กรณีข่าวเครือข่ายผู้นำองค์กรพุทธแสดงความห่วงกังวลกรณีวัดพระธรรมกายในการประชุมองค์การยุวพุทธศาสนิกสัมพันธ์แห่งโลก ครั้งที่ ๗๘ ณ สาธารณรัฐเกาหลี (ฉบับที่ ๒)
กรณีข่าวเครือข่ายผู้นำองค์กรพุทธแสดงความห่วงกังวลกรณีวัดพระธรรมกายในการประชุมองค์การยุวพุทธศาสนิกสัมพันธ์แห่งโลก ครั้งที่ ๗๘ ณ สาธารณรัฐเกาหลี (ฉบับที่ ๒)
วันที่นำเข้าข้อมูล 27 ก.พ. 2560
วันที่ปรับปรุงข้อมูล 27 พ.ย. 2565
| 2,648 view
ตามที่กระทรวงการต่างประเทศได้ชี้แจงข้อมูลกรณีที่ปรากฏข่าวว่า องค์การยุวพุทธศาสนิกสัมพันธ์แห่งโลกจัดการประชุมครั้งที่ ๗๘ ระหว่างวันที่ ๒๑ – ๒๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๐ ณ วัดฮงปอบซา จังหวัดปูซาน สาธารณรัฐเกาหลี โดยมีผู้นำองค์กรพุทธ พร้อมเครือข่ายผู้นำองค์กรพุทธได้ร่วมประชุมกันเพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลไทยยกเลิกการใช้มาตรา ๔๔ ต่อวัดพระธรรมกาย นั้น
กระทรวงการต่างประเทศขอชี้แจงเพิ่มเติม ดังนี้
๑. สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงโซล ตรวจสอบรายละเอียดเพิ่มเติมของการประชุมดังกล่าวแล้ว ทราบว่า ประเด็นเรื่องวัดพระธรรมกายไม่ได้ถูกบรรจุอยู่ในวาระการประชุม Chairman of Standing Committee of The World Fellowship of Buddhist Youth (WFBY) ตั้งแต่ต้น โดยประธานองค์การ ยุวพุทธศาสนิกสัมพันธ์แห่งโลก ซึ่งเป็นผู้แทนฝ่ายไทยที่เข้าร่วมการประชุมดังกล่าวได้เป็นผู้ยกประเด็นเรื่อง วัดพระธรรมกายขึ้นในที่ประชุม Standing Committee โดยขอให้ที่ประชุมเห็นชอบและร่วมกดดันให้รัฐบาลไทยยกเลิก มาตรา ๔๔ ทั้งนี้ ที่ประชุมในฝ่ายผู้แทนพระและวัดของเกาหลีใต้เห็นว่าประเด็นนี้เป็นเรื่องภายในของประเทศไทย ดังนั้น การดำเนินการควรต้องเคารพและเป็นไปตามกระบวนการภายในและกฎหมายที่เกี่ยวข้องของไทย อนึ่ง การหารือเรื่องข้างต้นเป็นเพียงการหารือสั้น ๆ และภายหลังการประชุมมิได้มีการแถลงข่าวอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับการประชุม หรือเกี่ยวข้องกับวัดพระธรรมกายแต่อย่างใด โดยการประชุมดังกล่าวสิ้นสุดไปแล้วเมื่อวันที่ ๒๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๐ และผู้เข้าร่วมการประชุมได้เดินทางกลับประเทศหมดแล้ว
๒. สำหรับประเด็นตามที่ปรากฏใน Facebook ของ WFBY เมื่อวันที่ ๒๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๐ ว่ามีการสวดมนต์ที่วัดฮงปอบซา วิงวอนให้มีการยุติข้อขัดแย้ง (end conflicts and protect Buddhism in Thailand) นั้น ขอเรียนว่า ตามปกติของวัดฮงปอบซาจะมีการร่วมสวดมนต์เป็นพิเศษทุกวันที่ ๑ ของปฏิทินจันทรคติ (ซึ่งตรงกับวันที่ ๒๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๐) จึงมีการรวมตัวของพุทธศาสนิกชนเป็นจำนวนมากเพื่อสวดมนต์และร่วมฟังพระธรรมเทศนาเป็นปกติ และจากการตรวจสอบทราบว่า ไม่ได้มีการเทศน์หรือสวดมนต์วิงวอนให้มีการยุติข้อขัดแย้งตามที่ปรากฏใน Facebook ดังกล่าวแต่อย่างใด
๓. ในการนี้ สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงโซล ได้มีหนังสือชี้แจงถึงมูลนิธิ Paramita Foundation วัดฮงปอบซา และวัดโชเกซา ซึ่งเป็นวัดหลักของนิกายโชเก ซึ่งเป็นนิกายมหายานที่ใหญ่ที่สุดในสาธารณรัฐเกาหลีด้วยแล้ว ซึ่งมูลนิธิและวัดดังกล่าวมีความเข้าใจเป็นอย่างดีว่าเป็นการดำเนินการตามกฎหมายภายในของไทยเพื่อนำผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีตามกระบวนการยุติธรรม
TOP
กระทรวงการต่างประเทศ
Ministry of Foreign Affairs
Ministry of Foreign Affairs
443 ถนนศรีอยุธยา แขวงทุ่งพญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพมหานคร 10400
วันทำการ : จันทร์ - ศุกร์ เวลา 08.30 - 16.30 น.
(ยกเว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์)
งานรับ-ส่งหนังสือ และงานสารบรรณ:
อีเมล [email protected]
เว็บไซต์นี้ได้รับการออกแบบเพื่ออำนวยความสะดวกให้ทุกคนเข้าถึงเว็บไซต์ได้และมีมาตรฐาน WCAG 2.0 ระดับ AA
** เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุดควรใช้ Chrome เวอร์ชั่น 76 ขึ้นไป **
เบอร์ติดต่อ : 0-2203-5000
โทรสาร : 02-643-5018
Copyright © 2012-2014 Ministry of Foreign Affairs, Kingdom of Thailand. All rights reserved.
Ministry of Foreign Affairs Sri Ayudhya Road, Bangkok 10400 Thailand Tel. 0-2203-5000 Thailand.
Ministry of Foreign Affairs Sri Ayudhya Road, Bangkok 10400 Thailand Tel. 0-2203-5000 Thailand.