Page 184 - 55-11-055-saranrom72

Basic HTML Version

ท่
ารำที่
สนุ
กสนาน สมั
ยรั
ชกาลที่
๓ มี
การติ
ดต่
อค้
าขายกั
บต่
างชาติ
จึ
งไม่
มี
การ
เล่
นโขนให้
เป็
นที
เอิ
กเกริ
ก โขนจึ
งซบเซาไประยะหนึ
ง จวบจนถึ
งรั
ชสมั
ยรั
ชกาลที
๕ มี
การฟื
นฟู
โขนขึ
นมาอี
กครั
งหนึ
ง โดยทรงพระกรุ
ณาโปรดเกล้
าฯ ให้
เจ้
าพระยา-
เทเวศร์
วงศ์
วิ
วั
ฒน์
(หม่
อมราชวงศ์
หลาน กุ
ญชร) เมื
อครั
งดำรงตำแหน่
งเป็
เจ้
าหมื
นสรรเพ็
ชภั
กดี
ให้
มาบั
ญชาการกรมมหรสพ และได้
ฟื
นฟู
โขนใน
ราชสำนั
กขึ
น แต่
ครู
โขนผู
ชายในสมั
ยนั
นแก่
เฒ่
าร่
วงโรยกั
นไปหมดแล้
ว จึ
งได้
นำครู
ฝึ
กละครในหญิ
งซึ
งเชี
ยวชาญการแสดงละครเรื
องรามเกี
ยรติ
มาช่
วยหั
ดโขน
เหตุ
นี
เอง จึ
งมี
การเริ
มรั
บเอารู
ปแบบของละครในเข้
ามาอยู
ในโขนแบบดั
งเดิ
เรี
ยกว่
“โขนโรงใน”
คื
อ มี
การรำตามแบบละครและมี
การร้
องโดยใช้
ต้
นเสี
ยง
และลู
กคู
เพิ
มเข้
ามาประกอบการพากย์
เจรจาด้
วย รวมทั
ง มี
การทำฉากประกอบ
การแสดงโขนอย่
างเวที
ตะวั
นตก โขนจึ
งมี
ฉากขึ้
นครั้
งแรกในรั
ชกาลนี้
ยุ
ครุ
งเรื
องของโขนคื
อ ในรั
ชสมั
ยรั
ชกาลที
๖ โดยพระองค์
ทรงรั
บเป็
พระราชภาระในการดู
แลกิ
จการเหล่
านี้
ด้
วยพระองค์
เอง ศิ
ลปะทางโขน ละคร
วิ
ทยุ
สราญรมย์
๑๘๔