเทศไทยในเวทีประชาคมโลกที่เกี่ยวข้องกับกรอบความตกลงและพันธกรณีด้านสิ่งแวดล้อมระหว่างประเทศ

 

 

กรอบทวิภาคี

๑.        เมื่อวันที่ ๓๐ ธ.ค. ๕๗ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้า
โสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ ทรงพระกรุณาโปรดให้
รองศาสตราจารย์ ดร. นายแพทย์พิชิต สุวรรณประกร รองประธานมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทยเป็นผู้แทนพระองค์ มอบถุงยังชีพจำนวน ๕,๐๐๐ ถุง เต็นท์ที่พัก ๕๐๐ หลัง และผ้าห่ม ๑๐๐ ผืน ให้แก่ผู้ประสบภัยพิบัติในเหตุการณ์อุทกภัยครั้งร้ายแรงที่สุดของมาเลเซียในรอบ ๔๐ ปี โดยมี
นาย Mohamad Nizan bin Mohammad อัครราชทูตและ
รองหัวหน้าคณะผู้แทนสถานเอกอัครราชทูตมาเลเซียประจำประเทศไทยเป็นผู้รับมอบ
       อัครราชทูตฯ ได้กล่าวในนามของรัฐบาลมาเลเซียแสดงความสำนึกในพระกรุณาธิคุณของพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้า-
โสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ และกล่าวว่าความช่วยเหลืออย่างทันท่วงทีของไทยแสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์อันดียิ่งระหว่างไทยและมาเลเซีย

 

๒.        เมื่อวันที่ ๖ ม.ค. ๕๘ นาย Bilahari Kausikan เอกอัครราชทูตประจำกระทรวงและที่ปรึกษาด้านนโยบายของกระทรวงการต่างประเทศสิงคโปร์รับเชิญเป็นผู้บรรยายในหัวข้อ Power Transitions in East Asia โดยมี ปลัด กต. เป็นผู้กล่าวเปิดงานและดำเนินรายการ ณ กต. สาระสำคัญของการบรรยายสรุปได้ดังนี้ (๑) การเปลี่ยนแปลงของบริบทความสัมพันธ์ระหว่างประเทศในปัจจุบันมีผู้เล่นสำคัญที่ไม่ใช่ประเทศตะวันตก (๒) การเปลี่ยนแปลง (transitions) เกิดขึ้นทั้งในระดับระหว่างประเทศ ระดับประเทศ และระดับภูมิภาค โดยเฉพาะในบริบทของอาเซียน และ (๓) มีการตอบข้อซักถามในประเด็นต่าง ๆ อาทิ การผงาดขึ้นของจีน การทำงานของอาเซียน สถานการณ์ในทะเลจีนใต้ บทบาทของอินเดียในภูมิภาคอาเซียน และการเมืองสิงคโปร์

 

๓.        เมื่อวันที่ ๙ ม.ค. ๕๘ นาย Kesang Wangdi เอกอัครราชทูตราชอาณาจักรภูฏานประจำประเทศไทยเข้าเยี่ยมคารวะ รมช.กต. ณ กต. โดยฝ่ายภูฏานแสดงความซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ที่ทรงริเริ่มโครงการพัฒนาสุขภาพเด็กและเยาวชนในภูฏานด้านการส่งเสริมความร่วมมือทางวิชาการ โดยฝ่ายภูฏานประสงค์จะขอความร่วมมือจากไทยในสาขาเทคโนโลยีสารสนเทศ เนื่องจากเห็นว่าไทย
มีความเชี่ยวชาญ และเสนอให้ฝ่ายไทยพิจารณาความเป็นไปได้ในการจ้างชาวภูฏานมาทำงานในประเทศไทย โดยเฉพาะการสอนภาษาอังกฤษ นอกจากนี้ ฝ่ายภูฏานประสงค์จะเรียนรู้ประสบการณ์ของไทยในการส่งทหารเข้าร่วมในกองกำลังรักษาสันติภาพของสหประชาชาติ
       รมช.กต. แจ้งว่า ฝ่ายไทยจะพิจารณาคำขอต่าง ๆ ด้วยดี และเสนอให้มีการดำเนินโครงการแลกเปลี่ยนเยาวชน โดยเฉพาะในระดับมัธยมศึกษา ซึ่งจะเป็นการสร้างพื้นฐานที่สำคัญสำหรับความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศต่อไปในอนาคต

 

๔.        เมื่อวันที่ ๙ ม.ค. ๕๘ นาย Denis Manturov รมว. อุตสาหกรรมและการค้า สหพันธรัฐรัสเซีย ในฐานะประธานร่วมฝ่ายรัสเซียในการประชุมคณะกรรมาธิการร่วมว่าด้วย
ความร่วมมือทวิภาคี ไทย-รัสเซีย ครั้งที่ ๖ เยือนไทยอย่างเป็นทางการในฐานะแขกของ กต. โดยนาย Manturov เข้าเยี่ยมคารวะ นรม. และหารือกับ รอง นรม./รมว.กต. รมว.กห. รมว.พณ. และ รมว.อก. รวมทั้งผู้แทนภาคเอกชน อาทิ ประธานสภาหอการค้าแห่งประเทศไทยด้วย สรุปสาระสำคัญได้ดังนี้
       (๑) ทั้งสองฝ่ายได้หารือเพื่อเตรียมการสำหรับการประชุมคณะกรรมาธิการร่วมว่าด้วยความร่วมมือทวิภาคี ไทย-รัสเซีย ครั้งที่ ๖ ซึ่งมีกำหนดจัดในปีนี้ โดยฝ่ายรัสเซียเชิญ รอง นรม./รมว.กต. เดินทางเยือนรัสเซียอย่างเป็นทางการเพื่อร่วมการประชุมดังกล่าว         (๒) ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะให้มีการเตรียมการเฉลิมฉลองในวาระครบรอบ ๑๒๐ ปี ความสัมพันธ์ไทย-รัสเซีย ในปี ๒๕๖๐

(๓)    ในปี ๒๕๕๗ (ม.ค. – ก.ย.) การค้าระหว่างสองประเทศมีมูลค่ารวม ๓,๘๒๖ ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยไทยขาดดุล ๑.๙๗๓ ล้านดอลลาร์สหรัฐ ทั้งนี้ ไทยมีเป้าหมายที่จะผลักดันการขยายตลาดสินค้าเกษตรและอาหารในรัสเซีย โดยเฉพาะเนื้อสุกรแช่แข็ง เนื้อไก่แช่แข็ง สินค้าประมง และผลิตภัณฑ์ยางพารา

 

๕.        เมื่อวันที่ ๑๒ ม.ค. ๕๘ นาย Mohammed Ali Ahmed Omran Al Shamsi เอกอัครราชทูตสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ประจำประเทศไทยเข้าเยี่ยมคารวะ รอง นรม./รมว.กต. ในโอกาส
อำลาตำแหน่ง ณ กต. โดยรอง นรม./รมว.กต. ขอบคุณที่ นาย Al Shamsi ได้ปฏิบัติหน้าที่ในการส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และสนับสนุนกิจการมุสลิมในประเทศไทยอย่างแข็งขันมาโดยตลอด นอกจากนี้ ได้แสดงความยินดี
ในโอกาสครบรอบ ๔๐ ปี การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ในปี ๒๕๕๘ และหารือถึงการขยายความร่วมมือและพัฒนาความสัมพันธ์ในมิติต่าง ๆ โดยเฉพาะในด้านเศรษฐกิจ การค้าและการลงทุน ซึ่ง รอง นรม./รมว.กต. เสนอให้มีการแลกเปลี่ยนการเยือนระดับสูงระหว่างกัน

 

๖.        เมื่อวันที่ ๑๒ ม.ค. ๕๘ พลเอก (นอกราชการ) Suwanda Hennadige Shantha Kottegoda เอกอัครราชทูตศรีลังกาประจำประเทศไทยเข้าเยี่ยมคารวะ รอง นรม./รมว.กต. ณ กต. รอง นรม./รมว.กต. แสดงความยินดีที่การเลือกตั้งประธานาธิบดีของศรีลังกาเป็นไปด้วยความเรียบร้อย และได้แลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นกับเอกอัครราชทูตศรีลังกา เกี่ยวกับแนวทางส่งเสริมการค้าและการลงทุนระหว่างกัน ซึ่งศรีลังกามีอัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจที่สูง และมีศักยภาพที่จะเป็นตลาดใหม่ด้านการค้าการลงทุนของไทย จึงเห็นควรส่งเสริมให้มีการแลกเปลี่ยนการเยือนและการปฏิสัมพันธ์ระหว่างภาคเอกชนของทั้งสองฝ่ายมากขึ้น
       รอง นรม./รมว.กต. และเอกอัครราชทูตศรีลังกาพอใจต่อความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศที่ราบรื่นและใกล้ชิด โดยกำหนดจะจัดกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อเฉลิมฉลองโอกาสครบรอบ ๖๐ ปี
การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างกันตลอดปี ๒๕๕๘

 

๗.        เมื่อวันที่ ๑๒ ม.ค. ๕๘ นาย Jabor Ali Hussain Al-Dosseri เอกอัครราชทูตกาตาร์ประจำประเทศไทยเข้าเยี่ยมคารวะ
รอง นรม./รมว.กต. ณ กต. โดยรอง นรม./รมว.กต. แสดงความยินดีในโอกาสการครบรอบ ๓๕ ปี การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างประเทศไทยกับกาตาร์ในปี ๒๕๕๘ และแสดงความพร้อมของฝ่ายไทยที่จะเพิ่มพูนความสัมพันธ์และส่งเสริมความร่วมมือกับกาตาร์ในทุกด้าน โดยเฉพาะด้านการค้า การลงทุนและพลังงาน ซึ่งฝ่ายกาตาร์สนใจที่จะเข้ามาลงทุนในประเทศไทยเพิ่มขึ้น และในโอกาสดังกล่าวเอกอัครราชทูตกาตาร์ ได้เชิญรอง นรม./รมว.กต. เยือนกาตาร์ด้วย

