เจ้าผู้ครองรัฐกาตาร์องค์ปัจจุบัน(His Highness Sheikh Hamad Bin Khalifa Al-Thani) ขึ้นครองราชย์เมื่อปี 2538 มีความพยายามที่จะปฏิรูประบบการเมืองให้เกิดเสรีภาพมากขึ้น กาตาร์มีการเลือกตั้งครั้งแรกในประวัติศาสตร์เมื่อปี 2542 โดยเป็นการเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาล (Central Municipal Council) และมีสตรีลงสมัครรับเลือกตั้งด้วย ทั้งนี้ กาตาร์เป็นประเทศแรกในกลุ่มอ่าวอาหรับที่มีการแต่งตั้งสตรีให้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี โดย Sheikha Ahmed Al Mahmoud ได้รับการแต่งตั้งเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการเมื่อปี 2546 และ Sheikha Ghalia bint Hamad Al Thani ก็ได้รับการแต่งตั้งเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขของกาตาร์ เมื่อเดือนกรกฎาคม 2551 ที่ผ่านมา
นโยบายด้านสังคม
H.H. Sheikha Mozah Bint Naser Al Missned พระชายาเจ้าผู้ครองรัฐกาตาร์ ประธาน Qatar Foundation on Education and Social Development และทูตพิเศษของ UNESCO ด้าน Basic and Higher Education ได้ริเริ่มและก่อตั้ง Education City เมื่อปี 2546 โดยปัจจุบันมีมหาวิทยาลัยและสถาบันที่มีชื่อเสียงของต่างประเทศมาทำการเปิดการเรียนการสอน เช่น Weill Cornell Medical College, Carnegie Mellon University, Georgetown University School of Foreign Service, Texas A&M University และ Virginia Commonwealth School of the Arts และล่าสุด North-Western University, School of Communications and Journalism นอกจากนั้น H.H. Sheikha Mozah ยังได้จัดตั้ง Science and Technology Park เพื่อเป็นการเชื่อมโยงระหว่างสถาบันการศึกษาและภาคอุตสาหกรรม โดยมีบริษัทอุตสาหกรรมชั้นนำ เช่น Microsoft, Shell และ Exxon Mobil มาเปิดสำนักงานดำเนินกิจการ นอกจากนี้ H.H. Sheikha Mozah ยังเป็นผู้ที่มีบทบาทนำในการส่งเสริมบทบาทและสิทธิของสตรีในกาตาร์อีกด้วย
กาตาร์เป็นที่ตั้งของสถานีโทรทัศน์ Al Jazeera ซึ่งนำเสนอข่าวและวิพากษ์วิจารณ์ทั้งประเทศตะวันตก อิสราเอล รวมทั้งรัฐบาลประเทศอาหรับต่างๆ อย่างที่ไม่เคยมีมาก่อนในตะวันออกกลาง ทำให้ได้รับความนิยมสูง และมีอิทธิพลทางความคิดเห็นของประชาชนชาวอาหรับและมุสลิมเป็นอย่างมาก จนเกิดปรากฏการณ์ที่เรียกว่า Al Jazeera Effect ได้แก่ การตื่นตัวในทางการเมือง การเรียกร้องสิทธิในการสื่อสาร เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น และความเป็นประชาธิปไตย มากยิ่งขึ้น
อย่างไรก็ดี การเสนอข่าวและการวิพากษ์วิจารณ์ของ Al Jazeera หลายครั้ง ก่อให้เกิดความขัดแย้งระหว่างรัฐบาลกาตาร์กับประเทศอาหรับอื่นๆ นอกจากนั้น การที่สถานีโทรทัศน์ดังกล่าวได้เสนอข่าวและรายงานเกี่ยวกับ นาย Osama bin Laden ผู้นำกลุ่ม Al - Qaeda และกลุ่มอิสลามติดอาวุธอื่นๆ อยู่เป็นระยะ ได้สร้างความไม่พอใจให้แก่สหรัฐฯ และประเทศตะวันตก ทำให้รัฐบาลกาตาร์อยู่ในภาวะลำบากที่จะรักษาดุลยภาพในความสัมพันธ์กับโลกอาหรับหรือโลกอิสลาม กับประเทศตะวันตก อย่างไรก็ดี รัฐบาลกาตาร์ถือว่า Al Jazeera เป็นสถานีโทรทัศน์อิสระ รัฐบาลจึงไม่มีนโยบายที่จะแทรกแซงการเสนอข่าวของสถานี และถือว่าสถานีดังกล่าวมีส่วนช่วยส่งเสริมความรู้ให้กับประชาชนกาตาร์เพื่อนำไปสู่ความเป็นประชาธิปไตยในอนาคต
ปัจจุบัน กาตาร์ชูนโยบาย Inter-cultural agenda เป็นวาระสำคัญของชาติจนถึงปี พ.ศ. 2010 ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายที่จะผลักดันให้กาตาร์เป็นศูนย์กลางวัฒนธรรมอาหรับ (Capital of Arab Culture) และเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวของภูมิภาคตะวันออกกลาง
