Page 187 - 55-11-055-saranrom72

Basic HTML Version

โขนไทย
๑๘๗
สู
รั
ชกาลปั
จจุ
บั
น พระบาทสมเด็
จพระเจ้
าอยู
หั
วภู
มิ
พลอดุ
ลยเดช ทรงเป็
ศู
นย์
รวมแห่
งความเชื
อถื
อศรั
ทธาของพสกนิ
กร ได้
พระราชทานแนวคิ
ดและ
ทางเลื
อกในการพั
ฒนาประเทศให้
เจริ
ญก้
าวหน้
าและแก้
ปั
ญหาของบ้
านเมื
อง
เพื่
อความผาสุ
กของราษฎรตลอดมา อาจารย์
ธนิ
ต อยู่
โพธิ์
ได้
ฟื้
นโขนขึ้
นมาใหม่
ทำให้
กรมศิ
ลปากรมี
ชื
อดั
งในทางการฝึ
กหั
ดโขน ในยุ
คของอาจารย์
เสรี
หวั
งในธรรม ได้
ปรั
บวิ
ธี
การเล่
นโขน จนมี
ชื
อเสี
ยงมาก แต่
การผลิ
ตโขนต้
องใช้
งบประมาณ ซึ่
งกรมศิ
ลปากรเป็
นหน่
วยงานราชการ ที่
ได้
งบประมาณน้
อยมาก
แค่
ทรง ๆ ตั
วอยู่
จนปั
จจุ
บั
น สมเด็
จพระนางเจ้
าพระบรมราชิ
นี
นาถทรงเล็
งเห็
ความสำคั
ญของนาฏศิ
ลป์
ไทย ด้
วยโขนลดความนิ
ยมลง เล่
นไปก็
ไม่
มี
คนดู
ขาดงบประมาณสนั
บสนุ
น สมเด็
จพระนางเจ้
าฯ ทรงมี
พระราชดำรั
สให้
แนวคิ
ดกรมศิ
ลปากรไปศึ
กษาประมาณ ๓ แสนบาท ทุ
กอย่
างก็
ช้
า เพราะ
กรมศิ
ลปากรมี
งานมาก จึ
งให้
อาจารย์
สมิ
ทธิ
ฯ คุ
ณหญิ
งปิ
ยภั
สร์
ภิ
รมย์
ภั
กดี
และอาจารย์
ท่
านอื่
น ๆ มาช่
วยกั
นทำ ต้
องศึ
กษาเรื่
องผ้
าโบราณ เครื่
องประดั
ตามพิ
พิ
ธภั
ณฑ์
และสิ
งของอื
น ๆ จากบ้
านของหลายคน นำมาศึ
กษาเป็
นแนวทาง
เมื
อทำเครื
องขึ
นมาแล้
ว ตั
งแต่
ผ้
า เครื
องประดั
บและของที
ใช้
ในการแสดงโขน
ทุ
กชิ้
น ใช้
เวลาตั้
งแต่
ปี
๒๕๔๘ - ๒๕๔๙ พอปี
๒๕๔๙ ทำเครื่
องประดั
บทั้
งหมด
จึ
งมาเล่
นเรื
องแรก (คาดว่
าคงให้
เล่
นเรื
องเดี
ยว) จึ
งจั
บตอนแรก คื
อ เรื
อง
พรหมมาศ มาเล่
น โดยเล่
นประกอบวงโยธวาทิ
ต เล่
นได้
ดี
ระดั
บหนึ่
ง พอครั้
งที่
๒ ในปี
๒๕๕๐ มาเล่
นอี
กครั
งหนึ
ง เล่
นทั
งวงโยธวาทิ
ตและวงปี
พาทย์
แต่
ปรากฏว่
า เล่
นกั
บวงปี
พาทย์
ดี
ที
สุ
ด เป็
นแบบอย่
างโบราณ จึ
งใช้
เป็
นแบบอย่
าง
นั
บแต่
นั้
นมา
อาจารย์
ฯ เล่
าต่
อว่
า โขนนั
น ใช้
เล่
นแต่
กั
บเรื
องรามเกี
ยรติ
เท่
านั
น ซึ
ประเทศในเอเชี
ยตะวั
นออกประเทศอื
น ๆ ก็
มี
เล่
นด้
วย อาทิ
อิ
นเดี
อิ
นโดนี
เซี
ย พม่
า กั
มพู
ชาและลาว เป็
นวรรณกรรมร่
วมของกลุ
มประเทศ
ในเอเชี
ยตะวั
นออก และคณะนั
กแสดงจากประเทศอิ
นเดี
ย และอิ
นโดนี
เซี