Page 155 - 55-11-055-saranrom72

Basic HTML Version

มอลตา... มนต์
เสน่
ห์
กลางทะเลเมดิ
เตอร์
เรเนี
ยน (๒)
๑๕๕
อุ
โมงค์
ใต้
ดิ
นที
มี
ขนาดเล็
กเท่
านั
น แต่
ต่
อมาได้
มี
การขยายอาณาบริ
เวณออกไปต่
เชื
อมกั
บอุ
โมงค์
ใต้
ดิ
นอื
น ๆ ที
มี
อยู
ในขณะนั
น จนมี
ลั
กษณะเหมื
อนเขาวงกตที
สลั
ซั
บซ้
อนมาก และมี
อาณาเขตถึ
งประมาณ ๒๐๐ ตารางเมตรดั
งที่
เห็
นในปั
จจุ
บั
ความสำคั
ญของสุ
สานเซนต์
พอลนี
นอกจากจะเป็
นสุ
สานใต้
ดิ
นที
มี
ขนาดใหญ่
และ
กว้
างที
สุ
ดในมอลตา และเป็
นสถานที
ที
มี
ความเกี
ยวข้
องโดยตรงกั
บศาสนาคริ
สต์
แล้
ว การค้
นพบสุ
สานนี
ยั
งทำให้
ได้
ข้
อมู
ลที
สำคั
ญเกี
ยวกั
บการฝั
งศพในสมั
ยนั
รวมทั้
งพิ
ธี
กรรมในช่
วงต้
นของศาสนาคริ
สต์
ที่
เกาะมอลตาอี
กด้
วย
ภายในเมื
องราบั
ต ยั
งมี
สุ
สานใต้
ดิ
นที
มี
ชื
อเสี
ยงอี
กแห่
งหนึ
ง ชื่
อว่
สุ
สานใต้
ดิ
นของเซนต์
อากาธา (St Agatha’s Catacombs) ซึ
งได้
เปิ
ดให้
เป็
พิ
พิ
ธภั
ณฑ์
ด้
วยเช่
นกั
น ตามคำเล่
าขานของคน ในเขตนี
มี
ความเชื
อว่
าเซนต์
อากาธา
เดิ
นทางมาที
เกาะมอลตาและหลบซ่
อนตั
วอยู
ที
สุ
สานแห่
งนี
และกลั
บไปยั
งเกาะ
ซิ
ซี
ลี
ในภายหลั
ง สิ
งที
เป็
นเอกลั
กษณ์
ของสุ
สานใต้
ดิ
นแห่
งนี
คื
อมี
ภาพวาดสี
บน
ปู
นเปี
ยก (Fresco Paintings) ในสมั
ยยุ
คกลางที
มี
อยู
รอบภายในสุ
สาน เนื
องจาก
กาลเวลาที
ผ่
านไปเป็
นเวลานาน จึ
งเป็
นที
น่
าเสี
ยดายอย่
างยิ
งที
ภาพสี
บนปู
นเปี
ยก
เหล่
านี้
ไม่
สามารถเห็
นได้
ชั
ดในปั
จจุ
บั
โบสถ์
ใหญ่
เชนต์
จอห์
น (St John’s Co-Cathedral)
โบสถ์
ใหญ่
เซนต์
จอห์
นมี
ความสำคั
ญต่
อประวั
ติ
ศาสตร์
ของมอลตาเป็
อย่
างมาก โดยเฉพาะอย่
างยิ
งที
เกี
ยวกั
บกลุ
มอั
ศวิ
นเซนต์
จอห์
นดั
งที
กล่
าวมาแล้
ข้
างต้
น โบสถ์
นี
ตั
งอยู
ใจกลางเมื
องวั
ลเลตตา สร้
างขึ
นในภายหลั
งที
เมื
องวั
ลเลตตา
ได้
เป็
นเมื
องหลวงของมอลตา การก่
อสร้
างโบสถ์
นี้
นำโดยหั
วหน้
ากลุ่
มอั
ศวั
น ชื่
The GrandMaster Jean de la Cassiere (มี
อายุ
ระหว่
างปี
ค.ศ. ๑๕๗๒ - ๑๕๘๑)
ผู
มอบหมายให้
นั
กวิ
ศวกรชาวมั
ลติ
ส คื
อ นาย Gerolamo Cassar เป็
นผู
ดำเนิ
นการ
สร้
าง โบสถ์
ใหญ่
เซนต์
จอห์
นได้
รั
บการสถาปนาอย่
างเป็
นทางการเมื่
อวั
นที่
๒๐
กุ
มภาพั
นธ์
ค.ศ. ๑๕๗๘ โดยหั
วหน้
าบาทหลวง ชื่
อ Ludovico Torres