ค้นหา search



ข่าวเศรษฐกิจ


เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2551 เอกอัครราชทูตเกรียงศักดิ์ กิตติชัยเสรี ได้หารือกับนาย Mohammad Nahavandian ประธานสภาหอการค้า อุตสาหกรรมและเหมืองแร่ของอิหร่าน ถึงการส่งเสริมการค้าระหว่างไทยกับอิหร่าน ในเรื่องการส่งเสริมอาหารฮาลาลของไทย ฝ่ายอิหร่านขอให้คณะกรรมการกลางอิสลามของไทยร่วมมือกับองค์กรหอการค้าของประเทศอิสลามซึ่งมีหน่วยงานด้านการวิจัยอาหารฮาลาลอยู่ โดยหากมีการลงนามความตกลงร่วมมือระหว่างกันก็จะทำให้มาตรฐานอาหารฮาลาลของไทยเป็นที่รับรองและยอมรับโดยประเทศมุสลิมทั่วโลกด้วย (หมายเหตุ Islamic Chamber of Commerce & Industry (ICCI) ภายใต้องค์การ Organization of Islamic Conference (OIC) ได้กำหนดมาตรฐานอาหารฮาลาลร่วมกันภายใต้ ICCI-OIC โดยกำหนดตรามาตรฐานอาหาร ฮาลาลโลก Halal World – Islamic Chamber Research & Information Center (ICRIC) โดย ICRIC ซึ่งมีสำนักงานในกรุงเตหะราน (เว็บไซต์ www.HalalWorld.org) จะมาจัดตั้งสำนักงานในประเทศไทยต่อไป)
07 กรกฎาคม 2551 11:17:45

ทั้งสองฝ่ายเห็นควรให้ Iran-Thailand Joint Business Council  (ITJBC) ในอิหร่านร่วมมือด้านการค้ากับฝ่ายไทยคือ Thailand-Iran Joint Business Council (TIJBC) ที่ประเทศไทย


สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเตหะรานยังมีโครงการ road show ที่เมือง Rasht และ Isfahan ในช่วงเดือนกรกฎาคม-สิงหาคม 2551 และไทยจะงาน Thailand Exhibition ขึ้นที่กรุงเตหะรานระหว่าง 10-13 สิงหาคม 2551 โดยคาดว่าจะมีบริษัทไทยเข้าร่วมประมาณ 40 ราย


สำหรับการทำธุรกรรมทางการเงิน ปัจจุบันยังมีธนาคารขนาดกลางและเล็กทั้งในตะวันออกกลางโดยเฉพาะดูไบและในยุโรปรับทำธุรกรรมทางธนาคารกับอิหร่านให้ลูกค้าจากประเทศต่าง ๆ อยู่ เป็นเงินสกุลยูโร เงินเยนและเงินสกุลอื่นๆ ที่มิใช่ดอลลาร์สหรัฐ ขณะนี้ Islamic Development Bank (IDB) ได้จัดวางระบบเครดิตสำหรับประเทศมุสลิมทั่วโลกที่จะทำการค้าระหว่างกันผ่านธนาคาร/องค์การเครือข่าย ซึ่งในปี 2552 น่าจะใช้ดำเนินการได้ในประเทศไทย ซึ่งจะขจัดปัญหาการค้าระหว่างบริษัทไทยกับบริษัทของอิหร่าน


 สภาหอการค้าฯ ของอิหร่านสนใจที่จะร่วมมือกับไทยโดยเฉพาะการร่วมลงทุนในภาคโรงแรมในอิหร่านที่ขาดแคลนโรงแรมชั้นดี และสนใจให้ชาวมุสลิมไทยไปท่องเที่ยวอิหร่านมากขึ้นภายใต้โครงการ Haj Plus สำหรับผู้ไปแสวงบุญต่างชาติที่ไปประกอบพิธีฮัจย์/อุมเราะห์ที่นครเมกกะให้เดินทางไปท่องเที่ยวที่อิหร่านก่อนไปแสวงบุญ


สำหรับโอกาสและลู่ทางในด้านการก่อสร้างในอิหร่าน ขณะนี้บริษัทรับเหมาก่อสร้างของอิหร่านเองมีความเชี่ยวชาญและ know how ในด้านนี้สูงถึงกับไปรับเหมาก่อสร้างทั้งในอิรัก อัฟกานิสถาน อาเซอร์ไบจาน  แอฟริกา   ละตินอเมริกาจำนวนมาก ดังนั้นนักลงทุนต่างชาติจึงควรร่วมทุนกับบริษัทอิหร่าน โดยกฏหมายอิหร่านมิได้ห้ามการร่วมทุนในสาขานี้ และจะเห็นได้ว่าขณะนี้มีหลายประเทศ ที่ไปร่วมทุนรับเหมาก่อสร้างในอิหร่าน อาทิ บริษัทของมาเลเซียในกรณีงานก่อสร้างที่เมือง Qazvin และบริษัทรับเหมาก่อสร้างจากประเทศในสหภาพยุโรปหลายราย ในการก่อสร้างสะพานต่างๆ ในอิหร่าน 


