สถานการณ์การเมืองในมาซิโดเนีย
มาซิโดเนียจัดการเลือกตั้งทั่วไปครั้งล่าสุดเมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม 2549 นายกรัฐมนตรี ได้แก่ นาย Nikola Gruevski มาจากพรรค the Internal Macedonian Revolutionary Organisation-Democratic Party of Macedonian National Unity (VMRO-DPMNE) ได้รับที่นั่งในสภา 65 ที่นั่ง (จาก 120 ที่นั่ง) ได้จัดตั้งรัฐบาลผสมร่วมกับ 4 พรรค ได้แก่ the Democratic Party of Albanians (DPA) the New Social Democratic Party (NSDP) the Democratic Renewal of Macedonia (DOM) และ the Party for a European Future (PEI)
นโนยบายด้านการต่างประเทศ ความสัมพันธ์ระหว่างมาซิโดเนียกับ EU
นโยบายการต่างประเทศของรัฐบาลชุดปัจจุบันให้ความสำคัญลำดับต้นต่อการเข้าเป็นสมาชิกสหภาพยุโรป (EU) มาซิโดเนียได้รับสถานะเป็น Candidate Country ตั้งแต่เดือนธันวาคม 2548 ภายหลังจากที่มาซิโดเนียได้บรรลุเงื่อนไข อันได้แก่ การต่อต้านการฉ้อราษฎร์บังหลวง การปฏิรูประบบเศรษฐกิจ การยุติธรรม และการบริหารรัฐกิจ รวมถึงการจัดการเลือกตั้งที่เสรีและเป็นธรรม โดย EU ได้ประกาศว่า มาซิโดเนียได้มีความก้าวหน้าอย่างยิ่งในการบรรลุเงื่อนไขในกรอบนิติบัญญัติตามข้อตกลง Ohrid Framework Agreement และการบรรลุข้อตกลง Stabilization and Association Agreement ทั้งนี้ เป็นที่คาดการณ์ว่ามาซิโดเนียจะเข้าสู่กระบวนการเจรจาเพื่อเป็นสมาชิก EU ภายในปี 2551 และนาย Gruevski นายกรัฐมนตรีคนปัจจุบันได้มีเจตนารมย์ให้มาซิโดเนียเข้าเป็นสมาชิก EU อย่างสมบูรณ์ในราวปี 2556-2557 อย่างไรก็ดี ก็มีฝ่ายที่คัดค้านการได้รับสมาชิกภาพ EU ของมาซิโดเนีย โดย EU ได้ตั้งเงื่อนไขที่มาซิโดเนียต้องปฏิบัติให้บรรลุผลก่อนที่จะเข้าสู่กระบวนการเจรจา
ในอดีตเมื่อปี 2533 มาซิโดเนียประสบปัญหาเงินเฟ้อขั้นรุนแรง (Hyperinflation) มีผลให้รัฐบาลใช้มาตรการการเงินและการคลังแบบรัดเข็มขัดอันเป็นเงื่อนไขของข้อตกลงให้กู้ยืมเงินจาก IMF ซึ่งให้เงินสนับสนุนมาซิโดเนียเมื่อปี 2540 ในกรอบโครงการ Poverty reduction and growth facility (PRGF) จำนวนเงิน 73.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เป็นระยะเวลา 10 ปี เพื่อช่วยเหลือด้านการปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจ อาทิ ภาคเกษตรกรรม และการลงทุน อย่างไรก็ดี ภาวะวิกฤติทางเศรษฐกิจในปี 2544 และการเลือกตั้งเมื่อเดือนกันยายน 2545 ส่งผลให้มาซิโดเนียต้องใช้จ่ายเงินคลังจำนวนมาก ทำให้ต้องมีการเจรจาต่อรองระหว่างมาซิโดเนีย กับ IMF ในเรื่องการให้กู้ยืมเงินดังกล่าว ต่อมาภายหลังการเลือกตั้ง IMF ได้ลงความเห็นให้เงินสนับสนุนภายใต้ stand-by Agreement วงเงิน 75.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็นระยะเวลา 3 ปี ตั้งแต่ปี 2548-2551 โดยมีเงื่อนไขว่า มาซิโดเนียจะต้องปฏิรูปโครงสร้างของตลาดแรงงาน และปฏิรูประบบการยุติธรรมให้เป็นผลสำเร็จ นอกจากนี้เมื่อเดือนมีนาคม 2550 World Bank ได้ให้เงินสนับสนุนจำนวน 280 ล้านดอลลาร์สหรัฐภายใต้โครงการ Country Partnership Strategy (CPS) เพื่อส่งเสริมการสร้างงานภายในประเทศ และปรับปรุงประสิทธิภาพของภาคบริหารรัฐกิจ
