ปลัดกระทรวงการต่างประเทศพบหารือกับคณะเอกอัครราชทูตจากสหภาพยุโรป
วันที่นำเข้าข้อมูล 20 ก.ค. 2561
วันที่ปรับปรุงข้อมูล 28 พ.ย. 2565
| 1,936 view
เมื่อวันที่ ๑๖ กรกฎาคม ๒๕๖๑ นางบุษยา มาทแล็ง ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ ได้พบหารือกับคณะเอกอัครราชทูตจากสหภาพยุโรป จำนวน ๒๑ ประเทศ นำโดยนายปีร์กะ ตาปิโอละ เอกอัครราชทูต และหัวหน้าคณะผู้แทนสหภาพยุโรปประจำประเทศไทย
ปลัดกระทรวงการต่างประเทศได้แสดงความขอบคุณประเทศสมาชิกของสหภาพยุโรปที่ให้ความช่วยเหลือทีมนักฟุตบอลเยาวชนที่ติดอยู่ภายในถ้ำหลวง จ. เชียงราย พร้อมทั้งได้กล่าวถึงพัฒนาการของประเทศไทย โดยมีการปฏิรูปในทุก ๆ ด้าน โดยเฉพาะในด้านเศรษฐกิจที่มียุทธศาสตร์ชาติระยะ ๒๐ ปี นโยบายประเทศไทย ๔.๐ และโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออกเป็นกลไกขับเคลื่อน ซึ่งทำให้เศรษฐกิจไทยขยายตัวเพิ่มขึ้นจากร้อยละ ๐.๙ ในปี ๒๕๕๗ เป็นร้อยละ ๔.๘ ในไตรมาสแรกของปี ๒๕๖๑ ส่วนในด้านการเมือง ไทยกำลังพัฒนาไปสู่การกลับคืนสู่ประชาธิปไตยที่เข้มแข็ง สังคมที่ปรองดอง และเดินหน้าตามโรดแมปเพื่อนำไปสู่การเลือกตั้ง รวมถึงพัฒนาการเชิงบวกด้านการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชนของไทย ซึ่งเอกอัครราชทูตสหภาพยุโรปประจำประเทศไทยกล่าวยินดีต่อพัฒนาการด้านเศรษฐกิจและการเมืองของไทย โดยหวังว่าไทยจะมีการเลือกตั้งตามโรปแมป และชื่นชมต่อการปฏิรูปด้านการบริหารจัดการแรงงานต่างด้าวของไทย
ทั้งสองฝ่ายได้หารือเกี่ยวกับความสัมพันธ์ทวิภาคี ซึ่งได้เน้นการมองไปข้างหน้าร่วมกัน เพื่อให้ความสัมพันธ์ไทย-สหภาพยุโรป และกับประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป มีพลวัตความร่วมมือและเพิ่มพูนความเป็นหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ระหว่างกันให้มากขึ้นในทุกด้าน ดังตัวอย่างการเยือนสหราชอาณาจักรและฝรั่งเศสของนายกรัฐมนตรี เมื่อเดือนมิถุนายน ๒๕๖๑ ปลัดกระทรวงฯ ได้แจ้งให้คณะทูตฯ ทราบถึงประเด็นที่นายกรัฐมนตรีได้เน้นย้ำในระหว่างการเยือนยุโรปว่า ไทยต้องการกระจายความเป็นหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจไปยังประเทศยุโรปให้มากขึ้น และพร้อมที่จะดูแลให้การส่งเสริมการลงทุนของยุโรปในไทยเป็นไปอย่างเท่าเทียมและโปร่งใส ทั้งนี้ ทั้งสองฝ่ายยินดีต่อการกลับมาเริ่มสำรวจหาลู่ทางรื้อฟื้น การเจรจาความตกลงการค้าเสรีระหว่างไทยกับสหภาพยุโรป
ทั้งสองฝ่ายยังได้มีการแลกเปลี่ยนความเห็นเกี่ยวกับความร่วมมือในระดับภูมิภาค โดยเอกอัครราชทูตออสเตรียประจำประเทศไทยได้แจ้งลำดับความสำคัญของการเป็นประธานคณะมนตรีแห่งสหภาพยุโรปของออสเตรียระหว่างเดือนกรกฎาคม–ธันวาคม ๒๕๖๑ และการให้ความสำคัญกับภูมิภาคเอเชีย โดยเฉพาะประเด็นความเชื่อมโยง ซึ่งไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่มีบทบาทหลักในภูมิภาค ในขณะที่ไทยได้แจ้งลำดับความสำคัญของการเป็นประธานอาเซียนในปี ๒๕๖๒ ซึ่งจะเสริมสร้างประชาคมอาเซียนที่มีประชาชนเป็นศูนย์กลาง ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง เน้นการพัฒนาที่ยั่งยืน ตลอดจนแนวทางที่ไทยกับยุโรปจะร่วมมือกันได้ในช่วงการเป็นประธานอาเซียน
นอกจากนี้ ฝ่ายไทยยังได้แจ้งให้คณะทูตทราบถึงบทบาทของไทยในฐานะประธาน ACMECS ที่ผ่านมาโดยเฉพาะข้อริเริ่มในการจัดทำแผนแม่บท ACMECS ระยะ ๕ ปี (ค.ศ. ๒๐๑๙ – ๒๐๒๓) และการจัดตั้งกองทุน ACMECS ซึ่งสหภาพยุโรปและประเทศสมาชิกสามารถเข้าร่วมเป็นหุ้นส่วนเพื่อการพัฒนาได้ ทั้งสองฝ่ายยังได้แลกเปลี่ยนความเห็นเกี่ยวกับการเป็นหุ้นส่วนความร่วมมือในประเด็นระดับภูมิภาคและระดับโลกโดยให้ความสำคัญกับแนวทางพหุภาคีนิยม และการปฏิบัติตามกฎกติการะหว่างประเทศ ตลอดจนการส่งเสริมความเชื่อมโยงภายใต้กรอบการประชุมผู้นำเอเชีย-ยุโรป
รูปภาพประกอบ
รูปภาพประกอบTOP
กระทรวงการต่างประเทศ
Ministry of Foreign Affairs
Ministry of Foreign Affairs
443 ถนนศรีอยุธยา แขวงทุ่งพญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพมหานคร 10400
วันทำการ : จันทร์ - ศุกร์ เวลา 08.30 - 16.30 น.
(ยกเว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์)
งานรับ-ส่งหนังสือ และงานสารบรรณ:
อีเมล [email protected]
เว็บไซต์นี้ได้รับการออกแบบเพื่ออำนวยความสะดวกให้ทุกคนเข้าถึงเว็บไซต์ได้และมีมาตรฐาน WCAG 2.0 ระดับ AA
** เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุดควรใช้ Chrome เวอร์ชั่น 76 ขึ้นไป **
เบอร์ติดต่อ : 0-2203-5000
โทรสาร : 02-643-5018
Copyright © 2012-2014 Ministry of Foreign Affairs, Kingdom of Thailand. All rights reserved.
Ministry of Foreign Affairs Sri Ayudhya Road, Bangkok 10400 Thailand Tel. 0-2203-5000 Thailand.
Ministry of Foreign Affairs Sri Ayudhya Road, Bangkok 10400 Thailand Tel. 0-2203-5000 Thailand.