ข้าว ที่ผ่านมา อิหร่านนอกจากนำเข้าข้าวจากไทยแล้วยังนำเข้าข้าวจากสหรัฐอเมริกา ปารากวัย อุรุกวัย และปากีสถานซึ่งเป็นข้าวบาสมาติ เป็นต้น ขณะนี้รัฐบาลอิหร่านมีนโยบายให้เอกชนของตนนำเข้าข้าวได้โดย Government Trading Corporation (GTC) ไม่ต้องสั่งซื้อให้รัฐบาลอิหร่านอีกต่อไปแล้ว ดังนั้นนักธุรกิจไทยที่ประสงค์จะส่งออกข้าวของไทยไปตลาดอิหร่านสามารถติดต่อหารือกับภาคเอกชนผู้นำเข้าอิหร่านได้โดยตรง โดยรัฐบาลอิหร่านมิได้มีข้อจำกัดการนำเข้าข้าวคุณภาพดี


ในด้านการขนส่งและ logistics ในอิหร่านมีเส้นทางขนส่งเข้าประเทศอดีตสหภาพโซเวียต (Commonwealth of Independent States - CIS) โดยผ่านรถไฟและถนน ซึ่งประเทศ CIS ต่างๆ ก็นิยมขนสินค้าผ่านทางรถไฟของอิหร่านจากท่าเรือ Bandar Abbas ทางตอนใต้ ในอ่าวเปอร์เซียเนื่องจากราคาค่าขนส่งย่อมเยาและเป็นเส้นทางระยะสั้น โดยสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ใช้เส้นทางรถไฟของอิหร่านส่งสินค้าเข้า CIS ซึ่งต้องการสินค้าประเภท consumer products เป็นอย่างมาก สำหรับสินค้าที่ไทยอาจส่งออกไป CIS ได้แก่ รถยนต์และอะไหล่รถยนต์ เครื่องรับวิทยุโทรทัศน์ ข้าว ยางพารา ผลิตภัณฑ์พลาสติก ฯลฯ ซึ่งไทยส่งออกไปประเทศตะวันออกกลางมาก โดยเฉพาะดูไบซึ่งจะส่งออกต่อไปยังประเทศ CIS


สภาหอการค้าฯ อิหร่านสนใจจะจัดงาน Thailand Day ที่กรุงเตหะรานในอนาคต เพื่อให้นักธุรกิจและประชาชนชาวอิหร่านจะได้รับทราบข้อมูลเกี่ยวกับประเทศไทยอย่างรอบด้านและสนับสนุนความร่วมมือด้านการค้า การลงทุนและการท่องเที่ยวระหว่างประเทศทั้งสองในด้านต่างๆ ด้วย


      สถานเอกอัครราชทูตฯ และสำนักงานการค้าต่างประเทศ ณ กรุงเตหะรานได้มีบทบาทในส่งเสริมการเปิดตลาดสินค้าไทยในอิหร่าน อาทิ การจัดงาน Food & Hospitality ระหว่างวันที่ 25-28 พฤษภาคม 2551 โดยมีบริษัทไทยไปร่วมงาน 9 ราย รวมทั้งบริษัทส่งออกข้าว อาหารกระป๋อง มีผู้เข้าชมงานประมาณ 60,000 คน และผู้บริหารระดับสูงของบริษัทโอสถสภาฯ จะเข้าพบเอกอัครราชทูตฯ ในวันที่ 6 กรกฏาคม 2551 เพื่อหารือถึงการเปิดตลาดเครื่องดื่มบำรุงกำลังในอิหร่าน  และสินค้าโทรศัพท์มือถือ i-mobile ก็กำลังจะไปเปิดตลาดในอิหร่านด้วย เป็นต้น



[ จำนวนการเข้าชม :4 ครั้ง ]
[ Print ] [ Back To Top ]

| English Version | HOME |
สงวนลิขสิทธิ์ © 2002-2007 กระทรวงการต่างประเทศ, ถนนศรีอยุธยา กรุงเทพฯ 10400