ในปัจจุบัน รัฐบาลมาซิโดเนียมีความมุ่งมั่นในการส่งเสริมให้มาซิโดเนียเป็นเป้าหมายดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ โดยระหว่างช่วงมกราคม มีนาคม 2550 รัฐบาลมาซิโดเนียได้จัดแคมเปญเพื่อสื่อให้ต่างประเทศเห็นว่า มาซิโดเนียเป็น New Heaven in Europe นอกจากนี้ เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2550 ได้ออกกฎหมายที่อนุญาตการก่อสร้าง Technological Industrial Development Zones (TIDZs) โดยภายใต้โครงการนี้มีการดึงดูดนักลงทุนโดยการลดภาษีและลดขั้นตอนความยุ่งยากให้การประสานกับภาครัฐ
การค้าระหว่างประเทศ
มาซิโดเนียเข้าเป็นสมาชิก WTO เมื่อเดือนเมษายน 2546 และขณะนี้มาซิโดเนียอยู่ในระหว่างการเตรียมความพร้อมเพื่อเข้าเป็นสมาชิกสหภาพยุโรป (EU) โดยมีสถานะเป็น Candidate Country ตั้งแต่เดือนธันวาคม 2548 ภายหลังจากที่ได้ลงนามในความตกลง Stabilization and Association Agreement กับ EU เมื่อเดือนเมษายน 2544 ซึ่งมีผลให้มาซิโดเนียสามารถส่งสินค้าเข้าตลาด EU โดยไม่ต้องเสียภาษี ทั้งนี้ มาซิโดเนียขาดดุลทางการค้าตั้งแต่ปี 2537 โดยขาดดุลสูงสุดในปี 2549 คิดเป็นมูลค่า 1.362 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราวร้อยละ 21.9 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ มูลค่าการค้าในปี 2549 คิดเป็น 6.163 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ร้อยละ 99.2 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ) ประเทศคู่ค้าที่สำคัญได้แก่ เซอร์เบียและมอนเตเนโกร เยอรมนี และกรีซ
ปัจจุบัน มาซิโดเนียมีความตกลงการค้าเสรีกับยูเครน ตุรกี และ the European Free Trade Association Countries (EFTA) ได้แก่ ไอซ์แลนด์ ลิกเตนสไตน์ นอร์เวย์ และสวิตเซอร์แลนด์ และในปี 2549 มาซิโดเนียได้เข้าเป็นสมาชิก the Central European Free Trade Agreement (CEFTA) ซึ่งประกอบด้วย มาซิโดเนีย โครเอเชีย บอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา มอลโดวา เซอร์เบียและมอนเตเนโกร แอลเบเนีย และโคโซโว (UN Mission in Kosovo)
ความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับสาธารณรัฐมาซิโดเนีย
ความสัมพันธ์ด้านการทูต
ไทยและมาซิโดเนีย ได้สถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างกันเมื่อวันที่ 25 ก.พ. 2548 ซึ่งนับตั้งแต่ปี 2538 มาซิโดเนียสถาปนาความสัมพันธ์ฯ กับประเทศต่างๆ ภายใต้ชื่อ Republic of Macedonia (ROM) มาโดยตลอด โดยประเทศในเอเชียที่ได้สถาปนาความสัมพันธ์ฯ ภายใต้ชื่อ ROM มี อาทิ จีน สาธารณรัฐเกาหลี มาเลเซีย ลาว และกัมพูชา และประเทศที่สำคัญอื่นๆ มี อาทิ รัสเซีย เยอรมนี และล่าสุด สหรัฐอเมริกา เป็นต้น ในขณะนี้ หลายประเทศรวมทั้งสหรัฐอเมริกา และเยอรมนี ได้ยอมรับการใช้ชื่อ ROM ของมาซิโดเนีย และในที่สุดกรีซคงจะต้องยอมรับการใช้ชื่อดังกล่าว และในการลงนามอนุสัญญาของสหประชาชาติ มาซิโดเนียจะเขียนด้วยลายมือกำกับเพิ่มเติมทุกครั้งจากชื่อที่สหประชาชาติพิมพ์ไว้คือ The Former Yugoslav Republic of Macedonia ว่าเป็นการ ลงนามสำหรับ Republic of Macedonia ( .for the Republic of Macedonia) ซึ่งสหประชาชาติก็ยอมให้มาซิโดเนียกระทำการดังกล่าวได้