นโยบายการต่างประเทศ
ผลการดำเนินงานตามนโยบายรัฐบาลและกลไกประชารัฐ : รายงานผลการดำเนินงานตามนโยบายรัฐบาลและการสั่งการของนายกรัฐมนตรี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กระทรวงการต่างประเทศ ระหว่างวันที่ ๑ – ๓๐ กันยายน ๒๕๕๘
สถานะ ณ วันที่ ๘ ต.ค. ๕๘
พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี
กระทรวงการต่างประเทศ
ระหว่างวันที่ ๑ – ๓๐ กันยายน ๒๕๕๘
| ลำดับ | นโยบายรัฐบาล/ | ความสอดคล้องกับรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย หรือแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ ๑๑ | มติคณะรัฐมนตรี | การดำเนินการ | การใช้จ่ายงบ | ผู้รับผิด | |
| วันที่ | สาระสำคัญ | แผนงาน/ โครงการ/ ผลการดำเนินการ รวมถึงปัญหาอุปสรรคในการดำเนินงานที่สำคัญ | |||||
| ๒. การรักษาความมั่นคงของรัฐและการต่างประเทศ | |||||||
| ข้อ ๒.๔ | (๑)การเสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีกับนานาประเทศ ซึ่งเป็นส่วนสำคัญต่อการบริหารราชการแผ่นดิน ทั้งด้านการเมือง เศรษฐกิจ และสังคม (๒)ชี้แจงสถานการณ์และสร้างความเชื่อมั่น (๓)นำกลไกทางการทูตแบบบูรณาการมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชนทั้งทางตรงและทางอ้อม เช่น การคุ้มครองดูแลคนไทยและผลประโยชน์ | นโยบายที่ ๕.๔ ยุทธศาสตร์การปรับโครงสร้างเศรษฐกิจสู่การเติบโตอย่างมีคุณภาพและยั่งยืน |
|
| กรอบทวิภาคี ๑. เมื่อ ๒๑ – ๒๖ ส.ค. ๕๘ รองปลัด กต. ๒. เมื่อ ๒๗ – ๒๘ ส.ค. ๕๘ นรม. เยือนฟิลิปปินส์อย่างเป็นทางการ ซึ่ง รมว.กต. ร่วมคณะด้วย สรุปสาระสำคัญได้ดังนี้
ทั้งสองฝ่ายเห็นชอบให้ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเรื่องกระบวนการพูดคุยเพื่อสันติสุขในจังหวัดชายแดนภาคใต้ (จชต.) และกระบวนการเจรจาสันติภาพในมินดาเนา รวมทั้งส่งเสริมการแลกเปลี่ยนด้านข่าวกรองด้านการก่อการร้ายระหว่างประเทศและการแก้ไขปัญหาแนวคิดสุดโต่ง โดยทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะร่วมมือฝึกผสมทางทหารและการบริหารจัดการวิกฤตการณ์ร่วมกันในกรอบทวิภาคีและอาเซียน
ปธน. ฟิลิปปินส์แสดงความซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ที่ทรงรับโรงเรียนในฟิลิปปินส์ ๓ แห่งให้อยู่ภายใต้โครงการพัฒนาเด็กและเยาวชนในพระราชูปถัมภ์ของพระองค์ทั้งสองฝ่ายเห็นชอบให้มีการส่งเสริมการแลกเปลี่ยนนักเรียนและโรงเรียนพี่โรงเรียนน้องระหว่างไทยกับฟิลิปปินส์ โดยฝ่ายฟิลิปปินส์พร้อมแลกเปลี่ยนประสบการณ์ในการนำเยาวชนซึ่งไม่ได้อยู่ในระบบการศึกษา โดยเฉพาะจากครอบครัวเกษตรกร มาเข้าสู่ระบบการศึกษาอย่างเป็นทางการ
