การประชุม Regional Conference on “The Future of Security in the Asia-Pacific: Emerging Challenges, Promoting Conflict Management and Enhancing Cooperation in Maritime Areas, 26 Aug 2014
การประชุม Regional Conference on “The Future of Security in the Asia-Pacific: Emerging Challenges, Promoting Conflict Management and Enhancing Cooperation in Maritime Areas, 26 Aug 2014
วันที่นำเข้าข้อมูล 26 ส.ค. 2557
วันที่ปรับปรุงข้อมูล 24 พ.ย. 2565
การประชุม Regional Conference on “The Future of Security in the Asia-Pacific: Emerging Challenges,Promoting Conflict Management and Enhancing Cooperation in Maritime Areasเมื่อวันที่ ๒๖ สิงหาคม ๒๕๕๗ ดร. สุรินทร์ พิศสุวรรณ อดีตเลขาธิการอาเซียน ได้กล่าวปาฐกถาหลักในการประชุม Regional Conference on “The Future of Security in the Asia-Pacific: Emerging Challenges,Promoting Conflict Management and Enhancing Cooperation in Maritime Areas” ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ ๒๕ –๒๖ สิงหาคม ๒๕๕๗ ณ โรงแรมสุโขทัย กรุงเทพฯ
ดร. สุรินทร์ พิศสุวรรณ กล่าวถึง ปัญหาท้าทายของเอเชียตะวันออกซึ่งเกิดจากการเปลี่ยนแปลงจากภูมิภาคที่ไม่มีความชัดเจนทั้งในเรื่องดินแดนในยุคก่อนอาณานิคมและไม่มีกติกาในการดำเนินความสัมพันธ์ มาเป็นภูมิภาคที่ต้องมีความชัดเจนทั้งในเรื่องดินแดนและการจัดทำข้อตกลงร่วมกัน โดยเฉพาะภายหลังการบังคับใช้กฏบัตรอาเซียน นอกจากนี้ ความท้าทายเกิดขึ้นเนื่องจากการใช้ค่านิยมที่แตกต่างระหว่างของชาติตะวันตกและของเอเชียในการจัดการกับปัญหาต่างๆการพัฒนาเศรษฐกิจในภูมิภาคนำความคาดหวังให้อาเซียนต้องมีความรับผิดชอบในประเด็นปัญหาระหว่างประเทศมากยิ่งขึ้น และโดยที่อาเซียนไม่เป็นภัยคุกคามต่อประเทศใดและมีความสัมพันธ์กับทุกประเทศ ทำให้อยู่ในสถานะที่ดีและมีอำนาจในการโน้มน้าวให้ประเทศต่าง ๆ หารือร่วมกันเพื่อสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจและแก้ไขข้อขัดแย้งโดยสันติวิธี
ดร. สุรินทร์ฯ เห็นว่า อาเซียนมีพัฒนาการที่สำคัญ โดยเฉพาะการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจที่สูงกว่าภูมิภาคอื่น อย่างไรก็ดี อาเซียนดำรงอยู่ท่ามกลางความหลากหลายของประเทศสมาชิกและสิ่งแวดล้อมที่มีไม่มีความแน่นอน รวมทั้งต้องเผชิญภาวะการสวนทางกัน (dichotomy) ระหว่างความเจริญทางเศรษฐกิจกับความไม่แน่นอนด้านความมั่นคง อาเซียนจึงจำเป็นต้องมีการปรับเปลี่ยนวิธีการทำงานให้สามารถปฏิบัติได้จริง (more practical) เพื่อตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น ที่ผ่านมาอาเซียนมีพัฒนาการอย่างค่อยเป็นค่อยไปโดยคำนึงถึงความพร้อมของประเทศสมาชิกและเน้นความร่วมมือที่ดำเนินการร่วมกันได้ ทำให้ในปัจจุบันสามารถหารือเกี่ยวกับประเด็นที่เคยมีความอ่อนไหวในอดีต เช่น งบประมาณด้านการทหาร หรือหลักการไม่แทรกแซงกิจการภายในของประเทศสมาชิก ซึ่งแนวทางดังกล่าวอาจนำมาปรับใช้กับการแก้ไขข้อขัดแย้งในทะเลจีนใต้ได้
