โฆษกกระทรวงต่างประเทศแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนกรณี Human Rights Watch วิจารณ์การทำงานของ คสช.
โฆษกกระทรวงต่างประเทศแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนกรณี Human Rights Watch วิจารณ์การทำงานของ คสช.
วันที่นำเข้าข้อมูล 23 ก.ค. 2557
วันที่ปรับปรุงข้อมูล 29 พ.ย. 2565
เมื่อวันที่ ๒๓ กรกฎาคม ๒๕๕๗ นายเสข วรรณเมธี อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ แถลงข่าวต่อสื่อมวลชนกรณีองค์กร Human Rights Watch ได้เผยแพร่บทความวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ในระยะเวลา ๒ เดือนที่ผ่านมา สรุปสาระสำคัญ ดังนี้
๑. ข้อวิจารณ์เกี่ยวกับประกาศ คสช. ฉบับที่ ๙๗/๒๕๕๗ ว่าเป็นการปิดกั้นเสรีภาพในการแสดงออกของสื่อมวลชนนั้น ทาง คสช. ได้มีการออกประกาศฉบับที่ ๑๐๓/๒๕๕๗ แก้ไขเพิ่มเติมประกาศ ฉบับที่ ๙๗/๒๕๕๗ ซึ่งระบุถึงการวิพากษ์วิจารณ์การปฏิบัติงานของ คสช. โดยมีเจตนาไม่สุจริตเพื่อทำลายความน่าเชื่อถือของ คสช. ด้วยข้อมูลอันเป็นเท็จ โดยกล่าวได้ว่า คสช. ไม่มีนโยบายปิดกั้นสื่อมวลชนแต่อย่างใด และมีความมุ่งมั่นที่จะไม่จำกัดเสรีภาพสื่อเกินความจำเป็น เพื่อสร้างบรรยากาศแห่งความสามัคคีปรองดอง ดังจะเห็นได้จาก คสช. พร้อมรับฟังเสียงสะท้อนจากสื่อมวลชนแล้วนำมาปรับปรุงเป็นประกาศ คสช. ฉบับใหม่ พร้อมทั้งรับฟังความคิดเห็นของฝ่ายต่าง ๆ เพื่อขับเคลื่อนกระบวนการปรองดองให้เกิดขึ้นโดยเร็วที่สุด
๒. ข้อวิจารณ์ที่ว่า คสช. ริดรอนเสรีภาพด้วยการห้ามชุมนุมในที่สาธารณะเกิน ๕ คน ทาง คสช. ยืนยันว่ามาตรการเหล่านั้นเป็นไปเพื่อดำเนินการสร้างความปรองดองของคนในชาติ พร้อมกับรักษาความสงบเรียบร้อย ทั้งนี้ คสช. มีความจำเป็นต้องป้องกันไม่ให้เกิดเงื่อนไขที่อาจนำไปสู่ความขัดแย้งและการปะทะกันของฝ่ายต่างๆ และเมื่อเหตุการณ์กลับสู่ภาวะปกติ มาตรการเหล่านั้นก็จะถูกยกเลิก นอกจากนี้ ยังเห็นได้ว่า บุคคลที่ คสช. ควบคุมตัว ต่างเป็นผู้ที่ประกาศชัดเจนในสื่อสังคมออนไลน์ว่าต้องการระดมคนเพื่อสร้างความไม่สงบ
๓. ข้อวิจารณ์ที่ว่า คสช. มีการกักตัวผู้คนตามอำเภอใจหรือกักตัวโดยลับนั้น จากข้อมูลจะเห็นว่า คสช. มีการเรียกตัวบุคคลมารายงานตัวทั้งสิ้น ๔๗๑ คน ในจำนวนนี้ ไม่มารายงานตัว ๖๒ คน โดยในจำนวนผู้ที่มารายงานตัว มีน้อยกว่าร้อยละ ๕ ที่ถูกควบคุมตัวเกิน ๗ วัน นอกจากนี้ ผู้ถูกควบคุมตัวทุกคนต่างได้รับการปฏิบัติอย่างดีและได้มีการปล่อยตัวกลับหมดแล้ว ซึ่งองค์กร Human Rights Watch ก็ได้เข้าไปสำรวจสถานที่ควบคุมตัวแล้ว
๔. ข้อกล่าวหาการขับไล่ชาวบ้านออกจากพื้นที่ป่าสงวนนั้น คสช. ได้เร่งรัดดำเนินการในการปกป้องทรัพยากรธรรมชาติของประเทศไทยและการบุกรุกพื้นที่ป่าสงวน โดยแบ่งผู้บุกรุกออกเป็น ๓ ประเภท คือผู้ยากไร้ไม่มีที่ดินทำกิน ผู้ที่มีที่ดินทำกินไม่เพียงพอแต่พยายามขยายพื้นที่ทำกิน และนายทุนที่จ้างวานทำลายป่าสงวนเพื่อประโยชน์ส่วนตัว ทั้งนี้ ทาง คสช. ยืนยันว่าจะเยียวยาในส่วนของคนยากจนหรือผู้ที่ได้รับผลกระทบอย่างแท้จริง และจะไม่มีการทำร้ายผู้ที่ได้รับผลกระทบหรือทำลายทรัพย์สินของผู้ยากไร้อย่างเด็ดขาด แต่มุ่งหมายบังคับใช้กฏหมายกับกลุ่มนายทุนมากกว่า
รูปภาพประกอบ
รูปภาพประกอบ
Ministry of Foreign Affairs
วันทำการ : จันทร์ - ศุกร์ เวลา 08.30 - 16.30 น.
(ยกเว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์)
งานรับ-ส่งหนังสือ และงานสารบรรณ:
อีเมล [email protected]
เว็บไซต์นี้ได้รับการออกแบบเพื่ออำนวยความสะดวกให้ทุกคนเข้าถึงเว็บไซต์ได้และมีมาตรฐาน WCAG 2.0 ระดับ AA
** เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุดควรใช้ Chrome เวอร์ชั่น 76 ขึ้นไป **
Ministry of Foreign Affairs Sri Ayudhya Road, Bangkok 10400 Thailand Tel. 0-2203-5000 Thailand.