ฝ่ายไทยขอให้ฝ่ายฟิลิปปินส์พิจารณานำเข้าข้าวคุณภาพชั้นดี และขอรับการสนับสนุนจากรัฐบาลฟิลิปปินส์ในการดูแลและอำนวยความสะดวกให้แก่นักลงทุนไทยในฟิลิปปินส์ และสนับสนุนให้ภาคเอกชนไทยลงทุนในธุรกิจด้านมะพร้าวในฟิลิปปินส์ และเชิญชวนให้ภาคเอกชนฟิลิปปินส์ขยายการลงทุนในไทยและในเขตเศรษฐกิจพิเศษ เพื่อส่งเสริมอุตสาหกรรมยางพารา การลงทุนในเขตเศรษฐกิจพิเศษทวาย และการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของไทยผู้นำทั้งสองฝ่ายสนับสนุนบทบาทของสภาธุรกิจไทย-ฟิลิปปินส์ และขอให้ขับเคลื่อนการค้าและการลงุทนของภาคเอกชนไทยและฟิลิปปินส์ให้เร็วขึ้น
ฝ่ายไทยขอความร่วมมือฝ่ายฟิลิปปินส์ในการร่วมป้องกันราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ เช่น ราคายางพารา โดยมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องหารือกันต่อไปฝ่ายฟิลิปปินส์ได้แจ้งความพร้อมที่จะแลกเปลี่ยนประสบการณ์การดำเนินการของฟิลิปปินส์ด้านการประมงเพื่อให้ได้รับการยกเลิกใบเหลืองจากสหภาพยุโรปและแจ้งความประสงค์ที่จะเรียนรู้เรื่องการปลูกข้าวจากไทยนรม. ได้แจ้งความพร้อมของฝ่ายไทยในการเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมวิชาการระหว่างไทยกับฟิลิปปินส์ครั้งแรก (๒๔ – ๒๕ ก.ย. ๕๘) และแลกเปลี่ยนการเรียนรู้ด้านการปศุสัตว์
ทั้งสองฝ่ายเห็นชอบให้ร่วมมือกันเพื่อเรียนรู้การพัฒนาพลังงานความร้อนใต้พิภพและเอธานอล โดยฝ่ายฟิลิปปินส์จะสนับสนุนการสำรวจและขุดเจาะน้ำมันและก๊าซธรรมชาติของเอกชนไทยในฟิลิปปินส์
ฝ่ายไทยแจ้งความประสงค์เรียนรู้จากความสำเร็จของฟิลิปปินส์ด้านการบริหารจัดการแรงงานในต่างประเทศ การจัดตั้งกองทุนเพื่อช่วยเหลือคนหางาน และการปรับตัวเข้าสู่สภาพสังคมเดิมของแรงงานที่กลับมาจากต่างประเทศ และทั้งสองฝ่ายเห็นชอบให้หารือแนวทางส่งเสริมความร่วมมือด้านการกงสุลเพื่อดูแลคุ้มครองแรงงานระหว่างกันในกรณีเหตุการณ์ต่าง ๆ เช่น ความร่วมมือระหว่างไทยกับเวียดนาม
ปธน.ฟิลิปปินส์ขอบคุณไทยในการทำหน้าที่ประเทศ ๓. เมื่อ ๒๗ – ๒๘ ส.ค. ๕๘ ปลัด กต. เป็นหัวหน้าคณะฝ่ายไทยเข้าร่วมการประชุมคณะทำงานไทย-กวางตุ้ง ครั้งที่ ๔ ณ มณฑลกวางตุ้ง สาธารณรัฐประชาชนจีน สรุปสาระสำคัญได้ดังนี้
ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะขยายการค้าระหว่างกัน โดยไทยเชิญชวนฝ่ายกวางตุ้งเข้ามาลงทุนในเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดนที่