ดร. สุรินทร์ฯ ชี้ให้เห็นถึงข้อได้เปรียบของอาเซียนในการเป็นองค์กรที่มีกฏระเบียบในการทำงานภายใต้กฏบัตรอาเซียน แต่ในขณะเดียวกันก็มีความยืดหยุ่นพอที่จะปรับตัวเพื่อรับมือกับความท้าทายและการเปลี่ยนแปลง อย่างไรก็ดี ดร. สุรินทร์ฯ มองว่าอาเซียนต้องพัฒนาตัวและไม่สามารถยึดหลักการเดิมของการไม่แทรกแซงซึ่งกันและกัน (non-interference) ของอาเซียนควรต้องมีการปรับเปลี่ยนเพื่อสมารถตอบสนองต่อสภาวะการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปและความท้าทายของอาเซียนในอนาคต โดยการรักษาความเป็นแกนกลางมีความสำคัญต่อบทบาทของอาเซียนในภูมิภาคในการเป็นเวทีที่เปิดกว้างสำหรับทุกฝ่ายในการหารืออย่างสร้างสรรค์และเสริมสร้างความร่วมมือเพื่อแก้ไขความขัดแย้งระหว่างกัน ในประเด็นข้อพิพาทอาเซียนจะต้องแก้ไขปัญหาอย่างค่อยเป็นค่อยไป และเน้นการเสริมสร้างความร่วมมือ เช่น การลาดตระเวนร่วมหรือการพัฒนาพื้นที่ร่วมกันมากกว่ามุ่งแก้ไขปัญหาข้อขัดแย้งด้านเขตแดน
ตลอดการประชุมในสองวันที่ผ่านมา ผู้แทนภาครัฐและภาควิชาการ (รายชื่อผู้ร่วมอภิปรายดังแนบ)ได้แลกเปลี่ยนความเห็นเกี่ยวกับแนวโน้มด้านความมั่นคง การบริหารจัดการความขัดแย้งในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกรวมทั้งแนวทางการส่งเสริมความเชื่อมั่นและสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจผ่านการทูตเชิงป้องกัน ตลอดจนการส่งเสริมความ
ร่วมมือทางทะเล โดยที่ประชุมได้หารือใน ๔ หัวข้อหลัก
(๑) แนวโน้มด้านความมั่นคงในภูมิภาคเอเชีย – แปซิฟิก ผู้อภิปรายได้หารือถึงประเด็นความท้าทายของทิศทางสถาปัตยกรรมของภูมิภาคด้านความมั่นคงในอนาคต บทบาทของประเทศในภูมิภาคและประเทศมหาอำนาจในสถาปัตยกรรมด้านความมั่นคงที่มีการเปลี่ยนแปลง รวมทั้งการเตรียมความพร้อมเพื่อรับมือกับความท้าทายด้านความมั่นคงในอนาคตโดย ดร. Simon Tay เห็นว่ากรอบการประชุมสุดยอดเอเชียตะวันออก (EAS ควรพัฒนาให้เป็นเวทีหารือที่เน้นด้านยุทธศาสตร์และเป็นกลไกที่ขับเคลื่อนโดยผู้นำอย่างแท้จริง เอกอัครราชทูต Chan Heng Chee เห็นว่าประเทศมหาอำนาจตระหนักถึงการเปลี่ยนแปลงของขั้วอำนาจและการเพิ่มบทบาทของประเทศมหาอำนาจในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญต่อการรักษาความสมดุลของความสัมพันธ์ของประเทศต่างๆในภูมิภาค