 

๘.        เมื่อวันที่ ๑๒ ม.ค. ๕๘ รมช.กต. หารือลักษณะ working lunch ร่วมกับ นาย Martin Tlapa รมช.กต. สาธารณรัฐเช็ก โดยรมช.กต. อธิบายพัฒนาการทางการเมืองของไทย และขอบคุณ
ฝ่ายเช็กที่เข้าใจและออกประกาศแนะนำการเดินทาง (travel advisory) ที่สอดคล้องกับสถานการณ์จริง ทั้งนี้ หวังว่าสหภาพยุโรปจะเข้าใจถึงปัญหาทางการเมืองของไทยซึ่งมีลักษณะเฉพาะ และเล็งเห็นความพยายามในการแก้ไขปัญหาทางการเมืองของไทย เพื่อสหภาพยุโรปพิจารณาปรับท่าที/ มาตรการต่อไทย ในการนี้รมช.กต.เช็ก แสดงความเข้าใจต่อพัฒนาการทางการเมืองของไทยในบริบทของสังคมไทย และมีความเชื่อมั่นในการดำเนินการตาม Roadmap เพื่อกลับเข้าสู่ครรลองประชาธิปไตยต่อไป และกล่าวผลักดันให้จัดการประชุมคณะกรรมาธิการร่วมทางเศรษฐกิจ
ไทย-เช็ก ครั้งที่ ๒ ซึ่งเป็นวาระที่ไทยเป็นเจ้าภาพ นอกจากนี้ เช็กมีแผนที่จะจัดตั้งสำนักงานการค้าเช็ก (Czech Trade) ในไทยเพื่อส่งเสริมการค้าระหว่างกัน

 

๙.        เมื่อวันที่ ๑๓ ม.ค. ๕๘ นาย Sohail Khan เอกอัครราชทูตปากีสถานประจำประเทศไทยเข้าเยี่ยมคารวะรอง นรม./รมว.กต. ณ กต. โดยได้หารือแนวทางการเพิ่มระดับการค้าและการลงทุนระหว่างกัน โดยเฉพาะการจัดทำความตกลงเขตการค้าเสรี ซึ่งคาดว่าจะเริ่มกระบวนการเจรจาได้ภายในปีนี้ ซึ่งจะช่วยขยายการเติบโตทางเศรษฐกิจ เพิ่มระดับการบริโภคและการลงทุนของทั้งสองประเทศ และสอดคล้องกับเป้าหมายที่ได้กำหนดร่วมกันว่าจะเพิ่มมูลค่าการค้าระหว่างกันเป็นสองเท่าภายในปี ๒๕๖๑ ทั้งนี้ สินค้าที่มีศักยภาพ ได้แก่ ผลไม้แห้ง อัญมณี เป็นต้น
       ปากีสถานพร้อมเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมคณะกรรมาธิการร่วมทางเศรษฐกิจ (Joint Economic Commission หรือ JEC) ครั้งที่ ๓ ในปี ๒๕๕๘ ซึ่งเป็นกลไกการหารือและผลักดันความร่วมมือทวิภาคีในด้านต่าง ๆ โดยเฉพาะด้านเศรษฐกิจ และเชิญ รอง นรม./รมว.กต. เยือนปากีสถานเพื่อเป็นประธานร่วม
ในการประชุม
       นอกจากนี้ ปากีสถานต้องการที่จะเพิ่มความสัมพันธ์ด้านวัฒนธรรมกับไทย โดยขอรับภาพยนต์เชิงประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของไทยเพื่อนำไปฉายในสถานีโทรทัศน์ของปากีสถาน รวมทั้งขอความร่วมมือและคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญด้านโบราณคดีของไทยในการบูรณะซ่อมแซมตักศิลา ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยทางพุทธศาสตร์แห่งแรก และเป็นโบราณสถาน
ที่สำคัญสำหรับพุทธศาสนิกชนทั่วโลก

 

๑๐.   เมื่อวันที่ ๑๓ ม.ค. ๕๘ นาย Francesco Saverio Nisio เอกอัครราชทูตอิตาลีประจำประเทศไทยเข้าเยี่ยมคารวะ
รอง นรม./รมว.กต. ณ กต. โดย รอง นรม./รมว.กต. แสดงความยินดีต่อความสำเร็จในการเป็นเจ้าภาพจัดการประชุม ASEM 10 ของอิตาลี และขอบคุณสำหรับการต้อนรับ นรม. และคณะผู้แทนของไทย โดยเอกอัครราชทูตอิตาลี ชื่นชมการออกแบบศาลาไทยสำหรับงาน World Expo Milano 2015 ที่จะมีขึ้นระหว่าง
วันที่ ๑ พ.ค. - ๓๑ ต.ค. ๒๕๕๘ ซึ่งรอง นรม./รมว.กต. กล่าวว่าไทยให้ความสำคัญต่อการเข้าร่วมงานและแจ้งว่าสมเด็จพระเทพ-รัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี จะเสด็จฯ ไปทรงเปิดงานในวันที่ ๒๔ ส.ค. ๒๕๕๘ ซึ่งกำหนดเป็นวันของไทย
       เอกอัครราชทูตอิตาลีเชื่อมั่นว่าการจัดตั้งสภาธุรกิจ
ไทย-อิตาลี จะเป็นเวทีในการเพิ่มพูนความร่วมมือด้านเศรษฐกิจระหว่างกัน ซึ่งขณะนี้บริษัทธุรกิจขนาดใหญ่ของอิตาลี อาทิ Pirelli และ Ducati ตกลงเข้าร่วมในฝ่ายของอิตาลี และอยู่ระหว่างรอรายชื่อบริษัทของฝ่ายไทย ซึ่งรอง นรม./รมว.กต. สนับสนุน
การจัดตั้งสภาธุรกิจฯ และรับจะติดตามกับภาคเอกชนของไทย
       ทั้งนี้ เอกอัครราชทูตอิตาลีได้เสนอให้มีการประชุม
สภาธุรกิจฯ ครั้งแรกในช่วงงาน World Expo Milano 2015

 

๑๑.   เมื่อวันที่ ๑๓ ม.ค. ๕๘ นาย Rolf Schulze เอกอัครราชทูตเยอรมนีประจำประเทศไทยเข้าเยี่ยมคารวะรอง นรม./รมว.กต.
ณ กต. ออท. เยอรมนี แสดงความเข้าใจต่อสถานการณ์ทางการเมืองไทยตามบริบทและเงื่อนไขของประเทศไทย รวมทั้งสนับสนุนกระบวนการปฏิรูปการเมืองและยินดีแบ่งปันประสบการณ์เกี่ยวกับการจัดการเลือกตั้งในเยอรมนีแก่คณะกรรมการการเลือกตั้งของไทย โดยทั้งสองฝ่ายหารือประเด็นความร่วมมือ อาทิ ความร่วมมือด้านการศึกษาในระดับอาชีวะ ซึ่งภาคเอกชนของเยอรมนีให้การสนับสนุนโอกาสการฝึกงานและการรับเข้าทำงานภายหลังสำเร็จการศึกษา นอกจากนี้ เยอรมนีพร้อมร่วมมือกับไทยในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน โดยเฉพาะด้านรถไฟและพลังงานทดแทน โดยฝ่ายไทยแสดงความพร้อมในการพัฒนาความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์กับเยอรมนีในสาขาพลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือก

 

๑๒.   เมื่อวันที่ ๑๔ ม.ค. ๕๘ นาย Paul Robilliard เอกอัครราชทูตออสเตรเลียประจำประเทศไทยเข้าเยี่ยมคารวะ
รอง นรม./รมว.กต. ณ กต. โดยที่ทั้งสองฝ่ายหารือถึง
การแลกเปลี่ยนการเยือนในระดับสูงและแนวทางการส่งเสริมความสัมพันธ์ไทย-ออสเตรเลียและสนับสนุนความร่วมมือในทุกมิติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านการศึกษา ภายใต้โครงการ New Colombo Plan และการต่อต้านการค้ามนุษย์ภายใต้โครงการออสเตรเลีย-เอเชีย เพื่อต่อต้านการค้ามนุษย์ ซึ่งทั้งสองฝ่ายจะมีการลงนามข้อตกลงเสริมว่าด้วยโครงการออสเตรเลีย-เอเชีย เพื่อต่อต้านการค้ามนุษย์ต่อไป (ลงนามวันที่ ๒๖ ม.ค. ๕๘) ในการนี้ รอง นรม./รมว.กต. ชี้แจงพัฒนาการทางการเมืองของไทยว่าได้ดำเนินการไปตาม Roadmap ที่วางไว้ โดยเอกอัครราชทูตออสเตรเลีย แสดงความเข้าใจและพร้อมจะแลกเปลี่ยนประสบการณ์เพื่อสนับสนุนให้ไทยกลับคืนสู่ความเป็นประชาธิปไตยตามกำหนดเวลาที่วางไว้

 

๑๓.   เมื่อวันที่ ๑๔ ม.ค. ๕๘ รอง นรม./รมว. กต. มอบเงินช่วยเหลือแก่ประเทศมัลดีฟส์ เนื่องด้วยสภาวะขาดแคลนน้ำจืด จำนวน ๕๐,๐๐๐ ดอลลาร์สหรัฐ ผ่านนายสนั่น อังอุบลกุล
กงสุลกิตติมศักดิ์สาธารณรัฐมัลดีฟส์ประจำประเทศไทย เพื่อนำไปมอบต่อรัฐบาลมัลดีฟส์ในการบรรเทาความเดือดร้อนจากการขาดแคลนน้ำจืดในมัลดีฟส์ จากเหตุการณ์เพลิงไหม้โรงงานผลิตน้ำจืดแห่งเดียวในกรุงมาเล ซึ่งส่งผลให้ประชาชนกว่า ๑๐๐,๐๐๐ คน ประสบปัญหาขาดแคลนน้ำอย่างรุนแรง และรัฐบาลมัลดีฟส์ต้องประกาศภาวะฉุกเฉินเนื่องจากมัลดีฟส์ไม่มีแหล่งน้ำจืดตามธรรมชาติ