ไทยให้ความสำคัญต่อคุณภาพและความปลอดภัยสินค้าเกษตรของไทย จึงหวังว่าจะมีความร่วมมือเพื่ออำนวยความสะดวกในการค้าสินค้าเกษตรระหว่างกันมากขึ้นฝ่ายกวางตุ้งเชิญผู้แทนไทยมาร่วมออกงาน Expo ด้านเกษตรที่กวางตุ้ง และหวังว่าจะมีการจับคู่ธุรกิจด้านเกษตรระหว่างกัน เพื่อเพิ่มการแลกเปลี่ยนด้านเทคโนโลยี
ฝ่ายไทยสนับสนุนให้สานต่อโครงการมอบทุนการศึกษาแก่นักศึกษาวิชาเอกภาษาไทยของกวางตุ้งและเชิญชวนให้นักศึกษากวางตุ้งมาศึกษาต่อที่ประเทศไทยเพิ่มขึ้น รวมทั้งเสนอให้เพิ่มความร่วมมือด้านอาชีวศึกษาระหว่างกันด้านฝ่ายกวางตุ้งประสงค์จะผลักดันความร่วมมือวิชาการกับสถาบันการศึกษาไทย และพร้อมหารือความร่วมมืออาชีวศึกษาต่อไป (๔)ด้านวัฒนธรรม ทั้งสองฝ่ายมุ่งพัฒนาความร่วมมือด้านวัฒนธรรมให้ครอบคลุมยิ่งขึ้น อาทิ ความร่วมมือระหว่างสถาบันศิลปะกวางตุ้งกับหน่วยงานไทย และใช้ศูนย์จีนศึกษาในไทยให้เป็นประโยชน์ในการส่งเสริมมิตรภาพระหว่างกัน (๕)ด้านการท่องเที่ยว ฝ่ายไทยขอบคุณที่ฝ่ายกวางตุ้งอำนวยความสะดวกการเปิดสำนักงานการท่องเที่ยวของไทยประจำกวางโจว โดยสองฝ่ายมุ่งสร้างเวทีแลกเปลี่ยนข้อมูล จัดกิจกรรมประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวระหว่างกัน และพร้อมผลักดันให้เปิดเที่ยวบินระหว่างกันเพิ่มขึ้น
หน่วยงานของทั้งสองฝ่ายจะมีการแลกเปลี่ยนการเยือนเพื่อศึกษาดูงาน และหารือความร่วมมือด้านโรคเอดส์ วัณโรค และการฝึกอบรมนักระบาดวิทยา รวมทั้งต้องการขยายความร่วมมือการส่งเสริมสุขภาพสตรีและเด็ก
ฝ่ายไทยย้ำความสำคัญของความเชื่อมโยงในภูมิภาค โดยไทยเป็นศูนย์กลางของภูมิภาค ASEAN ที่สามารถเชื่อมโยงกับกวางตุ้งได้ทั้งทางบก ทางทะเล และทางอากาศ ขอให้ฝ่ายกวางตุ้งช่วยผลักดันเรื่องที่ บริษัทการบินไทยขอเพิ่มเที่ยวบิน กรุงเทพฯ-กวางโจว และเปิดเที่ยวบินตรงระหว่างกรุงเทพฯ-เซินเจิ้น ไทยแจ้งความประสงค์จะผลักดันความร่วมมือด้านการขนส่งทางทะเลและความร่วมมือระหว่างท่าเรือ ซึ่งฝ่ายกวางตุ้งให้ความสำคัญต่อการพัฒนาความเชื่อมโยงในด้านต่าง ๆ กับไทยเช่นกัน ๔. เมื่อ ๒๗ – ๓๐ ส.ค. ๕๘ รองปลัด กต. (นายนภดล เทพพิทักษ์)เข้าร่วมการประชุมความร่วมมือทางวิชาการระหว่างไทย-คิวบา ครั้งที่ ๑ ณ กรุงฮาวานา สาธารณรัฐคิวบา โดยทั้งสองฝ่ายยินดีแลกเปลี่ยนความร่วมมือทางวิชาการใน ๔ สาขา ได้แก่ สาขาเกษตร (การพัฒนาการผลิตข้าว) สาขาสาธารณสุข (การผลิตเวชภัณฑ์ยาและวัคซีน) สาขาการท่องเที่ยว (การจัดการการท่องเที่ยว) และ สาขาพลังงาน (พลังงานหมุนเวียน ชีวมวล และพลังงานน้ำ) นอกจากนี้ คณะผู้แทนไทยได้หารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่าง ๆ ได้แก่ กระทรวงเกษตรคิวบา กระทรวงสาธารณสุขคิวบา และองค์การเภสัชกรรมของคิวบา (Biopharma Cuba)
