Page 114 - 55-11-055-saranrom72

Basic HTML Version

วิ
ทยุ
สราญรมย์
๑๑๔
ประวั
ติ
ศาสตร์
ของมาร์
ราเกชย้
อนไปนานเกื
อบพั
นปี
เริ
มจากการเป็
นที
ตั
ชุ
มชนเล็
ก ๆ ของชนพื
นเมื
องเบอร์
เบอร์
(Berber Tribes) จากทะเลทราย
ซาฮาร่
าเมื
อต้
นศตวรรษที
๑๑ นำโดย ยู
เซฟ บิ
น ทั
ชฟิ
น (Youssef ben
Tachfine) ผู
ก่
อตั
งราชวงศ์
อั
ลโมราวิ
ด (Almoravid Dynasty) และเป็
นสุ
ลต่
าน
องค์
แรกของราชวงศ์
ต่
อมา มาร์
ราเกชกลายเป็
นศู
นย์
กลางอำนาจแผ่
ขยาย
กว้
างไกลไปถึ
งทางใต้
ของสเปน ในปี
ค.ศ. ๑๑๐๖ สุ
ลต่
านอาลี
บิ
น ยู
สเซฟ
(Ali ben Youssef) แห่
งราชวงศ์
อั
ลโมราวิ
ด นำช่
างฝี
มื
อจากแอนดาลู
เชี
(Andalusia) ทางใต้
ของสเปนมาสร้
างพระราชวั
งและสุ
เหร่
าในมาร์
ราเกช
รวมทั
งกำแพงเมื
องและคลองใต้
ดิ
น เรี
ยกว่
า khettara อั
นเป็
นระบบชลประทาน
ใต้
ดิ
นที
นำน้
ำไปใช้
ทั
วเมื
องโดยเฉพาะเพื
อการหล่
อเลี
ยงสวนและต้
นปาล์
แอนดาลู
เชี
ยเป็
นชื
อเรี
ยกดิ
นแดนทางใต้
ของสเปน เคยตกอยู
ใต้
อิ
ทธิ
พลของ
อาหรั
บและศาสนาอิ
สลามเป็
นเวลา ๗๐๐ ปี
ในช่
วงปี
ค.ศ. ๗๑๑ - ๑๔๙๒
ต่
อมาเมื
อราชวงศ์
อั
ลโมฮั
ด (Almohad Dynasty) ยึ
ดมาร์
ราเกชได้
ก็
สร้
าง
สิ่
งก่
อสร้
างเพิ่
มขึ้
นมากมาย รวมทั้
งสุ
เหร่
ากู
ตู
เบี
ย (Koutoubia Mosque) และ
ป้
อมปราการต่
างๆ แต่
เมื
อราชวงศ์
เมริ
นิ
ด (Merinid Dynasty) ขึ
นปกครอง
ได้
ย้
ายเมื
องหลวงกลั
บไปที
เฟส ส่
วนมาร์
ราเกชเสื
อมไปนานกว่
า ๒๐๐ ปี
จนกระทั่
งราชวงศ์
ซาเดี
ยน (Saadian Dynasty) ในช่
วงศตวรรษที่
๑๖ ได้
ย้
าย
ราชธานี
กลั
บมาที
มาร์
ราเกชอี
ก โดยเฉพาะสมั
ยสุ
ลต่
านอาเหม็
ด เอล มั
นซู
ร์
(Ahmed el Mansour) มาร์
ราเกชเจริ
ญรุ
งเรื
องอย่
างที
สุ
ด สามารถควบคุ
เส้
นทางการค้
าในทะเลทรายซาฮาร่
า อี
กทั
งเข้
าไปคุ
มเหมื
องเกลื
อที
ประเทศ
ไนเจอร์
และทองคำในประเทศซู
ดาน พระองค์
ทรงได้
รั
บพระสมญานามว่
Ahmed - The Golden One แต่
เมื่
อถึ
งปี
ค.ศ. ๑๖๖๘ ผู้
นำราชวงศ์
อลาวิ
(Alaouite Dynasty) ได้
ย้
ายเมื
องหลวงไปอยู่
ที่
เฟส เมกเนส (Meknes) และ
ราบั
ต ตามลำดั
บ นั
บจากนั้
นมา มาร์
ราเกชไม่
ได้
เป็
นเมื
องหลวงอี
กแต่
อย่
างใด
ความเก่
าแก่
รุ
งเรื
องของมาร์
ราเกชยั
งคงเห็
นได้
ในทุ
กมุ
มเมื
อง ในเขต
เมื
องเก่
า (Medina) ที่
มี
กำแพงเมื
องยาวล้
อมรอบ ประกอบด้
วยสถานที่
สำคั