 

๑๔.   เมื่อวันที่ ๑๔ ม.ค. ๕๘ นาย Kirill Barsky เอกอัครราชทูตสหพันธรัฐรัสเซียประจำประเทศไทย เข้าเยี่ยมคารวะ รอง นรม./รมว.กต. ณ กต. โดยเอกอัครราชทูตรัสเซีย แสดงความยินดีและชื่นชมต่อผลสำเร็จในการเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการของ รมว. กระทรวงอุตสาหกรรมและการค้ารัสเซีย และหารือกิจกรรมสำคัญที่จะจัดขึ้นในปีนี้ อาทิ การเยือนรัสเซียอย่างเป็นทางการของรอง นรม./รมว.กต. การเข้าร่วมประชุมคณะกรรมาธิการร่วมว่าด้วยความร่วมมือทวิภาคีระหว่างไทยกับรัสเซีย ครั้งที่ ๖ ซึ่งรัสเซียจะเป็นเจ้าภาพ และการประชุมหารือระดับรัฐมนตรีช่วยในกรอบแผนการหารือระหว่าง กต. ของทั้งสองประเทศ

 

๑๕.   เมื่อวันที่ ๑๔ ม.ค. ๕๘ นาง Christine Schraner Burgenerเอกอัครราชทูตสมาพันธรัฐสวิสประจำประเทศไทย เข้าเยี่ยมคารวะ รอง นรม./รมว.กต. ณ กต. โดย รอง นรม./รมว.กต. แสดงความยินดีต่อความสำเร็จของสวิสในการเป็นประธานองค์การว่าด้วยความมั่นคงและความร่วมมือในยุโรป (Organization for Security and Co-operation in Europe หรือ OSCE) เมื่อปี ๒๕๕๗ และไทยมีความมุ่งมั่นที่จะร่วมมือกับสวิสในฐานะประธาน Asian Partners for Co-operation Contact Group ของ OSCE และกลุ่ม Troika ของ OSCE ปี ๒๕๕๘ นอกจากนี้ รอง นรม./รมว.กต. ได้แจ้งความคืบหน้าในการดำเนินการตาม Roadmap และขอบคุณรัฐบาลสวิสที่แสดงความสนใจเกี่ยวกับกระบวนการปรองดอง และการปฏิรูปการเมืองในไทยมาโดยตลอด รวมทั้งได้ส่งผู้เชี่ยวชาญเข้าร่วมงานเสวนาทางวิชาการหัวข้อ “On the Path to Reform” ที่กรุงเทพฯ
       เอกอัครราชทูตสมาพันธรัฐสวิส กล่าวชื่นชมกระบวนการปฏิรูปของไทยที่รับฟังความคิดเห็นของทุกภาคส่วน และยินดีที่จะแบ่งปันประสบการณ์การจัดการเลือกตั้ง โดยสวิสพร้อมที่จะส่งผู้ที่มีความรู้เรื่องการปราบปรามการทุจริต การต่อต้านการค้ามนุษย์และการดำเนินนโยบายแรงงานอพยพมาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเพื่อนำไปสู่การแก้ไขปัญหาที่ได้ผลสัมฤทธิ์

 

๑๖.   เมื่อวันที่ ๑๔ ม.ค. ๕๘ นาย Philip Calvert เอกอัครราชทูตแคนาดาประจำประเทศไทยเข้าเยี่ยมคารวะ รอง นรม./รมว.กต. ณ กต. โดยรอง นรม./รมว.กต. ชี้แจงการดำเนินการตาม Roadmap และแนวทางการปฏิรูปประเทศเพื่อนำไปสู่การเลือกตั้ง ซึ่งเอกอัครราชทูตแคนาดา เห็นว่ามีความคืบหน้า และไทยจะกลับคืนสู่ความเป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ในที่สุด ทั้งนี้ แคนาดาพร้อมที่จะส่งผู้เชี่ยวชาญมาแบ่งปันประสบการณ์ในประเด็นต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องตามที่ไทยเห็นเหมาะสม

 

๑๗.   เมื่อวันที่ ๑๔ ม.ค. ๕๘ นาย Mark Kent เอกอัครราชทูต
สหราชอาณาจักรประจำประเทศไทย เข้าพบหารือกับ รมช.กต.
ณ กต. โดย รมช.กต. ชี้แจงว่าสถานการณ์การเมืองไทยมีเอกลักษณ์และแตกต่างจากประเทศอื่น ขณะนี้รัฐบาลกำลังเร่ง
การปฏิรูป ๑๑ ด้าน รวมถึงการแก้ไขปัญหาคอร์รัปชั่น ซึ่งรัฐบาลจะดำเนินการอย่างรอบคอบ รวดเร็ว และพร้อมที่จะจัดการเลือกตั้งตามเวลาที่เหมาะสมในโอกาสแรก

       เอกอัครราชทูตสหราชอาณาจักร ย้ำว่าสหราชอาณาจักรยังคงร่วมมือกับไทยอย่างเต็มที่ โดยเฉพาะความร่วมมือภายใต้โครงการ Newton Fund ซึ่งได้แถลงข่าวเปิดตัวความร่วมมือระหว่างกัน ภายใต้หัวข้อ “Newton UK – Thailand Research and Innovation Partnership Fund” เพื่อสนับสนุนให้เกิดความร่วมมือด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมระหว่างกัน
       ทั้งสองฝ่ายยังเห็นพ้องที่จะจัดงานฉลองในโอกาสการก้าวสู่ศตวรรษที่ห้าแห่งความสัมพันธ์ไทย-สหราชอาณาจักร ซึ่งจะมีกิจกรรมตลอดปี ๒๕๕๘

 

๑๘. เมื่อวันที่ ๑๕ – ๑๖ มกราคม ๒๕๕๘ รอง นรม./รมว.กต. เข้าร่วมการประชุมคณะกรรมาธิการร่วมว่าด้วยความร่วมมือ
ทวิภาคีไทย-กัมพูชา ครั้งที่ ๙ ณ จังหวัดเสียมราฐ ราชอาณาจักรกัมพูชา โดยมีประเด็นสำคัญในการหารือ ได้แก่

       (๑) การแก้ไขปัญหาการลักลอบตัดไม้ตามแนวชายแดน โดยเห็นควรให้ใช้คณะกรรมการร่วมระดับประเทศเป็นกลไกในการหารือ และกัมพูชาจะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมดังกล่าวใน
โอกาสแรก

       (๒) การค้า การลงทุน และการท่องเที่ยว โดยจะเริ่มการเจรจาอนุสัญญาเพื่อการยกเว้นการเก็บภาษีซ้อนในเร็ว ๆ นี้ นอกจากนี้ ฝ่ายไทยได้เชิญให้ภาครัฐและเอกชนของกัมพูชาพิจารณาใช้ตลาดทุนของไทยเป็นแหล่งระดมทุน เพื่อส่งเสริม
การเติบโตทางเศรษฐกิจของกัมพูชา
       (๓) การพัฒนาพื้นที่ชายแดนและการพัฒนาความเชื่อมโยงในภูมิภาค โดยหารือถึงการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษในพื้นที่ชายแดนจังหวัดบันเตียเมียนเจย-สระแก้ว และจังหวัดเกาะกง-ตราด อีกทั้งเห็นพ้องให้เร่งรัดการเปิดจุดผ่านแดนบ้านหนองเอี่ยน-สตึงบทให้เป็นรูปธรรม และเร่งรัดกระบวนการภายในในการยกระดับจุดผ่านแดน ๔ จุดให้เป็นจุดผ่านแดนถาวร และให้ใช้ประโยชน์จากการประชุมคณะกรรมการร่วมด้านการพัฒนาพื้นที่ชายแดนและการเชื่อมโยงเส้นทางคมนาคมเพื่อบรรลุเป้าหมายดังกล่าว นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายให้ความสำคัญกับการพัฒนาความเชื่อมโยงในภูมิภาค โดยเฉพาะการก่อสร้างเส้นทางต่าง ๆ และทางรถไฟระหว่างอรัญประเทศ-ปอยเปต
       (๔) ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องให้ผลักดันคณะกรรมการร่วมทางเทคนิค เพื่อสานต่อการเจรจาเรื่องพื้นที่ทับซ้อนทางทะเลไทย-กัมพูชาในอ่าวไทย ตามบันทึกความเข้าใจระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยและรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรกัมพูชาในปี ๒๕๕๔ และกฎหมายระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้อง
       (๕) ฝ่ายไทยพร้อมสานต่อโครงการด้านสังคมและวัฒนธรรมในกัมพูชา ทั้งด้านสาธารณสุข การศึกษา และการพัฒนาทักษะอาชีพแก่แรงงาน เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนตามแนวชายแดนอย่างยั่งยืน ลดปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติ และเกื้อหนุนความสัมพันธ์ทวิภาคีในระยะยาว
       (๖) ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องให้จัดกิจกรรมเพื่อฉลองการครบรอบ ๖๕ ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างไทยกับกัมพูชาในปี ๒๕๕๘

 

๑๙.  เมื่อวันที่ ๑๙ ม.ค. ๕๘ รอง นรม./รมว.กต. พบหารือกับ
นาย Heraldo Muñoz Valenzuela รมว.กต. ชิลี ภายหลัง
การประชุม United Nations Security Council Open Debate
ณ สหประชาชาติ นครนิวยอร์ก สหรัฐฯ โดยทั้งสองฝ่ายประสงค์ที่จะมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกันมากขึ้น เพื่อเป็นตัวเชื่อม
ในการส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างอาเซียนกับกลุ่มพันธมิตรแปซิฟิก (Pacific Alliance) ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีศักยภาพทางเศรษฐกิจสูงในลาตินอเมริกา โดยชิลีมองว่าไทยมีบทบาทสำคัญในอาเซียน และรับที่จะเร่งผลักดันกระบวนการภายในที่จะบังคับใช้
ความตกลงการค้าเสรีไทย-ชิลี ที่ได้มีการลงนามไปแล้ว