๕. เมื่อ ๓๐ ส.ค. ๕๘ รมว.กต. เข้าร่วมพิธีส่งมอบถนนสายเมียวดี – กอกะเร็กและพิธีปฐมฤกษ์เริ่มการก่อสร้างสะพานมิตรภาพไทย –เมียนมาร์ แห่งที่ ๒ ข้ามแม่น้ำเมย/ต่องยิน ซึ่งนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รอง นรม. เป็นประธานร่วมฝ่ายไทย และนาย U Nyan Tun รอง ปธน. เมียนมาร์ เป็นประธานร่วมฝ่ายเมียนมาร์ ๖. เมื่อ ๓๑ ส.ค. – ๒ ก.ย. ๕๘ รอง นรม. (พล.อ. ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร) ในฐานะผู้แทนพิเศษ (Special Envoy) ของ นรม.
๗. เมื่อ ๒ – ๔ ก.ย. ๕๘ รมว.กต. และคณะ เยือนรัฐสุลต่านโอมานอย่างเป็นทางการตามคำเชิญของนาย Salem Ben Nasser Al Ismaily ประธาน Public Authority for Investment Promotion and Export Development (ITHRAA) ซึ่งเป็นหน่วยงานในการส่งเสริมการลงทุนและพัฒนาการส่งออกของรัฐสุลต่านโอมาน เพื่อหารือเกี่ยวกับการส่งเสริมความร่วมมือระหว่างประเทศไทยกับรัฐสุลต่านโอมานในด้านการค้าและการลงทุน รวมทั้งในด้านความมั่นคงทางอาหาร คณะได้พบหารือคณะได้พบหารือกับรัฐมนตรีรับผิดชอบด้านต่างประเทศของโอมาน และประธาน ITHRAA เกี่ยวกับความสัมพันธ์
๘. เมื่อ ๙ ก.ย. ๕๘ รมว.กต. พบปะและแนะนำตัวในงานเลี้ยงรับรองคณะทูตานุทูต ผู้แทนทางกงสุล และผู้แทนองค์การระหว่างประเทศประจำประเทศไทย ในโอกาสเข้ารับตำแหน่ง โดยมีแขกผู้มีเกียรติเข้าร่วมงานเลี้ยงรับรองฯ ประมาณ ๑๒๐ คน รมว.กต. ยืนยันเจตนารมณ์ของรัฐบาลในการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับนานาประเทศ โดยในปีที่ผ่านมา รัฐบาลได้ทำงานอย่างเต็มที่เพื่อเรียกความเชื่อมั่นและตอบสนองความต้องการของประชาชน ในโอกาสนี้ จึงขอความร่วมมือและการสนับสนุนจากคณะทูตานุทูตต่อการดำเนินนโยบายต่างประเทศของไทยในขณะนี้ด้วย ๙. เมื่อ ๙ ก.ย. ๕๘ รองปลัด กต. (นายสุวัฒน์ จิราพันธุ์) มอบเงินสนับสนุนการปฏิบัติหน้าที่ของจุฬาราชมนตรี ในฐานะหัวหน้าคณะผู้แทนฮัจย์ทางการของไทย (อะมีรุ้ลฮัจย์) จำนวน ๘๐๐,๐๐๐ บาท ๑๐. เมื่อ ๑๐ ก.ย. ๕๘ นาย Tugsbilguun Tumurkhuleg เอกอัครราชทูตมองโกเลียประจำประเทศไทยเข้าเยี่ยมคารวะ รมว.กต. โดย รมว.