ถ้อยแถลง พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี สำหรับการประชุมผู้นำอาเซียน สมัยพิเศษ เรื่อง การเสริมสร้างศักยภาพสตรีในยุคดิจิทัล
ถ้อยแถลง พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี สำหรับการประชุมผู้นำอาเซียน สมัยพิเศษ เรื่อง การเสริมสร้างศักยภาพสตรีในยุคดิจิทัล
วันที่นำเข้าข้อมูล 26 มิ.ย. 2563
วันที่ปรับปรุงข้อมูล 30 พ.ย. 2565
As delivered
ถ้อยแถลงนายกรัฐมนตรี
สำหรับการประชุมผู้นำอาเซียน สมัยพิเศษ เรื่อง การเสริมสร้างศักยภาพสตรีในยุคดิจิทัล
วันศุกร์ที่ ๒๖ มิถุนายน ๒๕๖๓
* * * * *
ท่านประธาน และ ฯพณฯ ทั้งหลาย ท่านผู้แทน ท่านนายกรัฐมนตรีนิวซีแลนด์
ท่านเลขาธิการบริหาร ESCAP ท่านเลขาธิการอาเซียน ท่านประธานสภาแห่งชาติเวียดนาม
๑. ผมรู้สึกยินดีและเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการประชุมผู้นำอาเซียนสมัยพิเศษ เรื่อง “การเสริมสร้างศักยภาพสตรีในยุคดิจิทัล” ในครั้งนี้ และขอชื่นชมเวียดนามที่ตระหนักถึงความสำคัญในการเสริมสร้างศักยภาพสตรี ซึ่งเป็นสมาชิกกว่าครึ่งหนึ่งของประชาคมอาเซียน ผมเชื่อมั่นว่า การเสริมสร้างศักยภาพสตรีเป็นปัจจัยสำคัญในการส่งเสริมการบรรลุวิสัยทัศน์ประชาคมอาเซียน ค.ศ. ๒๐๒๕ และการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน ค.ศ. ๒๐๓๐ โดยเฉพาะเป้าหมายที่ ๕ การบรรลุความเสมอภาคระหว่างเพศ และเสริมสร้างศักยภาพสตรีและเด็กหญิง
๒. ประเทศไทยได้กำหนดให้การเสริมสร้างศักยภาพสตรีเป็นนโยบายสำคัญมาโดยตลอด ด้วยตระหนักว่า สิทธิสตรี คือสิทธิมนุษยชนซึ่งเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานที่ทุกคนจะต้องได้รับเท่าเทียมกัน ไทยจึงได้จัดทำแผนการพัฒนาสตรีภายใต้การดำเนินการตามยุทธศาสตร์การพัฒนาสตรี พ.ศ. ๒๕๖๐-๒๕๖๔ ซึ่งเน้นการส่งเสริมรากฐานสำคัญด้านการศึกษาผ่านกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา และการส่งเสริมการศึกษาตลอดชีวิตทุกช่วงวัย
๓. ในด้านเศรษฐกิจ ประเทศไทยส่งเสริมการเป็นผู้ประกอบการสตรี โดยจัดตั้งสมาคมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมสตรีไทย เมื่อปี ๒๕๕๐ เพื่อสร้างเครือข่ายผู้ประกอบการสตรี ให้คำปรึกษา รวมทั้งจัดทำระบบ e-training และการพัฒนาขีดความสามารถด้านเทคโนโลยีสารสนเทศแก่ผู้ประกอบการสตรี เพื่อพัฒนาอาชีพ สร้างรายได้ และเข้าถึงข้อมูลข่าวสารที่จำเป็น เพื่อพัฒนาสู่การเป็น Smart Enterprises ที่ผู้ประกอบการสตรี และสตรีในวิสาหกิจ มีความรู้และทักษะด้านการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ในการประกอบการอย่างเต็มขีดความสามารถ
๔. ประเทศไทยผลักดันการเสริมสร้างศักยภาพสตรีในอาเซียนอย่างเต็มที่ โดยได้สนับสนุนการจัดตั้งเครือข่ายผู้ประกอบการสตรีอาเซียนสากล หรือ AWEN (อาเว่น) เพื่อสร้างเครือข่ายและเสริมสร้างขีดความสามารถทางธุรกิจให้แก่ผู้ประกอบการสตรี โดย AWEN ประเทศไทย ได้รับเกียรติดำรงตำแหน่งประธาน AWEN สากล วาระปี ค.ศ. ๒๐๑๘-๒๐๒๐ และจะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมสุดยอดผู้นำสตรีโลก ๒๕๖๓ ในวาระอันใกล้นี้ ภายใต้หัวข้อ “พลังสตรีพลิกเศรษฐกิจ” เพื่อเชื่อมพลังสตรีจากทุกภาคส่วนในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม และให้ประชาคมโลกตระหนักถึงความสำคัญของบทบาทผู้นำสตรีทั้งในภาคธุรกิจ ภาควิชาการ และภาคการเมือง ภาคความมั่นคง และมีส่วนร่วมในการสร้างเสถียรภาพอีกด้วย