 

๒๐.  เมื่อวันที่ ๑๙ ม.ค. ๕๘ รอง นรม./รมว.กต. พบหารือกับ
นาย Sam Kahamba Kutesa รมว.กต. ยูกันดา และประธานสมัชชาสหประชาชาติ สมัยสามัญ สมัยที่ ๖๙ ภายหลังการประชุม United Nations Security Council Open Debate
ณ สหประชาชาติ นครนิวยอร์ก สหรัฐฯ โดยไทยแสดงความพร้อมที่จะสนับสนุนการทำงานของสมัชชาฯ ซึ่งมีวาระสำคัญในการผลักดันวิสัยทัศน์หลังปี ค.ศ. ๒๐๑๕ โดยก่อนหน้านี้ ไทยได้จัดการประชุมระดับภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกเพื่อเสนอแนวคิดเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว ในการนี้ ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะส่งเสริมความสัมพันธ์ทวิภาคี โดยไทยให้ความสำคัญภายใต้กรอบนโยบาย Thai-Africa Initiative เพื่อส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างกันในฐานะหุ้นส่วนด้านเศรษฐกิจและการพัฒนา

 

๒๑.  เมื่อวันที่ ๑๙ ม.ค. ๕๘ รอง นรม./รมว.กต. พบหารือกับ
นาย Ban Ki Moon เลขาธิการสหประชาชาติ ภายหลัง
การประชุม United Nations Security Council Open Debate
ณ สหประชาชาติ นครนิวยอร์ก สหรัฐฯ รอง นรม./ รมว.กต. ขอบคุณเลขาธิการสหประชาชาติที่มีข้อความร่วมรำลึกถึงผู้เสียชีวิตและผู้สูญหาย ในโอกาสที่ไทยจัดพิธีรำลึกครบรอบ ๑๐ ปี เหตุการณ์สึนามิในมหาสมุทรอินเดีย และใช้โอกาสนี้ชี้แจงพัฒนาการทางการเมืองไทย ภายใต้แผน Roadmap โดยเฉพาะกระบวนการปฏิรูปและการร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งจะนำไปสู่
การจัดการเลือกตั้งทั่วไปโดยเร็วที่สุด

       รอง นรม./รมว.กต. ยืนยันการมีบทบาทแข็งขันของไทยในการให้ความร่วมมือกับสหประชาชาติ โดยทั้งสองฝ่ายได้แลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นเกี่ยวกับการกำหนดวาระการพัฒนาหลังปี ค.ศ. ๒๐๑๕ ซึ่งไทยสนับสนุนและพร้อมร่วมมือในการจัดทำ
วาระดังกล่าวอย่างสร้างสรรค์ โดยเห็นว่าวาระดังกล่าวควรมี
ความสมดุลระหว่างมิติด้านการเมือง เศรษฐกิจ สังคม และ

สิ่งแวดล้อม ซึ่งจะเป็นการกำหนดแนวทางในการดำเนินการของสหประชาชาติต่อไป

 

๒๒.   เมื่อวันที่ ๒๐ ม.ค. ๕๘ นาย David Kaatrud ผู้อำนวยการภูมิภาคเอเชียและผู้แทนประจำประเทศไทยของโครงการอาหารโลก (World Food Programme หรือ WFP) เข้าเยี่ยมคารวะ รมช.กต. ณ กต. โดยทั้งสองฝ่ายหารือเกี่ยวกับบทบาท/
การดำเนินงานที่ผ่านมาของ WFP และความร่วมมือที่ผ่านมาระหว่าง WFP สำนักงานภูมิภาคเอเชียและประเทศไทย ในการให้ความช่วยเหลือทางด้านมนุษยธรรมแก่ประเทศที่ประสบภัยธรรมชาติและภาวะฉุกเฉิน รวมถึงพิจารณาต่อยอดความร่วมมือระหว่างกันต่อไป

 

๒๓.   เมื่อวันที่ ๒๑ ม.ค. ๕๘ นาย Marat Yessenbayev เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐคาซัคสถานประจำประเทศไทยเข้าเยี่ยมคารวะ รมช.กต. โดยเอกอัครราชทูตคาซัคสถานย้ำคำเชิญของ ปธน. คาซัคสถานที่ประสงค์จะเชิญ นรม. เยือนคาซัคสถานอย่างเป็นทางการ รวมทั้งเชิญฝ่ายไทยเข้าร่วมการประชุมคณะกรรมาธิการร่วมไทย-คาซัคสถาน ครั้งที่ ๓ ณ กรุงอัสตานา โดยมี รมว.กต. ของทั้งสองฝ่ายเป็นประธานการประชุมร่วมกัน ซึ่ง รมช. เห็นว่าการแลกเปลี่ยนการเยือนระดับสูงจะเป็นช่องทางสำคัญสำหรับการเพิ่มพูนปฏิสัมพันธ์ระหว่างกัน และทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องกันว่า สามารถมีความร่วมมือระหว่างกันกันได้อีกมาก โดยสาขาที่มีศักยภาพ ได้แก่ การเกษตร การท่องเที่ยว การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน และพลังงาน

 

๒๔.   เมื่อวันที่ ๑๙ – ๒๑ ม.ค. ๕๘ ผู้อำนวยการสำนักงานความร่วมมือเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศ (สพร.) เป็นหัวหน้าคณะผู้แทนไทยเข้าร่วมการหารือเรื่องความร่วมมือเพื่อการพัฒนาระหว่างไทย-ฟิลิปปินส์ และการจัดตั้งคณะทำงานด้านความร่วมมือทางวิชาการ ณ ประเทศฟิลิปปินส์ โดยทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะดำเนินงานความร่วมมือในลักษณะไตรภาคี โดยการจัดหลักสูตรฝึกอบรมในเรื่อง Women Empowerment and Entrepreneurship ให้แก่ประเทศกัมพูชา สปป.ลาว เมียนมาร์ เวียดนาม ภูฏาน บังกลาเทศ เนปาล และติมอร์-เลสเต

       ฝ่ายฟิลิปปินส์เสนอให้มีการประชุมความร่วมมือทางวิชาการประจำปีระหว่างไทย-ฟิลิปปินส์ โดยสลับกันเป็นเจ้าภาพ เพื่อเป็นกลไกดำเนินงานความร่วมมือทางวิชาการให้เป็นไปอย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ

       ทั้งสองฝ่ายจึงเห็นควรให้มีการจัดประชุมวิชาการระหว่างไทย-ฟิลิปปินส์ ครั้งที่ ๑ ภายในปี ๒๕๕๘

 

๒๕. เมื่อวันที่ ๒๓ – ๒๔ ม.ค. ๕๘ รอง นรม./รมว.กต. เป็นประธานคณะกรรมาธิการฝ่ายไทยในการประชุมคณะกรรมาธิการร่วมและคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม ไทย-ลาว ณ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) สรุปสาระสำคัญ ดังนี้

(๑) การประชุมคณะกรรมาธิการร่วมว่าด้วยความร่วมมือไทย-ลาว ครั้งที่ ๑๙

       - ด้านความมั่นคง ทั้งสองฝ่ายสนับสนุนให้ยกระดับ
จุดผ่านแดน ๔ แห่ง รวมทั้งให้เร่งรัดการลงนามความตกลงว่าด้วยความร่วมมือด้านความมั่นคงบริเวณชายแดนไทย-ลาว ฉบับใหม่ และสนับสนุนให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมมือกันต่อต้าน
การค้ามนุษย์อย่างมีประสิทธิภาพ

       - ด้านเศรษฐกิจ การค้าและการลงทุนระหว่างไทย-ลาวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการค้าบริเวณชายแดน รวมทั้งการขนส่งผลไม้ไทยผ่านเส้นทาง R3A ไปยังจีน โดยที่ประชุมได้หารือ ๔ ประเด็นสำคัญ ได้แก่

       (๑) การพัฒนาพื้นที่ตามแนวชายแดนและจัดการพื้นที่ชายแดนอย่างเป็นระบบ

       (๒) การพัฒนาโครงข่ายการคมนาคมขนส่งและการเชื่อมโยง อาทิ โครงการก่อสร้างถนนต่าง ๆ และการพัฒนาโครงการรถไฟร่วมกับจีน จำนวน ๔ เส้นทาง ที่จะสนับสนุนให้ลาวเป็นประเทศที่เชื่อมโยงการคมนาคมทางรถไฟในอนุภูมิภาค

       (๓) การระดมทุนของลาวในตลาดทุนไทย และการพัฒนาตลาดทุนและตลาดหลักทรัพย์ของลาว

       (๔) ส่งเสริมความร่วมมือด้านแรงงาน โดยสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะส่งเสริมการพัฒนาทักษะฝีมือแรงงานเพื่อพัฒนาศักยภาพแรงงานตามแนวชายแดน

       - ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะส่งเสริมความสัมพันธ์และ
การติดต่อระหว่างประชาชนของสองฝ่ายในด้านสังคม วัฒนธรรม และความร่วมมือเพื่อการพัฒนา ส่งเสริมการพัฒนาด้านการศึกษา การเกษตร และสาธารณสุขในลาว ร่วมกันจัดกิจกรรมเพื่อฉลองครบรอบ ๔๐ ปีการสถาปนา สปป.ลาว และจัดกิจกรรมภายใต้แนวคิด “ทศวรรษแห่งสายสัมพันธ์ไทย-ลาว”