กต. ย้ำเจตนารมณ์ของไทยที่จะกระชับความสัมพันธ์และร่วมมือกับมองโกเลียในทุกระดับดังเช่นที่ผ่านมา โดยเฉพาะความร่วมมือในสาขาที่มีศักยภาพและสอดคล้องกับศักยภาพทางเศรษฐกิจของมองโกเลีย และยินดีที่ทราบว่า การลงทุนของไทยในมองโกเลีย โดยบริษัท บ้านปู จำกัด และโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ ดำเนินไปด้วยดี เอกอัครราชทูตมองโกเลียย้ำว่า มองโกเลียให้ความสำคัญเป็นอย่างมากต่อประเทศในอาเซียน รวมถึงประเทศไทย ในฐานะหุ้นส่วนเพื่อการพัฒนาและการลงทุนที่สำคัญ โดยประสงค์ที่จะกระชับและขยายความร่วมมือกับไทยในทุกด้าน ทั้งในระดับทวิภาคี ตลอดจนกรอบความร่วมมือในภูมิภาคและกรอบพหุภาคี รวมทั้งขอบคุณฝ่ายไทยที่สนับสนุนความร่วมมือทางวิชาการที่ทั้งสองฝ่ายได้ริเริ่มตั้งแต่ปี ๒๕๓๕ และหวังเป็นอย่างยิ่งว่า รมว.กต. จะมีโอกาสเยือนมองโกเลียในอนาคตอันใกล้นี้ ๑๑. เมื่อ ๑๖ ก.ย. ๕๘ นาย Saber Hossain Chowdhury ประธานสหภาพรัฐสภา (Inter-Parliamentary Union หรือ IPU) ได้เข้าเยี่ยมคารวะ รมว.กต. ในโอกาสที่เดินทางเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการ ตามคำเชิญของประธาน สนช. ๑๒. เมื่อ ๑๘ ก.ย. ๕๘ นาย Luís Barreira de Sousa เอกอัครราชทูตโปรตุเกสประจำประเทศไทย เข้าเยี่ยมคารวะ รมว.กต. เพื่ออำลาในโอกาสจะพ้นจากหน้าที่ ๑๓. เมื่อ ๒๓ ก.ย. ๕๘ นายจู เสี่ยวตัน ผู้ว่าการมณฑลกวางตุ้งเข้าพบที่ปรึกษา รมว.กต. (นายชัยสิริ อนะมาน) ทั้งสองฝ่ายได้หารือถึงภาพรวมความสัมพันธ์ไทย-จีน และระหว่างไทย-มณฑลกวางตุ้ง ได้แก่ ความร่วมมือด้านเศรษฐกิจและการค้า ความร่วมมือด้านการท่องเที่ยว การศึกษา และวัฒนธรรม รวมทั้งการแลกเปลี่ยนระหว่างประชาชน โดยมณฑลกวางตุ้งมีพื้นฐานทางเศรษฐกิจที่ดีและสามารถมีบทบาทสำคัญในการดำเนินความสัมพันธ์กับต่างประเทศ เพื่อขานรับนโยบายเส้นทางสายไหมทางทะเล ในศตวรรษที่ ๒๑ โดยเฉพาะในมิติการคมนาคมขนส่งและมิติความสัมพันธ์ระดับประชาชน นอกจากนี้ ฝ่ายกวางตุ้งได้แสดงความประสงค์ที่จะสถาปนาความสัมพันธ์บ้านพี่เมืองน้องกับ จ.ชลบุรี ซึ่งคณะได้ไปเยี่ยมชมท่าเรือแหลมฉบังและพบหารือผู้ว่าราชการจังหวัด เพื่อขยายความร่วมมือด้านการลงทุนของกวางตุ้งในไทยและการขนส่งทางทะเล ๑๔. เมื่อ ๒๖ ก.ย. ๕๘ รมว.กต. พร้อมด้วยเอกอัครราชทูต
๑๕. เมื่อ ๒๓ ก.ย. ๕๘ กระทรวงการต่างประเทศ โดยกรมอเมริกาและแปซิฟิกใต้และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) ได้ร่วมกันจัดการประชุมเชิงวิชาการหัวข้อ “บทบาทของสหรัฐอเมริกาในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกและนัยต่อประเทศไทย” เพื่อระดมความคิดเห็นจากนักวิชาการและผู้เชี่ยวชาญจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาควิชาการเกี่ยวกับการดำเนินยุทธศาสตร์ของสหรัฐอเมริกาต่อภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก