ค้นหา search



การค้ามนุษย์

1. ปัญหาที่ไทยเผชิญ
การค้ามนุษย์เป็นหนึ่งใน 8 สาขาของอาชญากรรมข้ามชาติ ซึ่งส่งผลกระทบต่อความมั่นคงภายในประเทศ ภูมิภาค และระหว่างประเทศอย่างมาก โดยมีลักษณะการทำงานเป็นเครือข่ายที่กว้างขวาง ใช้อิทธิพล และเงินจำนวนมาก เนื่องจากไทยเป็นประเทศที่เป็นทั้งต้นทาง ทางผ่าน และปลายทาง ของการค้ามนุษย์ ทำให้ปัญหามีความซับซ้อน ยากต่อการแก้ไข

2. การดำเนินการของรัฐบาล
รัฐบาลไทย ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญในการป้องกันและแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์โดยเร่งด่วน จึงได้แนวทางหลัก 4 ประการ เพื่อการแก้ไขปัญหา คือ

2.1 ยืนยันความมุ่งมั่นทางการเมือง
    โดยที่รัฐบาลได้ให้ความสำคัญของปัญหาการค้ามนุษย์เทียบเท่าปัญหายาเสพติด จึงได้  ยืนยันความมุ่งมั่นทางการเมืองที่จะป้องกันและแก้ไขปัญหาดังกล่าว โดยได้ดำเนินนโยบาย ดังนี้                   
      (1)  ตั้งคณะอนุกรรมการประสานการแก้ไขปัญหาการค้าเด็กและหญิงภายใต้คณะ
กรรมการส่งเสริมและประสานงานเยาวชนแห่งชาติ
      (2)  เห็นชอบตามร่างนโยบายและแผนระดับชาติ เรื่องการป้องกัน ปราบปราม และแก้ไขปัญหาเด็กและหญิง ระยะยาว 6 ปี (พ.ศ.2545 – 2550)
      (3)  จัดให้มีการลงนามบันทึกความเข้าใจระดับชาติ คือ บันทึกความเข้าใจเรื่องแนวทางการปฏิบัติร่วมกันระหว่างภาครัฐที่เกี่ยวข้องในการดำเนินการกรณีการค้าเด็กและหญิง  (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2546 
      (4) จัดทำบันทึกความเข้าใจระดับภูมิภาค จำนวน 1 ฉบับ คือ บันทึกความเข้าใจ เรื่อง แนวทางปฏิบัติร่วมกันระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการดำเนินการกรณีเด็กและหญิง ซึ่งตกเป็นเหยื่อของการค้ามนุษย์ในพื้นที่ 9 จังหวัดภาคเหนือ (เชียงใหม่ เชียงราย แม่ฮ่องสอน พะเยา แพร่ น่าน ลำปาง ลำพูน ตาก)
      (5)  ร่าง พ.ร.บ. ป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ พ.ศ…. ให้สอดคล้องกับพิธีสารเพื่อป้องกันและปราบปรามและลงโทษการค้ามนุษย์โดยเฉพาะหญิงและเด็ก ขณะนี้ ร่าง พ.ร.บ.     ดังกล่าว อยู่ระหว่างการพิจารณาร่างฯ ของคณะกรรมการพิธีสารเพื่อป้องกันปราบปรามและลงโทษการค้ามนุษย์ ก่อนที่จะเสนอขอรับความเห็นชอบจากคณะกรรมการส่งเสริมและประสานงานเยาวชน แห่งชาติ (กยช.) จากนั้นจึงนำเข้าคณะรัฐมนตรี สภาผู้แทนราษฎร และรัฐสภาตามลำดับ คาดว่า    จะสามารถประกาศใช้ได้ภายใน 2 ปี
      (6) จัดการประชุมเชิงปฏิบัติการระดับชาติเรื่องการค้ามนุษย์ ที่จังหวัดเชียงราย      เพื่อสร้างความเข้าใจเรื่องการค้ามนุษย์กับหน่วยงานต่างๆ รวมทั้งระดมสมอง เพื่อนำข้อมูลไปจัดทำยุทธศาสตร์ระดับชาติในการประชุมครั้งที่ 2 ที่ทำเนียบรัฐบาลต่อไป