       ในการนี้ รอง นรม./รมว.กต. ได้ร่วมลงนามความตกลงระหว่างไทย-ลาว จำนวน ๒ ฉบับ (๑) บันทึกความเข้าใจว่าด้วยการแลกเปลี่ยนทางวิชาการและความร่วมมือระหว่างสถาบันการต่างประเทศเทวะวงศ์วโรปการและสถาบันการต่างประเทศ กต. สปป.ลาว (๒) บันทึกความเข้าใจว่าด้วยโครงการพัฒนาโรงพยาบาลเมืองปากซอง แขวงจำปาสัก

(๒) การประชุมคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมครั้งที่ ๑๐

       - รอง นรม./รมว.กต. ยินดีต่อความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาเขตแดนที่คงค้างจากการสำรวจและจัดทำหลักเขตแดนทางบก และย้ำถึงแนวทางที่ได้รับจาก นรม. ที่จะไม่ทำให้ปัญหาเขตแดนเป็นอุปสรรคในการพัฒนาประเทศ ทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคม และความร่วมมือระหว่างประเทศ แต่ต้องอยู่บนพื้นฐานของกฎหมายระหว่างประเทศและกฎหมายภายใน ตลอดจนประโยชน์ร่วมกันของทั้งสองประเทศ โดย รอง นรม./รมว.กต. ย้ำว่ารัฐบาลไทยพร้อมร่วมมือในการพัฒนาพื้นที่ชายแดนไทย-ลาว

       - ความคืบหน้าของกลไกการทำงานภายใต้คณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมฯ ที่สำคัญ ได้แก่ การก่อสร้างหลักเขตแดนเพิ่มเติมอีกจำนวน ๖ หลัก ในพื้นที่ที่จะส่งเสริมการท่องเที่ยวข้ามแดน บริเวณภูชี้ฟ้า-ภูชี้ดาว ซึ่งนับตั้งแต่เริ่มการสำรวจและจัดทำหลักเขตแดน สามารถร่วมกันปักหลักเขตแดนได้แล้วจำนวน
๒๑๐ หลัก เป็นระยะทางกว่า ๖๗๖ กิโลเมตร คิดเป็นร้อยละ ๙๐ ของความยาวเขตแดนทางบกไทย-ลาว

 

๒๖. เมื่อวันที่ ๒๖ ม.ค. ๕๘ นาย Daniel Russell ผู้ช่วย รมว.กต. สหรัฐฯ ดูแลภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก เข้าเยี่ยมคารวะและหารือกับ รอง นรม./รมว.กต. ณ กต. โดยทั้งสองฝ่ายยืนยันความเป็นมิตรและหุ้นส่วนในการส่งเสริมความร่วมมือในทุกระดับ และการขยายความร่วมมือในทุกมิติ โดยสหรัฐฯ ตระหนักถึงบทบาทที่สร้างสรรค์ของไทยในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

       ทั้งสองฝ่ายย้ำถึงความร่วมมือทวิภาคีในลักษณะหุ้นส่วนเพื่อจัดการแก้ไขสิ่งท้าทายในระดับประชาคมโลก อาทิ อาชญากรรมข้ามชาติ ยาเสพติด การก่อการร้าย การค้ามนุษย์ และโรคระบาด เช่น อีโบลา

       รอง นรม./รมว.กต. แจ้งความคืบหน้าของรัฐบาลไทยใน
การแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์ และยินดีรับข้อเสนอแนะที่สร้างสรรค์ของฝ่ายสหรัฐฯ ในเรื่องนี้ รวมทั้งแจ้งให้ทราบถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการดำเนินการตาม Roadmap และกระบวนการปฏิรูป โดยเน้นการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน

 

๒๗. เมื่อวันที่ ๒๖ ม.ค. ๕๘ รอง นรม./รมว.กต. เป็นประธาน
การประชุมคณะกรรมการระดับชาติเพื่อกำกับดูแลการจัดกิจกรรมเฉลิมฉลองในโอกาสครบรอบ ๔๐ ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างราชอาณาจักรไทยกับสาธารณรัฐประชาชนจีน โดย
รอง นรม./รมว.กต. ได้ชี้แจงนโยบายและแนวทางในการจัดกิจกรรมเฉลิมฉลองครบรอบ ๔๐ ปี ความสัมพันธ์ทางการทูต
ไทย – จีน ในปี ๒๕๕๘ ในการนี้ ที่ประชุมได้รับทราบและแลกเปลี่ยนความเห็นเกี่ยวกับโครงการ/ กิจกรรมของทั้งสองฝ่าย โดยที่ประชุมมีมติเห็นชอบให้แต่งตั้งคณะอนุกรรมการจำนวน ๓ คณะ เพื่อให้การจัดกิจกรรมเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและมีการบูรณาการ ได้แก่ (๑) คณะอนุกรรมการด้านสารัตถะ อำนวยการ และประสานงาน (๒) คณะอนุกรรมการด้านงบประมาณ และ (๓) คณะอนุกรรมการด้านการประชาสัมพันธ์

 

๒๘. เมื่อวันที่ ๒๖ ม.ค. ๕๘ รอง นรม./รมว.กต. เป็นประธานและสักขีพยานในพิธีลงนามข้อตกลงเสริมระหว่างรัฐบาลไทยและรัฐบาลออสเตรเลียว่าด้วยโครงการออสเตรเลีย-เอเชียเพื่อต่อต้านการค้ามนุษย์ ณ กต. โดยไทยและออสเตรเลียมีแผนที่จะจัดประชุมเชิงปฏิบัติการในระดับภูมิภาคเกี่ยวกับการต่อต้านการค้ามนุษย์ในช่วง ๖ เดือนแรกของปี ๒๕๕๘ ภายใต้โครงการออสเตรเลีย-เอเชีย เพื่อต่อต้านการค้ามนุษย์ โดยโครงการดังกล่าว
มีจุดประสงค์เพื่อลดเหตุจูงใจและโอกาสในการค้ามนุษย์ทั้งในระดับประเทศและระดับภูมิภาคอาเซียน รวมทั้งเสริมสร้างความเข้มแข็งให้แก่กระบวนการยุติธรรม

 

๒๙. เมื่อวันที่ ๒๗ ม.ค. ๕๘ รอง นรม./รมว.กต. หารือทวิภาคีกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกฎหมายสิงคโปร์ ระหว่างเข้าร่วมการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนอย่างไม่เป็นทางการ ณ เมืองโกตากินาบาลู ประเทศมาเลเซีย
       ทั้งสองฝ่ายแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับสถานการณ์ความมั่นคงของภูมิภาค ปัญหาการก่อการร้าย และวิสัยทัศน์สำหรับประชาคมอาเซียนหลังปี ๒๕๕๘ อาทิ รูปแบบการจัดการประชุมสุดยอดอาเซียน บทบาทของมหาอำนาจในภูมิภาค การสร้างความสมดุลในการดำเนินความสัมพันธ์ระหว่างมหาอำนาจดังกล่าว เป็นต้น
       รอง นรม./รมว.กต. ขอบคุณรัฐบาลสิงคโปร์สำหรับการถวายการต้อนรับสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในโอกาสที่เสด็จฯ ร่วมงาน Global Young Scientist Summit ประจำปี ๒๐๑๕ เมื่อ ๑๘ ม.ค. ๒๕๕๘ อย่างสมพระเกียรติ และย้ำความพร้อมของไทยที่จะร่วมมือกับสิงคโปร์เพื่อพัฒนาความสัมพันธ์ให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น
       รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกฎหมายสิงคโปร์พร้อมที่จะต้อนรับ นรม. ของไทยใน
การเยือนสิงคโปร์อย่างเป็นทางการและจัดการประชุม Leaders’ Retreat ระหว่าง นรม. สองฝ่าย
       ประเทศไทยจะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมโครงการแลกเปลี่ยนระหว่างข้าราชการพลเรือนไทยกับสิงคโปร์ ในครึ่งปีแรกของปี ๒๕๕๘ ก่อนการเยือนสิงคโปร์ของ นรม.
       สิงคโปร์ชื่นชมบทบาทของไทยในฐานะประเทศ
ผู้ประสานงานอาเซียน-จีน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเด็นทะเล
จีนใต้ ซึ่งสิงคโปร์สนับสนุนข้อเสนอของไทยให้จัดทำมาตรการที่สามารถดำเนินการได้เร็ว (early harvest) ในโอกาสแรกระหว่างที่รอให้การจัดทำแนวปฏิบัติในทะเลจีนใต้ (COC) บรรลุผลสำเร็จ

 

๓๐. เมื่อวันที่ ๒๘ ม.ค. ๕๘ รมช.กต. หารือกับนาย W. Patrick Murphy อุปทูตสหรัฐฯ ประจำประเทศไทย ณ กต. โดย รมช.กต. ใช้โอกาสนี้แสดงความกังวลและผิดหวัง ซึ่งสะท้อนมาจากคนไทยหลายกลุ่มเกี่ยวกับบางช่วงบางตอนของสุนทรพจน์ที่ผู้ช่วย รมว.กต. สหรัฐฯกล่าวที่สถาบันศึกษาความมั่นคงและนานาชาติ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เมื่อ ๒๖ ม.ค. ๒๕๕๘ เนื่องจากข้อความช่วงดังกล่าวได้สร้างความไม่พอใจให้คนไทยหลายคน และถูกนำไปขยายผลทางการเมือง

       นอกจากนี้ รมช.กต. แจ้งว่า นรม. อาจเข้าร่วมการประชุมสมัชชาสหประชาชาติ สมัยสามัญ สมัยที่ ๗๐ ที่นครนิวยอร์ก ในเดือน ก.ย. ๒๕๕๘ และหวังว่า สหรัฐฯ จะพิจารณาใช้โอกาสนี้ให้เป็นประโยชน์ในการส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างกัน
       ทั้งสองฝ่ายหารือถึงทิศทางความร่วมมือในอนาคตในสาขาต่าง ๆ โดยอุปทูตสหรัฐฯ ยืนยันความมุ่งมั่นที่จะเสริมสร้าง
ความร่วมมือกับไทยต่อไป