โดยศึกษาถึงที่มา สาเหตุ และปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการกำหนดนโยบายด้านการต่างประเทศของสหรัฐอเมริกา ทั้งนี้ การบรรยายและอภิปรายครอบคลุมหัวข้อต่าง ๆ ได้แก่ ประเด็นการเปลี่ยนแปลงของโลกและภูมิภาคเอเชีย ทิศทางนโยบายต่างประเทศและยุทธศาสตร์ของสหรัฐอเมริกาต่อภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก ความสัมพันธ์สหรัฐฯ-จีน กับระบบการเมืองและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ เป็นต้น ๑๖. เมื่อ ๒๙ ก.ย ๕๘ ในระหว่างการเข้าร่วมการ๖ประชุมสมัชชาสหประชาชาติ สมัยสามัญ ครั้งที่ ๗๐ ณ นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา รมว.กต. ได้พบหารือทวิภาคีกับผู้นำ/ผู้แทนประเทศต่าง ๆ สรุปได้ดังนี้
ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะส่งเสริมความร่วมมือทั้งทวิภาคีและพหุภาคี โดยเฉพาะอย่างยิ่งทางด้านการค้าการลงทุนและการท่องเที่ยว ที่ยังมีศักยภาพเติบโตอีกมาก โดยชาวคีร์กีซนิยมมาท่องเที่ยวประเทศไทยในด้านความร่วมมือพหุภาคี ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องให้ส่งเสริมความร่วมมือระหว่างกันมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งภายใต้กรอบความร่วมมือ Asia Cooperation Dialogue (ACD) ซึ่งคีร์กีซสถานเป็นสมาชิก โดยหนึ่งในสาขาความร่วมมือสำคัญคือการส่งเสริมความเชื่อมโยงในภูมิภาค ซึ่งคีร์กีซสถานยินดีที่ไทยได้ร่วมจัดการประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโสในระหว่างการประชุมสหประชาชาติในครั้งนี้ ซึ่งเป็นโอกาสสำคัญ
ประธานสมัชชาสหประชาชาติแสดงความยินดีที่ไทยได้รับตำแหน่งประธานกลุ่ม G77 โดยเห็นว่ากลุ่ม G77 ซึ่งประกอบด้วยประเทศกว่า ๑๓๔ ประเทศนั้น นับเป็นเสียงส่วนใหญ่และมีความสำคัญในเวทีระหว่างประเทศ โดยตนมีความเชื่อมั่นว่าไทยจะสามารถดำรงตำแหน่งประธานได้อย่างดี และจะสามารถแสดงบทบาทผู้นำและเป็นสะพานเชื่อม (bridge builder) ระหว่างกลุ่มประเทศต่าง ๆ นอกจากนี้ยังได้ชื่นชมประสบการณ์ในการพัฒนาอย่างยั่งยืนของไทย และพร้อมที่จะประสานงานอย่างใกล้ชิดเพื่อร่วมมือกับไทยในการส่งเสริมการพัฒนาภายใต้กรอบความร่วมมือสหประชาชาติทั้งในฐานะประเทศสมาชิกอาเซียนและในฐานะประธานกลุ่ม G77 ทั้งสองฝ่ายเห็นว่าสามารถประสานความร่วมมือระหว่างกรอบความร่วมมือพหุภาคีต่าง ๆ เพื่อช่วยส่งเสริมการพัฒนาอย่างยั่งยืน และการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน (Sustainable Development Goals หรือ SDGs) ได้ ทั้งสองฝ่ายยังเห็นพ้องว่า สิ่งสำคัญอีกอย่างหนึ่งก็คือการให้ภาคเอกชนเข้ามามีบทบาทร่วมในการพัฒนาอย่างยั่งยืน ซึ่ง รมว.กต. กล่าวว่าจะชักชวนประเทศ G77 ให้ดำเนินการตามแนวทางดังกล่าวต่อไป
