คำชี้แจงของไทยต่อรายงานของโครงการ “สิทธิจากเรือสู่ฝั่ง” ของ ILO
คำชี้แจงของไทยต่อรายงานของโครงการ “สิทธิจากเรือสู่ฝั่ง” ของ ILO
วันที่นำเข้าข้อมูล 16 มี.ค. 2561
วันที่ปรับปรุงข้อมูล 25 พ.ย. 2565
| 1,878 view
ตามที่เมื่อวันที่ ๒๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๑ องค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) ได้เปิดตัวงานวิจัยข้อมูลพื้นฐาน (Baseline Research) ของโครงการ “สิทธิจากเรือสู่ฝั่ง” (Ship to Shore Rights) และได้มีสื่อมวลชนให้ความสนใจและนำเสนอเนื้อหารายงานดังกล่าวในแง่มุมต่าง ๆ นั้น
กระทรวงการต่างประเทศขอชี้แจงข้อมูลและข้อเท็จจริง ดังนี้
๑. โครงการ “สิทธิจากเรือสู่ฝั่ง” เป็นความร่วมมือระหว่างกระทรวงแรงงาน องค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) และสหภาพยุโรป โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อป้องกันและลดรูปแบบการทำงานที่ไม่เป็นที่ยอมรับในอุตสาหกรรมประมงและแปรรูปอาหารทะเล กิจกรรมภายใต้โครงการประกอบด้วยการพัฒนาและปรับปรุงกฎหมายที่เกี่ยวข้องของไทย การเสริมสร้างศักยภาพในการตรวจแรงงานของเจ้าหน้าที่ตรวจแรงงาน การปรับปรุงการปฏิบัติงานให้สอดคล้องกับมาตรฐานของ ILO และการเพิ่มการเข้าถึงบริการความช่วยเหลือต่าง ๆ สำหรับแรงงาน
๒. โครงการดังกล่าวมีระยะเวลาดำเนินการ ๓ ปี (พ.ศ. ๒๕๖๐ - ๒๕๖๒) เริ่มต้นด้วยการทำวิจัยข้อมูลพื้นฐานกับแรงงานในภาคประมงและแปรรูปอาหารทะเล โดยทำการสำรวจข้อมูลจากแรงงานจำนวน ๔๓๔ คน ในพื้นที่ ๑๑ จังหวัด ในช่วงเดือนมีนาคม - เมษายน ๒๕๖๐ เพื่อเป็นข้อมูลพื้นฐานสำหรับวัดพัฒนาการการดำเนินงานของไทย โดยจะมีการทำวิจัยขั้นสุดท้าย (Endline Research) อีกครั้งก่อนจบโครงการในปี พ.ศ. ๒๕๖๒ ดังนั้น ผลการวิจัยดังกล่าวไม่สามารถใช้เป็นภาพสะท้อนสถานะปัจจุบันของภาคการประมง
และแปรรูปอาหารทะเลโดยรวมได้
๓. งานวิจัยข้อมูลพื้นฐานของโครงการดังกล่าวระบุว่า สถานการณ์แรงงานในไทยโดยรวมดีขึ้นมาก เช่น มีสถิติการทำร้ายร่างกายที่ลดลง และมีการใช้แรงงานเด็กเหลือเพียงร้อยละ ๑ จากการสำรวจแรงงานกลุ่มตัวอย่างทั้งหมด ซึ่งเป็นผลจากการปฏิรูปมาตรการทางกฎหมายและการกำกับดูแลของไทย อย่างไรก็ดี งานวิจัยยังพบการละเมิดสิทธิแรงงานอยู่ โดยส่วนราชการไทยตระหนักดีในข้อนี้ และได้รับข้อมูลและประสานงานกับ ILO เกี่ยวกับการดำเนินโครงการและการแก้ไขปัญหาดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งปลัดกระทรวงแรงงานยังเป็นประธานกรรมการในคณะกรรมการขับเคลื่อนโครงการ (Project Steering Committee) ดังกล่าวด้วย
๔. อย่างไรก็ดี จากการที่งานวิจัยได้ระบุข้อสงวนเพิ่มเติมว่า แรงงานที่ให้สัมภาษณ์เป็นผู้ที่ทำงานบนเรือประมงที่ออกทะเลระยะสั้น ไม่ครอบคลุมแรงงานบนเรือประมงที่ออกทะเลเป็นเวลานานและที่ทำงานนอกน่านน้ำไทยซึ่งอาจทำให้เกิดความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนนั้น กระทรวงการต่างประเทศขอชี้แจงเพิ่มเติมว่า กรมประมงได้ออกประกาศเมื่อวันที่ ๒๕ ธันวาคม ๒๕๕๘ กำหนดให้เจ้าของเรือประมงที่มีขนาดตั้งแต่ ๓๐ ตันกรอสขึ้นไป ซึ่งออกไปทำการประมงพาณิชย์ในทะเลนอกน่านน้ำไทย ต้องนำเรือประมงกลับเข้าเทียบท่าเรือประมงภายใน ๓๐ วัน นับตั้งแต่ออกประกาศ อีกทั้งตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๕๙ จนถึงปัจจุบัน หน่วยงานของไทยยังมิได้อนุญาตให้เรือประมงลำใดออกไปทำประมงนอกน่านน้ำ จึงไม่มีเรือประมงของไทยออกทำการประมงนอกน่านน้ำนับตั้งแต่ช่วงเวลาดังกล่าว ซึ่งรวมถึงช่วงเวลาที่ทำการสำรวจข้อมูลสำหรับงานวิจัยดังกล่าวในเดือนมีนาคม - เมษายน ๒๕๖๐ ด้วย