 

๓๑.  เมื่อวันที่ ๒๙ ม.ค. ๕๘ นาย Hishammuddin Hussein รมว.กห. มาเลเซีย เข้าเยี่ยมคารวะ รอง นรม./รมว.กต.
ณ กต. ในโอกาสเยือนไทยเพื่อเข้าร่วมประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (กชท.) ไทย – มาเลเซีย ครั้งที่ ๕๒
       ทั้งสองฝ่ายได้แสดงความยินดีกับความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดระหว่างไทยและมาเลเซีย โดยเฉพาะในระดับผู้นำและระหว่างกองทัพของทั้งสองประเทศ และได้แลกเปลี่ยนความเห็นเกี่ยวกับสถานการณ์การก่อการร้ายระหว่างประเทศและการแพร่ขยายของกลุ่มแนวคิดสุดโต่ง โดยมาเลเซียได้เสนอให้ร่วมมือกันอย่างใกล้ชิดในประเด็นดังกล่าว
       ในการนี้ รอง นรม./รมว.กต. ได้ย้ำแนวทางการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ (จชต.) โดยยึดหลักสันติวิธี และความตั้งใจที่จะร่วมมือกับมาเลเซียในฐานะผู้อำนวยความสะดวกในการพูดคุยเพื่อสันติสุขใน จชต. เพื่อแก้ไขสถานการณ์

 

๓๒. เมื่อวันที่ ๒๙ ม.ค. ๕๘ นาย Luís Barreira de Sousa เอกอัครราชทูตโปรตุเกสประจำประเทศไทย เข้าเยี่ยมคารวะ
รอง นรม./รมว.กต. ณ กต. โดย ทั้งสองฝ่ายหารือเกี่ยวกับกลไกกระชับความสัมพันธ์ โดยฝ่ายไทยเสนอให้จัดการประชุมหารือระหว่างเจ้าหน้าที่ระดับสูงไทย-โปรตุเกส (Political Consultation) ครั้งที่ ๑ ที่กรุงเทพฯ ในปี ๒๕๕๘ โดยฝ่ายโปรตุเกสยินดีเข้าร่วม และหนึ่งในประเด็นที่เสนอให้มีการหารือ คือ ความร่วมมือไทย-โปรตุเกสในภูมิภาคแอฟริกา
       รอง นรม./รมว.กต. ยินดีที่ทราบว่า นายกเทศมนตรีเมืองลิสบอนจะเข้าร่วมการประชุม ASEM Mayors and Governors ที่กรุงเทพมหานครเป็นเจ้าภาพจัดในเดือน มี.ค. ๒๕๕๘ และยินดีที่โปรตุเกสจะเชิญ รมว.กษ. ของไทยเข้าร่วมการประชุมระดับรัฐมนตรีด้านกิจการประมง ซึ่งโปรตุเกสเป็นเจ้าภาพในเดือน
มิ.ย. ๕๘ ด้วย

 

กรอบพหุภาคี

๑.    เมื่อวันที่ ๑๙ ม.ค. ๕๘ รอง นรม./รมว.กต. เข้าร่วมการประชุม United Nations Security Council Open Debate หัวข้อ “การพัฒนาที่ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมเพื่อนำไปสู่การธำรงสันติภาพและความมั่นคงระหว่างประเทศ (Inclusive Development for the Maintenance of International Peace and Security)” ณ สหประชาชาติ นครนิวยอร์ก สหรัฐฯ
โดย รอง นรม./รมว.กต. กล่าวถ้อยแถลงต่อที่ประชุม ว่า
คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ ควรส่งเสริมการพัฒนาควบคู่ไปกับการรักษาสันติภาพและแก้ไขความขัดแย้งที่อาจส่งผลกระทบต่อความมั่นคงระหว่างประเทศ เนื่องจากปัญหาความยากจน ความเหลื่อมล้ำทางสังคม และการเลือกปฏิบัติ ก่อให้เกิดลัทธิหัวรุนแรงซึ่งนำไปสู่ความขัดแย้ง การพัฒนาที่ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมเป็นการป้องกันความขัดแย้งที่ต้นเหตุ โดยจะเสริมสร้างให้สังคมมีความเข้มแข็งและเท่าเทียมกัน
       ไทยเสนอให้คณะมนตรีความมั่นคงฯ ให้ความสำคัญกับมิติความมั่นคงของมนุษย์และความมั่นคงในรูปแบบใหม่มากขึ้น นอกจากนี้ การทำงานของคณะมนตรีความมั่นคงฯ ควรเปิดกว้าง โดยมีกลไกที่เปิดให้ประเทศที่มิใช่สมาชิกมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ

 

ของคณะมนตรีความมั่นคงฯ และควรให้ความสำคัญกับบทบาทของสตรีด้วย

 

กต./ ทุกกรม/ ทุกสำนัก

 

 

 

 

๓๐ ธ.ค. ๕๗

มติ ครม. เห็นชอบการบริจาคข้าวให้แก่รัฐบาลฟิลิปปินส์ จำนวน ๕๐๐ ตัน และรัฐบาลมาเลเซียจำนวน ๕๐๐ ตัน เพื่อช่วยเหลือประชาชนฟิลิปปินส์และมาเลเซียที่ประสบเหตุภัยพิบัติ โดยใช้งบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น ประจำปีงบประมาณ ๒๕๕๘

ครม. มีมติเห็นชอบตามที่ กต. เสนอ ในการบริจาคข้าวให้แก่รัฐบาลฟิลิปปินส์ จำนวน ๕๐๐ ตัน และรัฐบาลมาเลเซีย จำนวน๕๐๐ ตัน เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากกรณีพายุไต้ฝุ่น Hagupit เข้าพัดถล่มฟิลิปปินส์ เมื่อวันที่ ๖ ธันวาคม ๒๕๕๗ และจากกรณีเหตุอุทกภัยครั้งใหญ่ในรัฐทางตอนเหนือของมาเลเซีย ตั้งแต่วันที่ ๑๖ ธันวาคม ๒๕๕๗ ตามลำดับ โดย กต. ได้ดำเนินการตามมติ ครม. ดังกล่าว

 

กรมเอเชียตะวันออก

๓.      การลดความเหลื่อมล้ำของสังคม และการสร้างโอกาสการเข้าถึงบริการของรัฐ

ข้อ ๓.๒

ป้องกันและแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์ รวมถึงปัญหาผู้หลบหนีเข้าเมือง การทารุณกรรมต่อแรงงานข้ามชาติ การท่องเที่ยวที่เน้นบริการทางเพศและเด็ก และปัญหาคนขอทาน โดยการปรับปรุงกฎหมายข้อบังคับที่จำเป็นและเพิ่มความเข้มงวดในการระวังตรวจสอบ

 

 

 

๑.        เมื่อวันที่ ๖ ม.ค. ๕๘ อธิบดีกรมอเมริกาและแปซิฟิกใต้
ผอ.กองอเมริกาเหนือ และเจ้าหน้าที่กองอเมริกาเหนือ เข้าร่วมการประชุมคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ (ปคม.) ครั้งที่ ๑/๒๕๕๘ โดยมี รอง นรม. พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ เป็นประธาน ณ ทำเนียบรัฐบาล

 

๒.        เมื่อวันที่ ๗ ม.ค. ๕๘ นรม. เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายเพื่อแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์และการทำประมงผิดกฎหมาย ครั้งที่ ๑/๒๕๕๘ โดยมี รอง นรม. และ รมต. กระทรวงต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมด้วย
       ที่ประชุมได้เห็นชอบองค์ประกอบและแผนงานของคณะอนุกรรมการ ๕ คณะ ได้แก่ (๑) คณะอนุกรรมการเรื่อง
การค้ามนุษย์ (๒) คณะอนุกรรมการแก้ไขปัญหาการทำประมงผิดกฎหมาย (IUU Fishing) (๓) คณะอนุกรรมการเรื่องแรงงานเด็ก แรงงานบังคับและแรงงานต่างด้าว (๔) คณะอนุกรรมการสตรี และ(๕) คณะอนุกรรมการด้านประชาสัมพันธ์และกฎหมาย
       รมช.กต. ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการประชาสัมพันธ์และกฎหมายนำเสนอแนวทางและแผนงานโดยเน้นการประชาสัมพันธ์ภายในประเทศให้เกิดความตระหนักรู้ถึงความสำคัญของปัญหาการค้ามนุษย์ การป้องกันการตกเป็นเหยื่อ ช่องทางการแจ้งเบาะแส และเน้นการชี้แจงกับต่างประเทศเพื่อให้ข้อมูลที่ถูกต้องเกี่ยวกับสถานการณ์ รวมทั้งความคืบหน้าในการแก้ไขปัญหาของไทย ตลอดจนให้เพิ่มการสร้างปฏิสัมพันธ์กับทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน องค์กรพัฒนาเอกชน Think Tank และสื่อมวลชนทั้งในและต่างประเทศ

 

