คำปราศรัย พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ทางวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เนื่องในวันสหประชาชาติ ๒๔ ตุลาคม ๒๕๖๑
คำปราศรัย พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ทางวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เนื่องในวันสหประชาชาติ ๒๔ ตุลาคม ๒๕๖๑
วันที่นำเข้าข้อมูล 24 ต.ค. 2561
วันที่ปรับปรุงข้อมูล 25 พ.ย. 2565
พี่น้องชาวไทยที่รัก
วันที่ ๒๔ ตุลาคม ของทุกปี เป็นวันสหประชาชาติ องค์การสากลระหว่างประเทศที่ทำหน้าที่แก้ไขปัญหาของโลก จรรโลงสันติภาพและความมั่นคง ปกป้องส่งเสริมสิทธิมนุษยชน รวมทั้งสร้างความเจริญรุ่งเรืองแก่มวลมนุษยชาติ
อย่างไรก็ตาม โลกยังเผชิญกับปัญหาสำคัญและความรุนแรงในหลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นความขัดแย้งที่ลุกลามจนนำไปสู่การใช้กำลังอาวุธ ส่งผลให้เกิดความสูญเสียและเกิดวิกฤตการณ์ด้านมนุษยธรรมอย่างต่อเนื่อง รวมถึงความท้าทายอื่น ๆ ที่เป็นอุปสรรคต่อการบรรลุเป้าหมายเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน ความท้าทายเหล่านี้เป็นสิ่งที่ไร้พรมแดน และจำเป็นอย่างยิ่งที่ประชาคมระหว่างประเทศจะต้องร่วมมือกันและรับผิดชอบร่วมกัน เพื่อเร่งรัดแก้ไขปัญหาและรับมือกับความท้าทายอย่างเป็นระบบและมีผลที่ยั่งยืน ไม่ก่อให้เกิดปัญหาอื่น ๆ ตามมา
การรับมือกับความท้าทายเหล่านี้ต้องอาศัยกรอบการทำงานภายใต้ระบบพหุภาคีนิยม ซึ่งคือการที่ประเทศสมาชิกสหประชาชาติทำงานร่วมกันและมีส่วนร่วมรับผิดชอบด้วยกัน เพื่อให้สามารถแก้ไขปัญหาอย่างรอบด้านและบรรลุเป้าหมายเดียวกัน สอดคล้องกับเสาหลัก ๓ เสา ของสหประชาชาติ ได้แก่ การพัฒนา สิทธิมนุษยชน และ สันติภาพและความมั่นคง
ในด้านการพัฒนา เมื่อปี ๒๕๕๘ ผมได้ไปร่วมรับรองวาระการพัฒนาที่ยั่งยืน ค.ศ. ๒๐๓๐ รัฐบาลให้ความสำคัญกับการพัฒนาประเทศไปสู่ความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน โดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง และมีประชาชนเป็นศูนย์กลาง
ด้วยการสร้างกลไกการขับเคลื่อนอย่างบูรณาการทุกภาคส่วนในรูปแบบประชารัฐ สู่การบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน หรือ SDGs ของสหประชาชาติ รัฐบาลได้เดินหน้าสร้างหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ ให้ไทยเป็นสะพานเชื่อมความร่วมมือระหว่างกลุ่มต่าง ๆ ในประชาคมโลก ภายใต้แนวคิด “เข้มแข็งไปด้วยกัน” โดยน้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง หรือ SEP ไปใช้เป็นแนวทางในการบรรลุ SDGs สมาชิกกลุ่ม ๗๗ ได้นำ SEP ไปปฏิบัติ และเป็นหุ้นส่วนกับไทยในแนวคิด “SEP for SDGs” แล้วกว่า ๒๐ ประเทศ
ด้านสิทธิมนุษยชน ผมขอยืนยันความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการขับเคลื่อนวาระแห่งชาติ สิทธิมนุษยชน โดยสอดคล้องพันธกรณีภายใต้ตราสารระหว่างประเทศด้านสิทธิมนุษยชนที่ไทยเป็นภาคี ซึ่งขณะนี้ ไทยอยู่ในขั้นสุดท้ายของการจัดทำร่างแผนสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ฉบับที่ ๔ และร่างแผนปฏิบัติการแห่งชาติว่าด้วยธุรกิจกับสิทธิมนุษยชน