ความสัมพันธ์ระหว่างไทยและแอนติกาฯ ยังคงมีศักยภาพในการขยายความร่วมมือระหว่างกันได้อีกมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านของการค้าและการลงทุน ตลอดจนการท่องเที่ยว โดยแอนติกาฯ ประสงค์ที่จะเรียนรู้จากไทยถึงแนวปฏิบัติที่เป็นเลิศของไทยในการส่งเสริมการท่องเที่ยว นอกจากนี้ โดยที่แอนติกาฯ เป็นประเทศหมู่เกาะและมีพื้นที่น้ำลึกมาก จึงเหมาะแก่การทำธุรกิจด้านการประมง โดย รมว.กต. แอนติกาฯ ได้ชักชวนให้นักลงทุนไทยไปทำธุรกิจประมง รวมถึงธุรกิจอื่น ๆ ในแอนติกาฯ เพื่อเป็นฐานในการส่งออกไปยังสหรัฐฯ ต่อไป ซึ่ง รมว.กต. รับที่จะนำไปหารือต่อไป
กรอบพหุภาคี ๑. เมื่อ ๑๑ ก.ย. ๕๘ รมว.กต. เป็นประธานในพิธีเปิดการสัมมนา ๒. เมื่อ ๒๔ ก.ย. ๕๘ นายอภิชาติ ชินวรรโณ เอกอัครราชทูต ณ กรุงปารีส ในฐานะผู้แทนพิเศษของ รมว.กต. เข้าร่วมการประชุมระดับรัฐมนตรีของกลุ่ม ๗๗ ครั้งที่ ๓๙ ในช่วงการประชุมสมัชชาสหประชาชาติ ณ นครนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐเมริกา โดยผู้แทนพิเศษของ รมว.กต. ได้กล่าวขอบคุณประเทศสมาชิกกลุ่ม G77 ในโอกาสที่ประเทศไทยได้รับการรับรองให้ดำรงตำแหน่งประธานกลุ่ม G77 สำหรับวาระปี ๒๕๕๙ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นต่อประเทศไทยในเวทีระหว่างประเทศ และเป็นการแสดงความพร้อมและบทบาทนำของไทยในการสานต่อ ประเด็นสำคัญ ๑. ความคืบหน้าในการช่วยเหลือลูกเรือประมงไทยในอินโดนีเซีย (๒๔ – ๒๗ ส.ค. ๕๘)
๒.กรณีเหตุระเบิดที่แยกราชประสงค์ ๑๗ ส.ค. ๕๘ (ฉบับที่ ๖)
๓. เหตุการณ์เครนถล่มที่นครมักกะห์ ราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบีย เมื่อ ๑๑ ก.ย. ๕๘
๔. รอง นรม. (นายวิษณุ เครืองาม) และ รมว.กต. ร่วมบรรยายสรุปเกี่ยวกับ Roadmap และพัฒนาการทางการเมืองของไทยแก่คณะทูตานุทูตและผู้แทนจากองค์การระหว่างประเทศ
|
| กต./ |
| ๓. การลดความเหลื่อมล้ำของสังคม และการสร้างโอกาสการเข้าถึงบริการของรัฐ | |||||||
| ข้อ ๓.๒ | ป้องกันและแก้ไขปัญหา | นโยบายที่ ๕.๑ ยุทธศาสตร์การสร้างความเป็นธรรมในสังคม |
|