๕. ที่ผ่านมา รัฐบาลไทยได้แสดงความมุ่งมั่นที่จะยกระดับการจัดการแรงงานทั้งไทยและต่างด้าว โดยเฉพาะในภาคประมง ทั้งการออก พ.ร.ก. การบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ. ๒๕๖๐ เพื่อควบคุมการบริหารการทำงานของคนต่างด้าวทั้งระบบให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และป้องกันการค้ามนุษย์ในด้านแรงงาน นอกจากนี้ ภายใต้ความร่วมมือกับ ILO ไทยกำลังอยู่ในระหว่างการร่าง พ.ร.บ. ป้องกันและขจัดแรงงานบังคับ เพื่อรองรับการให้สัตยาบันพิธีสารภายใต้อนุสัญญา ILO ฉบับที่ ๒๙ ว่าด้วยแรงงานบังคับ และร่าง พ.ร.บ. แรงงานประมงทะเล เพื่อรองรับการให้สัตยาบันอนุสัญญา ILO ฉบับที่ ๑๘๘ ว่าด้วยการทำงานในภาคประมงทะเล อีกทั้งไทยกำลังปรับปรุงกฎหมายภายในเพื่อรองรับการให้สัตยาบันอนุสัญญา ILO ฉบับที่ ๙๘ ว่าด้วยสิทธิในการรวมตัวและการร่วมเจรจาต่อรอง และได้จัดตั้งคณะทำงานส่งเสริมแรงงานสัมพันธ์ในกิจการประมงทะเล ซึ่งมีผู้แทนส่วนราชการไทย ILO และภาคประชาสังคมเข้าร่วมคณะทำงานด้วย
๖. ไทยมีความคืบหน้าเรื่องการแก้ไขปัญหาแรงงานในภาพรวม ซึ่งครอบคลุมแรงงานในภาคประมงโดยมีการจัดตั้งกลไกความร่วมมือกับสหภาพยุโรปในเรื่องแรงงานเป็นการเฉพาะ และมีกลไกความร่วมมือกับองค์การระหว่างประเทศอื่น เช่น ILO และ NGO ต่าง ๆ อย่างเป็นรูปธรรมและต่อเนื่อง ข้อมูลในงานวิจัยที่ดำเนินการในช่วงต้นปี พ.ศ. ๒๕๖๐ และอ้างอิงข้อมูลในปีก่อนหน้านั้น จึงไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริงทั้งหมดและไม่สะท้อนถึงพัฒนาการการแก้ไขปัญหาอย่างต่อเนื่องของไทยในปัจจุบัน อย่างไรก็ดี งานวิจัยข้อมูลพื้นฐานของโครงการฯ ได้แสดงถึงความมุ่งมั่นของทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งแสดงความตั้งใจที่จะขับเคลื่อนการดำเนินงานเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของแรงงาน โดยเฉพาะในภาคประมงให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล ซึ่งรัฐบาลไทยให้ความสำคัญและจะสนับสนุนความร่วมมือดังกล่าวอย่างต่อเนื่องต่อไป
TOP
กระทรวงการต่างประเทศ
Ministry of Foreign Affairs
Ministry of Foreign Affairs
443 ถนนศรีอยุธยา แขวงทุ่งพญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพมหานคร 10400
วันทำการ : จันทร์ - ศุกร์ เวลา 08.30 - 16.30 น.
(ยกเว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์)
งานรับ-ส่งหนังสือ และงานสารบรรณ:
อีเมล [email protected]
เว็บไซต์นี้ได้รับการออกแบบเพื่ออำนวยความสะดวกให้ทุกคนเข้าถึงเว็บไซต์ได้และมีมาตรฐาน WCAG 2.0 ระดับ AA
** เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุดควรใช้ Chrome เวอร์ชั่น 76 ขึ้นไป **
เบอร์ติดต่อ : 0-2203-5000
โทรสาร : 02-643-5018
Copyright © 2012-2014 Ministry of Foreign Affairs, Kingdom of Thailand. All rights reserved.
Ministry of Foreign Affairs Sri Ayudhya Road, Bangkok 10400 Thailand Tel. 0-2203-5000 Thailand.
Ministry of Foreign Affairs Sri Ayudhya Road, Bangkok 10400 Thailand Tel. 0-2203-5000 Thailand.