๕. ในการขจัดอุปสรรคต่อความก้าวหน้าของสตรี ประเทศไทยได้บังคับใช้พระราชบัญญัติความเท่าเทียมระหว่างเพศ พ.ศ. ๒๕๕๘ เพื่อขจัดการเลือกปฏิบัติด้วยเหตุแห่งเพศทั้งทางตรงและทางอ้อม ป้องกันและแก้ไขการล่วงละเมิดทางเพศหรือคุกคามทางเพศในการทำงาน และส่งเสริมเจตคติที่เคารพความเสมอภาคระหว่างเพศ ตัวอย่างที่ดี คือการริเริ่มขจัดอคติทางเพศในกระบวนการศึกษา โดยประเทศไทยเป็นผู้นำในการจัดทำและศึกษาแนวทางในการขจัดอคติทางเพศเพื่อเสนอต่อคณะกรรมการอาเซียนด้านสตรี
๖. นอกจากนั้น ในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-๑๙ รัฐบาลไทยได้เตรียมมาตรการเยียวยาช่วยเหลือกลุ่มสตรีที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาด รวมทั้งผู้มีรายได้น้อย คนยากจน กลุ่มเด็ก เยาวชน ผู้สูงอายุ คนพิการ โดยให้ความช่วยเหลือตามสภาพปัญหาความเดือดร้อน การให้การสงเคราะห์ครอบครัวคนพิการ การฝึกทักษะอาชีพ รวมถึงการปรับปรุงซ่อมแซมที่อยู่อาศัย ขณะเดียวกัน ยังได้ช่วยเหลือพนักงานหญิงตั้งครรภ์ที่ถูกเลิกจ้างอย่างไม่เป็นธรรมในช่วงสถานการณ์ดังกล่าวด้วย
๗. อย่างไรก็ตาม ถึงแม้การดำเนินการในการเสริมสร้างศักยภาพสตรีจะมีความก้าวหน้าอย่างมาก แต่อาเซียนควรให้ความสำคัญต่อประเด็นต่อไปนี้ เพื่อตอบสนองต่อความท้าทายที่มีร่วมกันในปัจจุบัน
๘. ประการแรก อาเซียนควรส่งเสริมการเข้าถึงแหล่งเงินทุน เพื่อเสริมสร้างศักยภาพสตรีที่ประกอบวิสาหกิจขนาดกลาง ขนาดย่อม และรายย่อย ซึ่งมีจำนวนรวมกันมากกว่าร้อยละ ๙๕ ของจำนวนวิสาหกิจในประเทศสมาชิกอาเซียน เป็นโอกาสส่งเสริมสตรีให้มีรายได้และพึ่งพาตนเองได้ โดยใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีดิจิทัลที่มีการพัฒนาอย่างก้าวกระโดด ในยุคปฏิวัติอุตสาหกรรม ครั้งที่ ๔
๙. ประการที่สอง อาเซียนควรส่งเสริมให้สตรีมีบทบาทด้านการสาธารณสุข โดยในช่วงวิกฤติการแพร่ระบาด ของโควิด-๑๙ ไทยตระหนักถึงบทบาทที่สำคัญของสตรีในฐานะอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ที่เข้มแข็ง ผ่านการทำงานเชิงป้องกันและการต่อสู้กับการแพร่ระบาดในชุมชน ดังนั้น สตรี อสม. จึงถือเป็นหน้าด่านในการติดตามหาข่าวผู้มีความเสี่ยงเฝ้าระวัง กักตัวบุคคล และให้ความรู้ประชาชน ทำให้ขณะนี้การควบคุมโรคในประเทศเป็นไปได้ด้วยดี เพราะมีสตรี อสม. จำนวนหลายล้านคนเป็นส่วนหนึ่งของรากฐานอันแข็งแกร่งของระบบสาธารณสุขไทย
๑๐. สุดท้ายนี้ ประเทศไทยหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้รับความร่วมมืออย่างดียิ่งจากประเทศสมาชิกอาเซียน ซึ่งเป็นพันธมิตรที่สำคัญในการส่งเสริมความก้าวหน้าของสตรีทั้งทางเศรษฐกิจ การเมือง และสังคมอย่างยั่งยืนต่อไป
๑๑. ขอบคุณครับ
Ministry of Foreign Affairs
วันทำการ : จันทร์ - ศุกร์ เวลา 08.30 - 16.30 น.
(ยกเว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์)
งานรับ-ส่งหนังสือ และงานสารบรรณ:
อีเมล [email protected]
เว็บไซต์นี้ได้รับการออกแบบเพื่ออำนวยความสะดวกให้ทุกคนเข้าถึงเว็บไซต์ได้และมีมาตรฐาน WCAG 2.0 ระดับ AA
** เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุดควรใช้ Chrome เวอร์ชั่น 76 ขึ้นไป **
Ministry of Foreign Affairs Sri Ayudhya Road, Bangkok 10400 Thailand Tel. 0-2203-5000 Thailand.