รัฐบาลเชื่อมั่นว่าเทคโนโลยีและนวัตกรรม ความร่วมมือกับทุกภาคส่วนรวมถึงหน่วยงานสหประชาชาติและภาคประชาสังคม การส่งเสริมบทบาทของเด็กและเยาวชน ในการสร้างการเปลี่ยนแปลง ตลอดจนทัศนคติที่เปิดรับและมีความพร้อม เป็นปัจจัยสำคัญที่จะนำไปสู่ความสำเร็จในการดำเนินงานด้านสิทธิมนุษยชน
ในด้านสันติภาพและความมั่นคง ไทยสนับสนุนความมุ่งมั่นของเลขาธิการสหประชาชาติในการสร้างความเชื่อมโยงระหว่างสันติภาพและความมั่นคงกับการพัฒนาที่ยั่งยืนให้เข้มแข็งยิ่งขึ้น ไทยเชื่อว่า สันติภาพที่ยั่งยืนเป็นเงื่อนไขสำคัญของการพัฒนาด้านสังคมและเศรษฐกิจอย่างครอบคลุมรอบด้าน และการพัฒนาจะช่วยธำรงรักษาสันติภาพได้
และในปีนี้ ไทยจะส่งกองกำลังทหารช่างเข้าร่วมภารกิจรักษาสันติภาพในสาธารณรัฐเซาท์ซูดาน โดยมีเป้าประสงค์สำคัญเพื่อสนับสนุนการก่อสร้างพื้นฐาน และส่งเสริมการพัฒนาตามหลักเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อให้เซาท์ซูดานมีสันติภาพที่ยั่งยืน
ไทยได้แสดงบทบาทที่แข็งขันในเวทีระหว่างประเทศเพื่อสนับสนุนการดำเนินการเรื่องการลดและไม่แพร่ขยายอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง โดยเฉพาะในเรื่องอาวุธนิวเคลียร์ ซึ่งไทยเป็นหนึ่งในสามประเทศแรกของโลกที่ได้ลงนามและให้สัตยาบันสนธิสัญญาห้ามอาวุธนิวเคลียร์ เมื่อเดือนกันยายน ๒๕๖๐ และในปีนี้ เมื่อวันที่ ๒๕ กันยายน ไทยได้ให้สัตยาบันสนธิสัญญาว่าด้วยการห้ามทดลองนิวเคลียร์โดยสมบูรณ์
ไทยยังสนับสนุนความพยายามของเลขาธิการสหประชาชาติที่จะปฏิรูประบบสหประชาชาติที่มีประสิทธิภาพ โดยมีประชาชนเป็นศูนย์กลาง ประเทศไทยเป็นที่ตั้งของสำนักงานคณะกรรมาธิการเศรษฐกิจและสังคมแห่งสหประชาชาติสำหรับเอเชียและแปซิฟิก หรือ เอสแคป (ESCAP) ซึ่งเป็นกลไกระดับภูมิภาคที่ร่วมขับเคลื่อนการดำเนินการตามวาระการพัฒนาที่ยั่งยืน ค.ศ. ๒๐๓๐ และรัฐบาลยังมีนโยบายส่งเสริมให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางของที่ตั้งสำนักงานและการดำเนินงานขององค์การระหว่างประเทศและการประชุมระหว่างประเทศในประเทศไทย
ในปี ๒๕๖๒ ไทยจะดำรงตำแหน่งประธานอาเซียนอีกวาระหนึ่ง และมีเป้าหมายที่จะส่งเสริมการสร้างประชาคมอาเซียนให้มีประชาชนเป็นศูนย์กลางอย่างแท้จริง โดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ไทยจะเสริมสร้างความเข้มแข็งความเป็นหุ้นส่วนกับสหประชาชาติให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น และถือเป็นโอกาสอันดีที่จะแสดงให้ประชาคมโลกเห็นถึงบทบาทที่แข็งขันและสร้างสรรค์ของไทยในเวทีโลกต่อไป ซึ่งผมเห็นว่า ยังมีโอกาสและศักยภาพที่จะพัฒนาความเป็นหุ้นส่วนในการทำงานระหว่างไทยกับสหประชาชาติต่อไปได้อีกมาก
ขอบคุณครับ
Ministry of Foreign Affairs
วันทำการ : จันทร์ - ศุกร์ เวลา 08.30 - 16.30 น.
(ยกเว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์)
งานรับ-ส่งหนังสือ และงานสารบรรณ:
อีเมล [email protected]
เว็บไซต์นี้ได้รับการออกแบบเพื่ออำนวยความสะดวกให้ทุกคนเข้าถึงเว็บไซต์ได้และมีมาตรฐาน WCAG 2.0 ระดับ AA
** เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุดควรใช้ Chrome เวอร์ชั่น 76 ขึ้นไป **
Ministry of Foreign Affairs Sri Ayudhya Road, Bangkok 10400 Thailand Tel. 0-2203-5000 Thailand.