ค้นหา search



ข่าวความเคลื่อนไหว
ไทยเร่งผลักดันการแก้ไขปัญหาด้านทุ่นระเบิดสังหารบุคคล

ดร. วีระชัย วีระเมธีกุล ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเยี่ยมชมนิทรรศการการดำเนินงานด้านทุ่นระเบิดในไทย



นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองปลัดกระทรวงการต่างประเทศกล่าวเปิดงาน


ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศกล่าวสุนทรพจน์ในหัวข้อ Thailand's Mine Action : Concerted Efforts towards the Challenges

7 April 2553


ดร. วีระชัย วีระเมธีกุล ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวสุนทรพจน์ในงานรณรงค์การดำเนินงานด้านทุ่นระเบิดสังหารบุคคล เพื่อสร้างความตื่นตัว และความตระหนักรู้เกี่ยวกับการดำเนินงานของไทย และเพื่อระดมทุนสนับสนุนการเก็บกู้ทุ่นระเบิด และการช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากทุ่นระเบิด ที่โรงแรมสยามซิตี้ กรุงเทพฯ

เมื่อวันที่ 7 เมษายน 2549 กระทรวงการต่างประเทศร่วมกับศูนย์ปฏิบัติการทุ่นระเบิดแห่งชาติ มูลนิธิพลเอกชาติชาย ชุณหะวัณ องค์กร Thailand Campaign to Ban Landmine (TCBL) และองค์กร Handicap International ?Thailand จัดกิจกรรมเพื่อรณรงค์การดำเนินงานด้านทุ่นระเบิดสังหารบุคคลของไทย เพื่อสร้างความเข้าใจและความตื่นตัวเกี่ยวกับปัญหาทุ่นระเบิดสังหารบุคคลและเพื่อระดมการสนับสนุนและความร่วมมือจากทุกภาคส่วนของสังคมเพื่อให้การดำเนินงานด้านทุ่นระเบิดของประเทศไทยมีความคืบหน้า และเป็นการตอบสนองต่อข้อมติขององค์การสหประชาชาติที่กำหนดให้วันที่ 4 เมษายน ของทุกปี เป็นวันรณรงค์การดำเนินงานด้านทุ่นระเบิดสากล (International Day for Mine Awareness and Assistance in Mine Action)

ในโอกาสนี้ ดร. วีระชัย วีระเมธีกุล ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศได้เป็นผู้แทนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศกล่าวสุนทรพจน์เกี่ยวกับปัญหาและความท้าทายในการดำเนินงานด้านทุ่นระเบิดสังหารบุคคลของไทย และมอบรางวัลแก่บุคคลและองค์กรต่างๆ ที่ได้ร่วมมือและสนับสนุนการดำเนินงานด้านทุ่นระเบิดของไทย จำนวน 17 รางวัล รวมทั้งได้มีการจัดนิทรรศการเกี่ยวกับงานด้านทุ่นระเบิดในไทย และการเสวนาในหัวข้อ ?พัฒนาชีวิต พิชิตทุ่นระเบิด? โดยมีผู้เข้าร่วม อาทิ ดร. สุวิทย์ ยอดมณี ประธานคณะทำงานไทยรณรงค์เพื่อยุติกับระเบิด ดร. โคทม อารียา ประธานสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ พันตรีศิริชัย ทรัพย์ศิริ นายกสมาคมคนพิการทางการเคลื่อนไหวสากล และนายกิตติพงษ์ ณ ระนอง เอกอัครราชทูต ณ กรุงฮานอย เป็นต้น

ผลที่ได้รับจากการจัดงานดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า ปัญหาทุ่นระเบิดในประเทศไทยเป็นปัญหาที่ต้องเร่งรัดแก้ไขให้หมดสิ้นไป เพราะทุกวันนี้ไทยมีพื้นที่เสี่ยงทุ่นระเบิดตามแนวชายแดน 27 จังหวัด อยู่ถึง 2,557 ตร.กม. ในขณะที่การเก็บกู้ทุ่นระเบิดเพิ่งดำเนินการไปได้ไม่ถึง 1% ของพื้นที่ทั้งหมดเหล่านี้ อีกทั้งไทยยังมีพันธกรณีในฐานะรัฐภาคีอนุสัญญาห้ามทุ่นระเบิดสังหารบุคคล (Mine Ban Convention) ที่จะต้องกวาดล้างทุ่นระเบิดในประเทศให้หมดไปภายใน 10 ปี นับจากอนุสัญญาฯ มีผลบังคับใช้ คือภายในวันที่ 1 พ.ค.2552 ซึ่งหมายถึงเพียงอีก 3 ปี ข้างหน้านี้เท่านั้น ความล่าช้าในการดำเนินงานย่อมหมายถึง (1) ผลกระทบในแง่มนุษยธรรมต่อผู้ที่อยู่อาศัยตามพื้นที่เสี่ยงทุ่นระเบิด ที่จะต้องเสี่ยงต่อการเหยียบกับระเบิดและพิการหรือเสียชีวิตอย่างต่อเนื่องในแต่ละปีต่อไป (2) อุปสรรคในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม โดยเฉพาะโอกาสในการใช้ประโยชน์ของพื้นที่ และการทำมาหากินและความเป็นอยู่ของคนในระดับท้องถิ่นในพื้นที่ทุ่นระเบิดเหล่านั้น และ (3) ผลกระทบต่อเกียรติภูมิของประเทศในการปฏิบัติตามพันธกรณีอนุสัญญาระหว่างประเทศ

การหาทางเร่งรัดผลักดันให้การแก้ไขปัญหาทุ่นระเบิดของไทยมีความคืบหน้ากว่าที่เป็นอยู่ถือเป็นความท้าทายที่ในขณะนี้ทุกฝ่ายในสังคม ภาครัฐ ภาคเอกชน องค์กรต่างๆ และประชาชนต้องมีส่วนร่วมตามบทบาทและศักยภาพของตน ซึ่งในการจัดงานครั้งนี้ศูนย์ปฏิบัติการทุ่นระเบิดแห่งชาติและหน่วยงานต่างๆ ก็ได้เสนอแผนโครงการต่างๆ ซึ่งถือเป็นก้าวแรกที่ภาคเอกชนและประชาสังคมจะสามารถพิจารณามีส่วนร่วมกับภาครัฐในการผลักดันการดำเนินงานด้านทุ่นระเบิดต่อไปได้

***************
5 เมษายน 2549





โปรดดูข้อมูลเพิ่มเติมใน Photo Gallery
[ Back On Top ]

| English Version | HOME |
สงวนลิขสิทธิ์ © 2002-2007 กระทรวงการต่างประเทศ, ถนนศรีอยุธยา กรุงเทพฯ 10400