| ๑. เมื่อ ๒๒ ก.ย. ๕๘ อธิบดีกรมอเมริกาและแปซิฟิกใต้ (นายทรงศัก สายเชื้อ) กล่าวเปิดการสัมมนา “TIP Report กับ Tier 3 มุมมองและผลกระทบต่อประเทศไทย” ณ โรงแรมสุโกศล กรุงเทพฯ และได้บรรยายเกี่ยวกับรายงานสถานการณ์ค้ามนุษย์ (Trafficking in Persons Report) หรือ TIP Report ซึ่งจัดทำโดยกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐอเมริกา เกณฑ์การจัดระดับและการจัดสถานะประเทศไทยใน TIP Report ข้อเสนอแนะต่อการดำเนินการของไทย ผลกระทบของการถูกจัดให้อยู่ใน Tier 3 และปฏิกิริยาต่อรายงาน TIP Report 2015 จากฝ่ายต่าง ๆ ทั้งภายในสหรัฐฯ และในต่างประเทศ การสัมมนามีผู้เข้าร่วมประมาณ ๑๕๐ คน โดยแลกเปลี่ยนความเห็นเกี่ยวกับการดำเนินการป้องกันและแก้ไขปัญหาของไทย ความสอดคล้องกับหลักการสากลของ TIP Report และเกณฑ์ในการประเมินความแตกต่างของผู้โยกย้ายถิ่นฐานกลุ่มต่าง ๆ และความเสี่ยงต่อการตกเป็นเหยื่อการค้ามนุษย์ นอกจากนี้ ยังมีข้อเสนอแนะต่าง ๆ ต่อภาครัฐ อาทิ การเสริมสร้างการบูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการชี้แจงประเด็นที่ถูกกล่าวหาและประชาสัมพันธ์ผลการดำเนินการที่เป็นรูปธรรมของไทยให้เป็นที่รับรู้ในวงกว้างขึ้น การเพิ่มพูน ความร่วมมือกับภาคเอกชนและภาคประชาสังคมภายในประเทศ เป็นต้น ทั้งนี้ ผู้ที่เข้าร่วมทุกฝ่ายเห็นพ้องกันว่า การแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์ของไทยต้องอาศัยการผนึกกำลังของภาคส่วนต่าง ๆ ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม ภาควิชาการ |
|
|
| |||||||
| ข้อ ๗.๑ | เร่งส่งเสริมความเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน ในภูมิภาคอาเซียนและขยายความร่วมมือทางเศรษฐกิจกับประเทศเพื่อนบ้าน | นโยบายที่ ๕.๕ ยุทธศาสตร์การสร้างความเชื่อมโยงกับประเทศในภูมิภาคเพื่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจและสังคม |
|
| ๑. เมื่อ ๑๗ – ๑๘ ก.ย. ๕๘ รอง นรม. (พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร) ในฐานะผู้แทนพิเศษ (Special Envoy) ของ นรม. เข้าร่วมพิธีเปิดงานมหกรรมแสดงสินค้าจีน-อาเซียน (The 12th China-ASEAN Expo หรือ CAEXPO) ครั้งที่ ๑๒ และการประชุมสุดยอดด้านธุรกิจและการลงทุนจีน-อาเซียน (The 12th China–ASEAN Business and Investment Summit หรือ CABIS) ครั้งที่ ๑๒ ณ นครหนานหนิง สาธารณรัฐประชาชนจีน โดย ปลัด กต. ร่วมคณะด้วย สรุปสาระสำคัญได้ดังนี้
๒. เมื่อ ๒๘ – ๓๐ ก.ย. ๕๘ รมว.กต. เข้าร่วมการประชุมระดับรัฐมนตรีในกรอบความร่วมมืออาเซียน ในระหว่างเข้าร่วมการประชุมสมัชชาสหประชาชาติ สมัยสามัญ ครั้งที่ ๗๐ ณ นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา สรุปสาระสำคัญได้ดังนี้
|
| กรมอาเซียน |
ตรวจถูกต้อง