๓.      เมื่อวันที่ ๑๒ ม.ค. ๕๘ รมช.กต. ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการด้านประชาสัมพันธ์ และกฎหมาย คณะกรรมการนโยบายเพื่อแก้ไขการค้ามนุษย์และประมง
ผิดกฎหมาย แถลงข่าวเรื่องการดำเนินการของรัฐบาลและ
ความคืบหน้าในการแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์ โดยอธิบดีกรมอเมริกาและแปซิฟิกใต้และรองอธิบดีกรมองค์การระหว่างประเทศ เข้าร่วมการชี้แจงด้วย สาระสำคัญในการแถลงข่าว มีดังนี้
      (๑) กลไกในการแก้ไขปัญหา : คณะกรรมการนโยบายเพื่อแก้ไขการค้ามนุษย์และการทำประมงผิดกฎหมายได้จัดตั้งคณะอนุกรรมการ ๕ คณะ ในประเด็นที่เกี่ยวข้อง ได้แก่
๑) คณะอนุกรรมการเรื่องค้ามนุษย์ ๒) คณะอนุกรรมการเรื่องประมงและ IUU ๓) คณะอนุกรรมการเรื่องแรงงานเด็ก แรงงานบังคับและแรงงานต่างด้าว ๔) คณะอนุกรรมการสตรี และ
๕) คณะอนุกรรมการด้านประชาสัมพันธ์และกฎหมาย
      (๒) ความคืบหน้าที่สำคัญ : มีความคืบหน้าใน ๔ ประเด็นหลัก ได้แก่ ๑) การแก้ไขกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กฎกระทรวงคุ้มครองแรงงานในงานประมงทะเล พ.ศ. ๒๕๕๗ พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ พ.ศ. ๒๕๕๑ และพระราชบัญญัติการประมง พ.ศ. ๒๔๙๐ ๒) การเพิ่มประสิทธิภาพในการคัดแยกและดูแลเหยื่อ ๓) การเพิ่มความเข้มงวดในการบังคับใช้กฎหมาย และ ๔) การจัดระเบียบและ
จดทะเบียนแรงงานต่างด้าว
      (๓) แผนการดำเนินงานที่สำคัญ : คณะอนุกรรมการทั้ง ๕ คณะ ได้กำหนดแผนการดำเนินงานในช่วง ๓ - ๖ เดือนในประเด็นที่มีความสำคัญในลำดับต้น ได้แก่ ๑) เพิ่มประสิทธิภาพ
การสืบสวนสอบสวนดำเนินคดีค้ามนุษย์ ตลอดจนการจัดการกับเครือข่ายขบวนการค้ามนุษย์ข้ามชาติ ๒) เพิ่มความถี่ในการตรวจพื้นที่เสี่ยง เพื่อกวาดล้างผู้กระทำผิด ๓) เร่งรัดการจดทะเบียนเรือประมงไทยและออกใบอนุญาตการทำประมง ๔) ปรับปรุงพระราชบัญญัติการประมงและกฎหมายลำดับรองเพื่อการแก้ไขปัญหาการประมงผิดกฎหมาย และ ๕) เร่งดำเนินการจัดระเบียบแรงงานต่างด้าวและการพิสูจน์สัญชาติให้เป็นไปตามแผนที่รัฐบาลวางไว้
      (๔) การดำเนินงานกับต่างประเทศในกรณี Trafficking in Persons (TIP) Report : กต. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมุ่งเน้นการหารือและชี้แจงอย่างสม่ำเสมอกับผู้มีบทบาทสำคัญ (Key Players) ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ทั้งนี้ เมื่อวันที่
๑๑ ธ.ค. ๒๕๕๗ ได้หารือกับเจ้าหน้าที่ TIP Office ของสหรัฐฯ
ซึ่งผลเป็นที่น่าพอใจ นอกจากนี้ เมื่อวันที่ ๘ ม.ค. ๒๕๕๘ ได้หารือกับบริษัท Target ซึ่งเป็นบริษัทค้าปลีกอันดับ ๒ ของสหรัฐฯ และเป็นผู้นำเข้าสินค้าประมงรายสำคัญของไทย โดยบริษัทยินดีสนับสนุนไทยในการแก้ไขปัญหาอย่างเต็มที่
      (๕) การดำเนินการในระยะต่อไป : กต. จะเน้นการสร้างปฏิสัมพันธ์อย่างต่อเนื่องกับภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ ๑) จัด VDO Conference กับ TIP Office ในช่วงเดือน ก.พ. ๒๕๕๘
๒) จัดคณะผู้แทนไทยไปชี้แจงให้ข้อมูลกับผู้มีบทบาทนำของสหรัฐฯ ในช่วงเดือน มี.ค. ๒๕๕๘ และ ๓) พบปะชี้แจงให้ข้อมูลและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับสื่อมวลชน องค์การระหว่างประเทศ ภาคเอกชน รวมทั้งภาคส่วนต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องทั้งในประเทศและต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง

 

๔.      เมื่อวันที่ ๑๔ ม.ค. ๕๘ กต. ได้เข้าร่วมการแถลงข่าวโดย รมว.กษ. เรื่อง กฎหมายประมงฉบับใหม่และแผนการแก้ไขปัญหาการทำประมง IUU และได้ประมวลข้อมูลและประสานแจ้งให้สถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลใหญ่ และหน่วยงานของ กต. ทั่วโลกทราบ เพื่อเป็นข้อมูลในการประชาสัมพันธ์และชี้แจงในประเด็นดังกล่าวในต่างประเทศต่อไป

 

๕.      เมื่อวันที่ ๓๐ ม.ค. ๕๘ รมช.กต. ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการด้านประชาสัมพันธ์และกฎหมายที่เกี่ยวกับการป้องกันและแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์ ร่วมกับ ปลัด พม. รองปลัด รง. ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และอธิบดีกรมอเมริกาและแปซิฟิกใต้ กต. ได้แถลงข่าวเปิดตัวรายงานความก้าวหน้าในการต่างต้านการค้ามนุษย์ของไทย ประจำปี ๒๕๕๗ ณ ตึกนารีสโมสร ทำเนียบรัฐบาล โดยที่รายงานดังกล่าวเป็นรายงานประจำปีของไทยเพื่อเผยแพร่สถานการณ์การค้ามนุษย์และความคืบหน้าในการดำเนินการต่อต่านการค้ามนุษย์ของหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งครอบคลุมทุกมิติตามยุทธศาสตร์ 5Ps ได้แก่ (๑) ด้านนโยบายและการนำไปสู่การปฏิบัติ (Policy) (๒) ด้านการดำเนินคดี (Prosecution) (๓) ด้านการคุ้มครองช่วยเหลือ (Protection) (๔) ด้านการป้องกัน (Prevention) และ (๕) ด้านความร่วมมือ (Partnership)
      ความก้าวหน้าและความสำเร็จในการจัดการกับปัญหาดังกล่าวในปี ๒๕๕๗ มีหลายด้าน เช่น การบูรณาการในระดับนโยบายและทุกมิติของการดำเนินการต่อต้านการค้ามนุษย์
การจดทะเบียนแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมายจำนวนกว่า ๑.๖ ล้านคน การแก้ไขกฎหมายเพื่อรองรับนโยบายการต่อต้านการค้ามนุษย์ในทุกมิติ โดยเฉพาะร่างการแก้ไขพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ พ.ศ. ๒๕๕๑ การดำเนินการทางกฎหมายกับนายหน้า นักค้ามนุษย์ และเจ้าหน้าที่รัฐที่มีส่วนร่วมในการค้ามนุษย์ การเตรียมการจัดทำสายด่วน ๒๔ ชั่วโมง (หมายเลข ๑๓๐๐) เป็นต้น

 

กรมอเมริกาและแปซิฟิกใต้/ กรมยุโรป/ กรมองค์การระหว่างประเทศ

๖.      การเพิ่มศักยภาพทางเศรษฐกิจของประเทศ

ข้อ ๖.๑๗

(๑) สร้างความร่วมมือและเจรจากับต่างประเทศเพื่อรักษาผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจของชาติ

(๒) เพิ่มขีดความสามารถของผู้ประกอบการให้เข้มแข็ง สามารถแข่งขันได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเพิ่มองค์ความรู้ พัฒนาผลิตภัณฑ์ ส่งเสริมด้านการตลาดและโอกาสในการลงทุนในต่างประเทศ

นโยบายที่ ๕.๕ ยุทธศาสตร์การสร้างความเชื่อมโยงกับประเทศในภูมิภาคเพื่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจและสังคม
ข้อ ๕.๕.๒ การพัฒนาฐานลงทุนโดยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันระดับอนุภูมิภาค
ข้อ ๕.๕.๘ การเร่งรัดการใช้ประโยชน์จากข้อตกลงการค้าเสรีที่มีผลบังคับใช้แล้ว
ข้อ ๕.๕.๙ การส่งเสริมให้ประเทศไทยเป็นฐานการลงทุน และการประกอบธุรกิจในเอเชีย รวมทั้งเป็นฐานความร่วมมือในการพัฒนาภูมิภาค

 

 

๑.      เมื่อวันที่ ๙ ม.ค. ๕๘ รองอธิบดีกรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศและเจ้าหน้าที่กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ เป็นผู้แทน กต. เข้าร่วมประชุมคณะกรรมการอนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศซึ่งชนิดสัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้สูญพันธ์ประจำประเทศไทย ครั้งที่ ๑/๒๕๕๘ ณ สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ทส. ซึ่งที่ประชุมได้พิจารณาร่างรายงานความก้าวหน้าการดำเนินงานตามแผนปฏิบัติการงาช้างแห่งประเทศไทย (National Ivory Action Plan หรือ NIAP) ครั้งที่ ๑ เพื่อเตรียมเสนอ ครม. ก่อนส่งสำนักเลขาธิการ CITES ต่อไป

 

๒.        เมื่อวันที่ ๑๕ ม.ค. ๕๘ ไทยได้จัดส่งรายงานความก้าวหน้า (Progress Report) การดำเนินการตามแผนปฏิบัติการงาช้างฯ ฉบับแก้ไข ครั้งที่ ๑ ให้สำนักเลขาธิการ CITES เรียบร้อยแล้ว โดยมีความก้าวหน้าที่สำคัญใน ๕ ประเด็นหลัก ได้แก่ (๑) การแก้ไขกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง (๒) การปรับปรุงระบบจดทะเบียนงาช้าง (๓) การเพิ่มความเข้มงวดในการบังคับใช้กฎหมาย (๔) การประชาสัมพันธ์ และ (๕) การจัดตั้งกลไกในการแก้ไขปัญหา

 

กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ

๗.      การส่งเสริมบทบาทและการใช้โอกาสในประชาคมอาเซียน

ข้อ ๗.๑

เร่งส่งเสริมความเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน ในภูมิภาคอาเซียนและขยายความร่วมมือทางเศรษฐกิจกับประเทศเพื่อนบ้าน