กาตาร์ รัสเซีย และอิหร่าน ซึ่งมีแหล่งก๊าซธรรมชาติรวมกันเกินกว่าร้อยละ 60 ของโลก ได้รวมตัวกันจัดตั้ง Gas Troika หรือ Big 3 เพื่อประสานความร่วมมือด้านราคาก๊าซธรรมชาติ โดยพยายามชี้ว่าการรวมตัวกันครั้งนี้ต่างจากโอเปคที่รวมตัวกันเพื่อกำหนดอัตราการผลิตและรักษาระดับราคาน้ำมันในตลาดโลก แต่ Gas Troika รวมตัวกันเพื่อเสถียรภาพของการผลิตก๊าซซึ่งเป็นพลังงานทางเลือกรองจากน้ำมัน และต้องการแยกราคาก๊าซออกจากตลาดน้ำมัน รวมทั้งสร้างกฎเกณฑ์ราคาขึ้นใหม่ อย่างไรก็ดี การจัดตั้งกลุ่มดังกล่าวทำให้กลุ่มสหภาพยุโรป และสหรัฐฯ เกิดความกังวลว่าเป็นภัยคุกคามทางพลังงาน อาจมีการผูกขาดการผลิตก๊าซ และเกรงว่าสมาชิกของกลุ่ม (รัสเซีย และอิหร่าน) อาจใช้ธุรกิจก๊าซแสวงหาผลประโยชน์ทางการเมืองระหว่างประเทศได้
รัฐบาลกาตาร์มีนโยบายสร้างความหลากหลายทางเศรษฐกิจ (economic diversification) นโยบายแปรรูปกิจการของรัฐ (privatization) และนโยบายผ่อนคลายกฎระเบียบและเปิดเสรี (Deregulation- Liberalization) เพื่อดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ การที่กาตาร์มีรายได้และสภาพคล่องสูงจากราคาพลังงาน ที่สูงขึ้น ทำให้รัฐบาลสามารถจัดทำโครงการขนาดใหญ่ได้หลายโครงการ ที่สำคัญได้แก่ การขยายการก่อสร้างโครงการอุตสาหกรรมด้านน้ำมัน ก๊าซธรรมชาติ ปิโตรเคมี และ GTL การก่อสร้างสนามบินใหม่ โครงการอสังหาริมทรัพย์ขนาดใหญ่ชื่อ Pearl Qatar การก่อสร้าง Energy City, Education City, Science and Technology Park, Hamad Medical City, The Sport City, The Entertainment City นอกจากนั้นยังได้เริ่มโครงการก่อสร้างสะพานข้ามทะเลที่ยาวที่สุด เชื่อมระหว่างกาตาร์กับบาห์เรน เป็นต้น กาตาร์ยังมีแผนการลงทุนในอีก 5 ปีข้างหน้า รวมมูลค่าประมาณ 130 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
กาตาร์มีเงินทุนในกองทุน Sovereign Wealth Fund (SWF) เป็นอันดับ 13 ของโลก Merrill Lynch เชื่อว่าในปี 2553 กองทุน SWF ของกาตาร์จะเพิ่มขึ้นอย่างน้อย 2 เท่า ทั้งนี้ Qatar Investment Authority (QIA) เป็นองค์กรหลักในบริหาร SWF โดยมีบริษัทลูกกระจายตัวลงทุนในธุรกิจภาคต่าง ๆ อยู่ทั่วโลก มกุฏราชกุมารกาตาร์ และ Sheikh Hamad Bin Jassem Bin Jabor Al Thani นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเป็นผู้บริหาร
สหพันธ์ธุรกิจบริการออกแบบและก่อสร้างแห่งประเทศไทย (Federation of Design and Construction Services of Thailand FEDCON) ได้รับงานออกแบบและควบคุมการก่อสร้างหมู่บ้านนักกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ซึ่งจัดขึ้นในปี ๒๕๔๙ และขณะนี้อยู่ระหว่างการปรับเป็นอาคารโรงพยาบาล Hamad Medical Center รวมทั้งมีบริษัทที่ดำเนินการเกี่ยวกับการก่อสร้างอื่น เช่น บริษัทเพาเวอร์ไลน์ เอ็นจิเนียร์ริ่ง กรุ๊ป จำกัด (Powerline Engineering Group of Companies Ltd.) และบริษัท ฤทธา เป็นต้น
H.E. Sheikh Joann Bin Hamad Al-Thani พระโอรสของเจ้าผู้ครองรัฐกาตาร์
วันที่ 4-6 พฤศจิกายน 2549 ในฐานะ Ambassador for the 15th Asian Games Torch Relay เสด็จเยือนประเทศไทยเพื่อทรงนำคบเพลิงเอเชี่ยนเกมส์ครั้งที่ 15 มายังประเทศไทย
รัฐบาล ระดับรัฐมนตรี
- วันที่ 18-19 มิถุนายน 2545 Sheikh Hamad Bin Faisal Al-Thani รัฐมนตรีเศรษฐกิจและการค้ากาตาร์ เข้าร่วมประชุม Asia Cooperation Dialogue ที่อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี
- วันที่ 20-22 กรกฎาคม 2546 Sheikh Hamad Bin Faisal Al-Thani รัฐมนตรีเศรษฐกิจและการค้ากาตาร์ เข้าร่วมประชุม Asia Cooperation Dialogue ที่จังหวัดเชียงใหม่
- วันที่ 26-30 มกราคม 2550 H.E. Mr. Faisal Bin Abdulla Al-Mahmoud รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศาสนสมบัติและกิจการศาสนากาตาร์ เยือนไทยเพื่อร่วมพิธีเปิดอาคารเรียนวิทยาลัยอิสลามยะลา จังหวัดปัตตานี
ผู้แทนทางการทูต
ฝ่ายไทย
Royal Thai Embassy
Villa No. 162
Al Muntazah Street
Al Hilal Area
P.O. Box 22474
Doha
Tel. (974) 455-0715, 455-0716
Fax. (974) 455-0835
E-mail : thaidoh@qatar.net.qa
ฝ่ายกาตาร์
The Embassy of the State of Qatar
14th Floor, Capital Tower
All Seasons Place
87/1 Wireless Road Lumpini,
Pathumwan, Bangkok 10330
Tel: 0-2660-1111
Fax: 0-2660-1122
E-mail: info@qatarembassy.or.th
Website: http://www.qatarembassy.or.th