ไทยและปากีสถานเตรียมเจรจา FTA และความเป็นหุ้นส่วนด้านเศรษฐกิจและความมั่นคง
ไทยและปากีสถานเตรียมเจรจา FTA และความเป็นหุ้นส่วนด้านเศรษฐกิจและความมั่นคง
วันที่นำเข้าข้อมูล 21 ส.ค. 2556
วันที่ปรับปรุงข้อมูล 29 พ.ย. 2565
นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พบหารือกับนายมูฮัมหมัด นาวาซ ชารีฟ (H.E. Mr. Muhammad Nawaz Sharif) นายกรัฐมนตรีปากีสถาน
เมื่อวันที่ ๒๐ สิงหาคม ๒๕๕๖ นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และคณะ เดินทางไปยังทำเนียบนายกรัฐมนตรีปากีสถานเพื่อพบหารือกับนายมูฮัมหมัด นาวาซ ชารีฟ (H.E. Mr. Muhammad Nawaz Sharif) นายกรัฐมนตรีปากีสถาน โดยภายหลังเสร็จสิ้นการหารือ นายธีรัตถ์ รัตนเสวี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวสรุปสาระสำคัญการหารือดังนี้
ด้านความสัมพันธ์ การเยือนปากีสถานครั้งนี้นับเป็นการเยือนระดับนายกรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการในรอบ ๑๑ ปี นับตั้งแต่ พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เดินทางเยือนปากีสถานอย่างเป็นทางการเมื่อปี ๒๕๔๕ โดยทั้งสองยินดีที่ไทย-ปากีสถานสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตครบ ๖๐ ปี สะท้อนให้เห็นถึงการเป็นพันธมิตรที่สำคัญของไทยในภูมิภาคเอเชียใต้ นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรีฯ กล่าวชื่นชมถึงความเข้มแข็งของระบบประชาธิปไตยในปากีสถาน โดยมีรัฐบาลชุดใหม่ที่ได้รับการเลือกตั้งเข้ามาบริหารประเทศตามระบอบประชาธิปไตย ซึ่งนายกรัฐมนตรีปากีสถานได้แสดงความยินดีที่ไทยมีนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกตามระบอบประชาธิปไตย
ด้านเศรษฐกิจ ไทยสามารถยกระดับความสัมพันธ์กับปากีสถานในลักษณะการเป็นหุ้นส่วนทางด้านเศรษฐกิจที่เข้มแข็ง (Strong Economic Partnership) ซึ่งจะทำให้ทั้งสองเป็น Economic Hub ของภูมิภาค โดยปากีสถานเป็นประตูสู่เอเชียกลาง ตะวันออกกลาง อัฟกานิสถาน และภาคตะวันตกของจีน ขณะที่ไทยยินดีเป็นประตูสู่อาเซียนแก่ปากีสถาน นอกจากนี้ ทั้งสองยินดีส่งเสริมการเพิ่มมูลค้าการค้าระหว่างกันเป็นสองเท่าภายใน ๕ ปี การจัดตั้งสภาธุรกิจร่วม และผลักดัน FTA ไทย-ปากีสถาน ผ่านกรอบการประชุมคณะกรรมการร่วมทางการค้าไทย-ปากีสถานซึ่งจะลงนามจัดตั้งในการเยือนครั้งนี้ด้วย นอกจากนี้ ไทยยินดีสนับสนุนให้ภาคเอกชนไทยเข้าไปลงทุนในสาขาที่ไทยเชี่ยวชาญ อาทิ อุตสาหกรรมอาหาร การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน อุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์ โดยขอมีการให้สิทธิพิเศษแก่ผู้ประกอบการไทย เช่น การลดภาษี การคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา
ด้านการท่องเที่ยวและความร่วมมือเพื่อการพัฒนา ทั้งสองยินดีที่การท่องเที่ยวระหว่างไทย-ปากีสถานเพิ่มขึ้น มีเที่ยวบินตรงระหว่างสองประเทศ ๑๘ ครั้งต่อสัปดาห์ นอกจากนี้ ไทยพร้อมส่งเสริมให้ชาวปากีสถานเข้ามารักษาพยาบาลในประเทศไทยเพิ่มขึ้น สำหรับความร่วมมือเพื่อการพัฒนา ไทย-ปากีสถานสนับสนุนการแลกเปลี่ยนประสบการณ์และผู้เชี่ยวชาญในการเตรียมพร้อม การบริหารจัดการ และการฝึกอบรมร่วมกันเรื่องภัยพิบัติทางธรรมชาติให้มากยิ่งขึ้น
ด้านความร่วมมือทางทหารและความมั่นคง ทั้งสองยินดีกระชับความร่วมมือด้านความมั่นคงระหว่างกัน ภายใต้กรอบการประชุมการต่อต้านการก่อการร้ายและอาชญากรรมเฉพาะเรื่องอื่นๆระหว่างไทย-ปากีสถาน ซึ่งไทยจะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมการต่อต้านการก่อการร้ายฯครั้งที่ ๓ ในสิ้นปีนี้
ความร่วมมือระดับภูมิภาคและพหุภาคี นายกรัฐมนตรีฯชื่นชมปากีสถานที่แสดงบทบาทอย่างสร้างสรรค์ในเวทีระดับภูมิภาคและพหุภาคี โดยเฉพาะ การสนับสนุนท่าทีไทยในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ในกรอบเวทีองค์การการประชุมอิสลาม (Organization of Islamic Conference - OIC) และการส่งเสริมเวที Asia Cooperation Dialogue (ACD) ที่ไทยริเริ่มขึ้น โดยนายกรัฐมนตรีปากีสถานยินดีสนับสนุนและเข้าร่วมการประชุม ACD Summit ครั้งที่ ๒ ที่ประเทศไทยจะเป็นเจ้าภาพในเดือนมีนาคมปี ๒๕๕๘ ซึ่งประเด็นสำคัญของการประชุม คือ การส่งเสริมความเชื่อมโยงภายในเอเชีย และข้อริ่เริ่มเส้นทางสายไหมใหม่ ที่จะเชื่อมโยงภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เอเชียกลาง และเอเชียใต้ เข้าด้วยกัน นอกจากนี้ ไทยได้ขอให้ปากีสถานสนับสนุนนักเรียนไทยในปากีสถาน โดยเฉพาะด้านวิทยาศาสตร์และวิศวกรรม และนายกรัฐมนตรีปากีสถานได้ใช้โอกาสนี้แสดงความขอบคุณนายกรัฐมนตรีและประชาชนไทยสำหรับความช่วยเหลือช่วยผู้ประสบภัยแผ่นดินไหวของปากีสถานด้วย
รายละเอียดเพิ่มเติม ติดตามได้ที่เว็บไซต์สำนักโฆษก ทำเนียบรัฐบาล
Ministry of Foreign Affairs
วันทำการ : จันทร์ - ศุกร์ เวลา 08.30 - 16.30 น.
(ยกเว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์)
งานรับ-ส่งหนังสือ และงานสารบรรณ:
อีเมล [email protected]
เว็บไซต์นี้ได้รับการออกแบบเพื่ออำนวยความสะดวกให้ทุกคนเข้าถึงเว็บไซต์ได้และมีมาตรฐาน WCAG 2.0 ระดับ AA
** เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุดควรใช้ Chrome เวอร์ชั่น 76 ขึ้นไป **
Ministry of Foreign Affairs Sri Ayudhya Road, Bangkok 10400 Thailand Tel. 0-2203-5000 Thailand.