 

นโยบายที่ ๕.๕ ยุทธศาสตร์การสร้างความเชื่อมโยงกับประเทศในภูมิภาคเพื่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจและสังคม
ข้อ ๕.๕.๓ การสร้างความพร้อมในการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน

 

 

๑.         เมื่อวันที่ ๖ ม.ค. ๕๘ รอง นรม./รมว.กต. เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการพิจารณาการจัดทำงบประมาณในลักษณะบูรณาการ เพื่อเตรียมความพร้อมประเทศไทยในการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน ครั้งที่ ๑/๒๕๕๘ โดยมีผู้บริหารจากทุกกระทรวงเข้าร่วม
        คณะกรรมการดังกล่าวตั้งขึ้นตามคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีและมติคณะรัฐมนตรีที่เห็นชอบให้กำหนดแนวทางการจัดทำงบประมาณและปฏิทินงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๙ โดยกำหนดให้มีการจัดทำงบประมาณในลักษณะบูรณาการ จำนวน ๑๘ เรื่อง โดย
รอง นรม./รมว.กต. กำกับดูแลการจัดทำงบประมาณเรื่องการเตรียมความพร้อมประเทศไทยในการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน
        ที่ประชุมได้กำหนดหลักเกณฑ์ แนวทางการดำเนินงานในการจัดทำงบประมาณอย่างบูรณาการ รวมทั้งพิจารณาข้อเสนอโครงการและกิจกรรมเสนอโดยกระทรวงต่าง ๆ เพื่อให้ประเทศไทยสามารถดำเนินการตามพันธกิจและพันธกรณีในการเข้าสู่ประชาคมอาเซียนและใช้ผลประโยชน์จากความเชื่อมโยงระหว่างกันของอาเซียนในมิติการเมือง-ความมั่นคง เศรษฐกิจ และสังคม-วัฒนธรรมให้ครอบคลุมและครบถ้วน

 

๒.        เมื่อวันที่ ๒๗ – ๒๘ ม.ค. ๕๘ รอง นรม./รมว.กต. เข้าร่วมการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนอย่างไม่เป็นทางการ ณ เมืองโกตากินาบาลู ประเทศมาเลเซีย โดยรอง นรม./รมว.กต. ได้กล่าวสนับสนุนบทบาทของมาเลเซียในการเป็นประธานอาเซียนปี ๒๕๕๘ ซึ่งได้กำหนดหัวข้อหลักของปีนี้ว่า “Our People, Our Community, Our Vision” และกำหนดประเด็นเร่งด่วน ๘ ประการ อาทิ การบรรลุเป้าหมายเรื่องการสร้างประชาคมอาเซียน การกำหนดวิสัยทัศน์อาเซียนภายหลังปี ๒๕๕๘ และสร้างความใกล้ชิดระหว่างอาเซียนกับประชาชน โดยสาระสำคัญ สรุปได้ดังนี้
       (๑) ในประเด็นการสร้างประชาคมอาเซียน รอง นรม./รมว.กต. ให้ความสำคัญกับประเด็นการธำรงไว้ซึ่งความเป็นแกนหลักของอาเซียน (Centrality) การเร่งดำเนินการตามแผนการสร้างประชาคมอาเซียน การสร้างความเกื้อกูลทางเศรษฐกิจระหว่างกัน การปรับปรุงกฎหมายภายในให้เอื้อต่อการค้าการลงทุนอย่างเสรีในภูมิภาค การใช้แนวคิด ๑+๑ เพื่อเชื่อมโยงเศรษฐกิจของประเทศสมาชิกอาเซียนที่มีชายแดนติดกัน เช่น การตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษบริเวณชายแดน นอกจากนี้ ให้ความสำคัญกับการรับมือกับภัยคุกคามข้ามพรมแดนที่เกิดจากการรวมตัวเป็นประชาคม
       (๒) รอง นรม./รมว.กต. แสดงวิสัยทัศน์อาเซียนภายหลังปี ๒๕๕๘ ว่าจะต้องส่งเสริมความเป็นแกนหลักของอาเซียน เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานให้กับสำนักเลขาธิการอาเซียน เพิ่มบทบาทของประธานอาเซียน เน้นการสร้างประชาคมที่มีประชาชนเป็นศูนย์กลาง ให้ความสำคัญกับการพัฒนาอย่างยั่งยืนและ
ลดความเหลื่อมล้ำ อาเซียนควรขยายความสัมพันธ์กับมิตรประเทศใหม่ ๆ และร่วมมือกันในการรักษาตลาดและราคาสินค้าทางการเกษตร นอกจากนี้ ควรเน้นการส่งเสริมบทบาทและท่าทีของอาเซียนในเวทีโลก รวมทั้งแสดงความรับผิดชอบต่อประชาคมโลก เช่น การผลักดันการจัดตั้งกองกำลังเพื่อสันติภาพของอาเซียน การแสดงบทบาทการให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม อีกทั้งอาเซียนจำเป็นต้องส่งเสริมความสัมพันธ์เชิงลึกและเชิงรุกกับประเทศคู่เจรจาทั้ง ๑๐ ประเทศ และในกรอบความสัมพันธ์ เช่น กรอบการประชุมสุดยอดเอเชียตะวันออก
       (๓) ที่ประชุมชื่นชมบทบาทในของไทยในฐานะประเทศผู้ประสานงานความสัมพันธ์อาเซียน-จีน ที่ทำให้เกิดความคืบหน้าในการปฏิบัติตามแนวปฏิบัติของภาคีในทะเลจีนใต้ (Declaration on the Conduct of Parties in the South China Sea หรือ DOC) การหารือเพื่อจัดทำแนวปฏิบัติในทะเลจีนใต้ (Code of conducts หรือ COC) และขอให้ไทยช่วยเร่งการหารือกับจีนให้เกิดความคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง
       (๔) ที่ประชุมออกแถลงการณ์เกี่ยวกับภัยที่เกิดจากกลุ่มลัทธิหัวรุนแรง

 

กรมอาเซียน

๘.   การพัฒนาและส่งเสริมการใช้ประโยชน์จากวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี การวิจัยและพัฒนา และนวัตกรรม

ข้อ ๘.๒ และ ๘.๓

(๑)   เร่งเสริมสร้างสังคมนวัตกรรม โดยส่งเสริมระบบการเรียนการสอนที่เชื่อมโยงหลายสาชา และเชื่อมโยงระหว่างการเรียนรู้และการทำงาน รวมถึงการเชื่อมโยงการทำงานระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน
(๒) ปฏิรูประบบการให้สิ่งจูงใจ ระเบียบ และกฎหมายที่เป็นอุปสรรคต่อการนำวิจัยและพัฒนาไปต่อยอดหรือใช้ประโยชน์
(๓) ส่งเสริมการจัดทำแผนพัฒนาการวิจัยและพัฒนาในระดับภาคหรือกลุ่มจังหวัด เพื่อให้ตรงกับความต้องการของท้องถิ่น ผลักดันงานวิจัยและพัฒนาไปสู่การใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์

นโยบายที่ ๕.๔ ยุทธศาสตร์การปรับโครงสร้างเศรษฐกิจสู่การเติบโตอย่างมีคุณภาพและยั่งยืน
ข้อ ๕.๔.๒ การพัฒนาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิจัย และนวัตกรรม ให้เป็นพลังขับเคลื่อนการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจให้เติบโตอย่างมีคุณภาพและยั่งยืน

 

 

๑.        เมื่อวันที่ ๘ ม.ค. ๕๘ ดร. Geraldine Richmond ผู้แทนด้านวิทยาศาสตร์ของรัฐบาลสหรัฐฯ พร้อมคณะ ได้เข้าพบหารือกับอธิบดีกรมอเมริกาและแปซิฟิกใต้ และผู้แทนจากหน่วยงานด้านวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีของไทย โดยอธิบดีกรมอเมริกาฯ ได้กล่าวถึงบทบาทของ กต. เรื่องความร่วมมือกับประเทศต่าง ๆ ในระดับทวิภาคี อนุภูมิภาค และภูมิภาค และการดำเนินนโยบายการทูตวิทยาศาสตร์ (Science Diplomacy) ซึ่งกำลังจะมีการจัด Thailand-United States Joint Commission Meeting on Science and Technology ที่ไทยในเดือน พ.ค. ๕๘ และการจัด Workshop on STEM Education ที่สหรัฐฯ ในช่วงครึ่งหลังของเดือน ต.ค. ๕๘

ผู้แทนจาก วท. ได้แสดงความสนใจที่จะร่วมมือกับสหรัฐฯ ใน ๒ ประเด็นหลักคือ ด้านสาธารณสุข และ STEM Education ซึ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้ ดร.Richmond เห็นว่าประเด็นพลังงานเป็นอีกประเด็นหลักที่ประเทศไทยควรพิจารณาให้ความสำคัญ

ในการนี้ ดร.Richmond ได้แสดงความเห็นต่อผู้แทนจาก สวทน. ว่าไทยควรระดมให้ภาคเอกชนเข้ามามีส่วนร่วมเพื่อสนับสนุนด้าน R&D เพิ่มขึ้น รวมทั้งการสนับสนุนประเด็น entrepreneurship และบริษัท Start-up และได้แนะนำ
ดร.John Boright, Excecutive Director of International Affairs of the US National Academies และ
ดร.Deborah Ball ศาสตราจารย์ด้านครุศาสตร์จาก University of Michigan สมาชิก National Science Board และผู้เชี่ยวชาญด้าน STEM Education ของสหรัฐฯ เพื่อที่ฝ่ายไทยอาจพิจารณาสร้างเครือข่ายซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อ
การพัฒนาความร่วมมือระหว่างไทยและสหรัฐฯ

 

 

ตรวจถูกต้อง

                                                                                   

         (นายศุภร พลมณี)

                                                                                              เอกอัครราชทูตประจำกระทรวง