การขับเคลื่อนนวัตกรรมในต่างประเทศ : EU มุ่งสู่การส่งเสริมการใช่รถยนต์แบตเตอรี่ไฟฟ้าหรือ Battery Electric Vehicle (BEV) เต็มตัว News

การขับเคลื่อนนวัตกรรมในต่างประเทศ : EU มุ่งสู่การส่งเสริมการใช่รถยนต์แบตเตอรี่ไฟฟ้าหรือ Battery Electric Vehicle (BEV) เต็มตัว

            นาย Greg Archer ผู้อำนวยการองค์กร Transport and Environment (T&E) ซึ่งเป็นองค์กร NGO ที่มีบทบาทให้ข้อเสนอแนะต่อ EU ด้านการคมนาคมขนส่ง โดยนาย Archer ให้แนวคิดถึงแนวโน้มของอุตสาหกรรมรถยนต์ว่า ภายใน  10 ปีข้างหน้า รถยนต์แบตเตอรี่ไฟฟ้าหรือ Battery Electric Vehicle (BEV) จะได้รับความนิยมมากขึ้นใน EU และมีราคาที่ถูกลง อันเป็นผลมาจากการสนับสนุนจากภาครัฐ ตลอดจนกฎระเบียบการควบคุมการปล่อยมลพิษจากภาคการคมนาคมขนส่งที่มีความเข้มงวดมากขึ้น

            แนวคิดนี้สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลประเทศสมาชิก EU โดยนาย Simon Ruyters เจ้าหน้าที่นโยบาย Clean Power on Transport (CPT) ของรัฐบาลภูมิภาค ฟลานเดอร์ของเบลเยียม ให้คำอธิบายว่า รัฐบาลภูมิภาคฟลานเดอร์ใช้แผน Action Plan on the deployment of alternative fuels infrastructure ตั้งแต่เดือนธันวาคม 2558 โดยมีเป้าหมายในการส่งเสริมการใช้รถยนต์จากพลังงานทางเลือกทุกประเภทภายในภูมิภาคฟลานเดอร์ อย่างไรก็ดี รัฐบาลฯ ต้องการส่งเสริมการใช้ BEV เป็นหลัก เพราะพลังงานทางเลือกในแบบอื่นๆ ยังมีปัญหาทางด้านเทคนิกอยู่มาก และยังไม่ตอบโจทย์การประหยัดพลังงานในระยะยาว ทั้งนี้ รัฐบาลฯ ได้กำหนดเป้าหมายที่จะเพิ่มการใช้รถยนต์ BEV จาก 3,012 คันในปี 2559 ให้เป็น 60,500 คันภายในปี 2563 (ปัจจุบัน ภูมิภาคฟลานเดอร์มีรถยนต์จำนวน 3.4 ล้านคัน) โดยนาย Ruyters ย้ำว่า การส่งเสริมการใช้ BEV ไม่ได้จำกัดเฉพาะรถยนต์นั่งส่วนบุคคลเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงรถจักรยานไฟฟ้า และรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าอีกด้วย

            อย่างไรก็ตาม ผู้บริโภคส่วนใหญ่มีความกังวลด้านความคุ้มค่าและราคาสินค้า สถานีชาร์จไฟฟ้าที่ยังไม่เพียงพอ รวมไปถึงระบบการใช้งานและการชาร์จไฟฟ้าตามจุดชาร์จต่างๆ ดังนั้น การให้ข้อมูลที่ถูกต้องและครบถ้วนเป็นส่วนสำคัญในการสร้างความมั่นใจให้ผู้บริโภค รัฐบาลเขตแฟลนเดอร์มีความพยายามสร้างความมั่นใจดังกล่าว โดยแบ่งการดำเนินการได้เป็น 2 ข้อหลัก คือ

            1. การให้ข้อมูลที่ถูกต้องและเข้าถึงได้ง่ายกับผู้บริโภค โดยปัจจุบันทางรัฐบาลฯ รวบรวมข้อมูลต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง อาทิ มาตรการสนับสนุนต่างๆ จุดชาร์จไฟฟ้า กิจกรรมรณรงค์การใช้รถยนต์จากพลังงานสีเขียว โมเดลและราคารถยนต์ไฟฟ้าที่วางขายในตลาด นอกจากนี้ มีการจัดประชุมร่วมกับบริษัทขายรถ เพื่อเป็นช่องทางให้ข้อมูลเกี่ยวกับมาตรการสนับสนุน ของรัฐแก่ผู้บริโภคอีกทางหนึ่งด้วย

            2. การปรับเปลี่ยนความคิดของผู้บริโภคให้คำนึงถึงความคุ้มค่ามากกว่าราคาขายของรถยนต์เพียงอย่างเดียว โดยทางรัฐบาลฯ จัดทำเว็บไซต์ ช่วยเปรียบเทียบต้นทุนการซื้อรถยนต์ไฟฟ้าและรถยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยน้ำมัน หรือที่เรียกว่า ‘Total Cost of Ownership (TCO)’ โดยเป็นการรวมต้นทุนและการลดหย่อนทั้งหมด ได้แก่ ราคาสินค้า ภาษีรถยนต์ สิทธิประโยชน์ต่างๆ ที่สนับสนุนโดยรัฐ ราคาพลังงาน/เชื้อเพลิง ค่าเบี้ยประกันรถยนต์ และค่าบำรุงรักษา แล้วคำนวณเทียบตามระยะทางและระยะเวลาที่ต้องการใช้งาน เพื่อช่วยให้ผู้บริโภคสามารถตัดสินใจเลือกซื้อได้อย่างคุ้มค่าที่สุด

 

แหล่งที่มา: สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงบรัสเซลส์/คณะผู้แทนไทยประจำสหภาพยุโรป สิงหาคม 2560 

 

Reference:

http://www.bangkokbiznews.com/blog/detail/639942