2.2 สร้างพันธกรณีและความร่วมมือระหว่างประเทศ
    เนื่องจากประชาคมระหว่างประเทศได้ให้ความสำคัญต่อปัญหาการค้ามนุษย์เป็นอย่างมาก และรัฐบาลเห็นว่า ความร่วมมือระหว่างประเทศมีส่วนสำคัญในการผลักดันให้การแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์ในประเทศไทยเป็นรูปธรรม จึงได้ดำเนินนโยบาย ดังนี้
    (1)   ได้ลงนามในอนุสัญญาสหประชาชาติเพื่อต่อต้านอาชญากรรมข้ามชาติที่จัดตั้งในลักษณะองค์กร (UN Convention on Transnational Organized Crime)  พิธีสารเพื่อป้องกันและปราบปรามและลงโทษการค้ามนุษย์โดยเฉพาะผู้หญิงและเด็ก (Protocol to Prevent, Suppress and Punish Trafficking in Persons, Especially Women and Children) และพิธีสารเพื่อต่อต้านการ    ลักลอบขนผู้ย้ายถิ่นโดยทางบก ทะเล และอากาศ (Protocol against the Smuggling of Migrants by Land, Sea and Air)
    (2)  เข้าร่วมกระบวนการบาหลี (Bali Process) เพื่อแก้ไขปัญหาการลักลอบขนคนเข้าเมือง การค้ามนุษย์ และอาชญากรรมข้ามชาติ
    (3)  จัดทำบันทึกความเข้าใจระหว่างไทย-กัมพูชาว่าด้วยการขจัดการค้าเด็กและหญิง และช่วยเหลือเหยื่อของการค้ามนุษย์ (เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม 2546) และได้ยกร่างบันทึก     ความเข้าใจในลักษณะเดียวกัน ให้แก่ลาวและเวียดนามเพื่อพิจารณาแล้ว
    (4)  จัดทำบันทึกความเข้าใจว่าด้วยการจ้างแรงงานต่างชาติระหว่างไทย-ลาว เมื่อวันที่ 18 ตุลาคม 2545 ระหว่างไทย-กัมพูชา เมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม 2546 และระหว่างไทย-พม่า   เมื่อวันที่ 21 มิถุนายน 2546
    (5) ไทยในฐานะเป็นประเทศต้นทางได้ร่วมมือกับประเทศปลายทาง อาทิ ญี่ปุ่น เยอรมนี และสหราชอาณาจักร ในการดำเนินมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหา ขณะนี้กำลังอยู่ในระหว่าง    การจัดทำโครงการในกรอบความร่วมมือกับ IOM และประเทศปลายทาง ในการให้ความช่วยเหลือ      ส่งกลับเหยื่อการค้ามนุษย์คืนประเทศ โดยให้มีการช่วยเหลือฟื้นฟูสภาพจิตใจ พัฒนาศักยภาพในการดำรงชีวิต อีกทั้งให้มีการรณรงค์ให้ข้อมูลข่าวสารก่อนออกเดินทางไปทำงานต่างประเทศ เพื่อลดอัตราผู้ตกเป็นเหยื่อกระบวนการค้ามนุษย์
    (6)  ไทยได้ร่วมอยู่ใน core group ของกรอบความร่วมมือเอเชีย-ยุโรป (ASEM) ในการ  จัดทำ ASEM Plan of Action on Trafficking in Human
    (7)  ไทยได้มีบทบาทในเวทีหารือของ APC (Inter-Government Asia-Pacific Informal Consultations on Refugees, Displaced Persons and Migrants) ซึ่งได้รับการสนับสนุนจาก UNHCR, IOM และรัฐบาลออสเตรเลีย
    (8) ร่วมดำเนินการภายใต้กรอบรัฐมนตรีอาเซียนด้านอาชญากรรมข้ามชาติ (ASEAN Ministerial Meeting on Transnational Crime-AMMTC) มีแผนการดำเนินงานตามแผนปฏิบัติการเพื่อต่อต้านอาชญากรรมข้ามชาติ (Work Programme to Implement the ASEAN Plan of Action to Combat Transnational Crime)

2.3 ขยายหุ้นส่วนและเครือข่ายเพื่อแก้ปัญหา
    รัฐบาลตระหนักว่า การแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์ซึ่งมีความซับซ้อน จะต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกฝ่าย ทั้งภาครัฐ ประชาสังคม และองค์กรพัฒนาเอกชน รัฐบาลจึงได้ดำเนินนโยบาย   ดังนี้ 
    (1) จัดทำบันทึกความเข้าใจ เรื่อง การดำเนินงานระหว่างหน่วยงานภาครัฐและองค์กรเอกชนกรณีการค้าเด็กและหญิง พ.ศ. 2546  เพื่อให้การประสานงานระหว่างภาครัฐและเอกชนมี  เอกภาพ และมีประสิทธิภาพ
    (2)  ช่วยประสานการจัดทำบันทึกความเข้าใจ เรื่อง แนวทางการดำเนินงานขององค์กรเอกชนที่เกี่ยวข้องในการดำเนินการกรณีการค้าเด็กและหญิง พ.ศ. 2546  เพื่อให้การประสานงานระหว่างองค์กรเอกชนต่างๆ เป็นไปอย่างราบรื่น

2.4 ใช้การพัฒนาเพื่อแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ
   รัฐบาลตระหนักว่า ต้นเหตุของปัญหาการค้ามนุษย์คือ ความยากจนและขาดโอกาสรัฐบาลจึงได้ใช้นโยบายในการพัฒนาเพื่อแก้ปัญหาในระยะยาว ดังนี้
   (1)  ริเริ่มและดำเนินการนโยบายกองทุนหมู่บ้านและธนาคารประชาชน เพื่อให้ประชาชนในระดับรากหญ้าเข้าถึงแหล่งเงินทุน ในการนำไปสร้างโอกาสและรายได้ เพื่อป้องกันไม่ให้หญิงไทยถูกล่อลวงไปเป็นเหยื่อการค้าในต่างประเทศ
   (2)  ริเริ่มโครงการยุทธศาสตร์ความร่วมมือทางเศรษฐกิจ (ACMECS) มุ่งส่งเสริมให้ประเทศเพื่อนบ้านมีระดับการพัฒนาทางเศรษฐกิจเพิ่มขึ้น และประชาชนในประเทศนั้นๆ ไม่ถูก       ล่อลวงมาเป็นเหยื่อการค้ามนุษย์ในประเทศไทย  

-----------------

กรมองค์การระหว่างประเทศ

กองการสังคม

โทร. 0-2643-5065 ถึง 6

| English Version | HOME |
สงวนลิขสิทธิ์ © 2002-2007 กระทรวงการต่างประเทศ, ถนนศรีอยุธยา กรุงเทพฯ 10400
โทร 0-2203-5000