๒) การแก้ไขปัญหาการขาดความไว้เนื้อเชื่อใจระหว่างกันในภูมิภาค ผู้ร่วมอภิปรายได้วิเคราะห์ถึงวิถีทางในการสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจ การจัดกับการข้อพิพาทและการแก้ไขความขัดแย้ง โดยเน้นความสำคัญของกรอบความร่วมมือด้านความมั่นคงที่มีอยู่ เช่น ARF และ ADMM Plus ดร. Leszek Buszynski มองว่าปัญหาการอ้างสิทธิเหนือทะเลจีนใต้เป็นความท้าทายที่สำคัญที่สุดของอาเซียนซึ่งท้ายที่สุด การแก้ไขปัญหาต้องอยู่บนพื้นฐานของกฎหมายระหว่างประเทศ โดยเฉพาะอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล (UNCLOS) ดร. Victor Sumsky เห็นว่าท่ามกลางปัญหาข้อพิพาทในทะเลจีนใต้ อาเซียนจะต้องรักษาความเป็นแกนกลางของตนเองไว้ให้ได้ รวมทั้งมีท่าทีที่ชัดเจนในประเด็นระหว่างประเทศร่วมกัน ดร.เติมศักดิ์ฯ เห็นว่าประธานอาเซียนควรมีบทบาทที่ชัดเจนในการยื่นมือเข้าแก้ปัญหาข้อพิพาทที่เกิดขึ้นในภูมิภาค ประเทศสมาชิกอาเซียนควรมีความรับผิดชอบในการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งหรือในกรณีที่มีข้อพิพาทกับประเทศนอกอาเซียน รวมทั้งปกป้องผลประโยชน์ของอาเซียน นอกจากนี้ อาเซียนจำเป็นต้องยอมรับและใช้ท่าทีอาเซียนร่วมกันในประเด็นระหว่างประเทศ ภายในปี ๒๐๒๐ ตามที่ได้ตั้งเป้าหมายไว้
๓) การรับมือกับความท้าทายทางทะเล ผู้ร่วมอภิปรายได้วิเคราะห์ถึงสถานการณ์ด้านความมั่นคงทางทะเลในภูมิภาค ซึ่งข้อพิพาททางทะเลถือเป็นพื้นที่เสี่ยง flash poin)) หลักที่สร้างผลกระทบต่อเสถียรถาพและความมั่นคงของภูมิภาค บทบาทของอาเซียนในการดำเนินแก้ไขปัญหาและลดความตึงเครียด
๔) การปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติทางทะเล ผู้ร่วมอภิปรายแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นเกี่ยวกับอาชญากรรมทางทะเลที่มีแนวโน้มทวีความรุนแรงมากขึ้น โดยเห็นพ้องว่าควรมีการส่งเสริมความร่วมมือในกรอบต่างๆเพื่อรับกับความท้าทายนี้เพื่อเสริมสร้างความปลอดภัยในการเดินเรืออย่างบูรณาการ ซึ่งจะปกป้องผลประโยชน์ทางด้าเศรษฐกิจของภูมิภาคและของโลก
รูปภาพประกอบ
รูปภาพประกอบ
Ministry of Foreign Affairs
วันทำการ : จันทร์ - ศุกร์ เวลา 08.30 - 16.30 น.
(ยกเว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์)
งานรับ-ส่งหนังสือ และงานสารบรรณ:
อีเมล [email protected]
เว็บไซต์นี้ได้รับการออกแบบเพื่ออำนวยความสะดวกให้ทุกคนเข้าถึงเว็บไซต์ได้และมีมาตรฐาน WCAG 2.0 ระดับ AA
** เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุดควรใช้ Chrome เวอร์ชั่น 76 ขึ้นไป **
Ministry of Foreign Affairs Sri Ayudhya Road, Bangkok 10400 Thailand Tel. 0-2203-5000 Thailand.