ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการต่างประเทศร่วมกับนายกรัฐมนตรีให้การต้อนรับประธานาธิบดีแห่งสมาพันธรัฐสวิส ในโอกาสเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการ พร้อมมุ่งกระชับความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ การลงทุน นวัตกรรม และการเปลี่ยนผ่านสีเขียว
เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2569 นายศรัณย์ เจริญสุวรรณ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการต่างประเทศในฐานะผู้แทนรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ร่วมคณะนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ให้การต้อนรับนายกี ปาร์เมอแล็ง ประธานาธิบดีแห่งสมาพันธรัฐสวิส ในโอกาสเดินทางเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ 15-17 ตุลาคม 2569 และเข้าร่วมการประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศและกลุ่มธนาคารโลก ซึ่งตรงกับปีครบรอบ 95 ปีของการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างไทยกับสมาพันธรัฐสวิส โดยมีนางการอลีน ปาร์เมอแล็ง ภริยา และคณะผู้แทนระดับสูง รวมถึงผู้แทนภาคเอกชนสวิส ร่วมเดินทางด้วย
นายกรัฐมนตรีและประธานาธิบดีแห่งสมาพันธรัฐสวิสหารือการส่งเสริมความสัมพันธ์และขยายความร่วมมือในสาขาที่มีศักยภาพ มีประเด็นสำคัญ ดังนี้
ด้านเศรษฐกิจ การค้า และการลงทุน ทั้งสองฝ่ายให้ความสำคัญกับการผลักดันความตกลงการค้าเสรีไทย–สมาคมการค้าเสรียุโรป (EFTA) ให้มีผลใช้บังคับโดยเร็ว เพื่อส่งเสริมโอกาสทางการค้า การลงทุน และความเชื่อมโยงระหว่างภาคเอกชนของทั้งสองประเทศ โดยเฉพาะการลงทุนในอุตสาหกรรมมูลค่าสูง เทคโนโลยีขั้นสูง และอุตสาหกรรมแห่งอนาคต รวมถึงการถ่ายทอดเทคโนโลยีและการพัฒนาห่วงโซ่อุปทานร่วมกัน ทั้งนี้ สมาพันธรัฐสวิสเป็นคู่ค้าอันดับหนึ่งของไทยในยุโรปตั้งแต่ปี 2568 และเป็นหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจที่สำคัญของไทย โดยนายกรัฐมนตรียินดีที่ประธานาธิบดีแห่งสมาพันธรัฐสวิสเดินทางมาพร้อมกับคณะนักธุรกิจสวิส ซึ่งเป็นโอกาสในการส่งเสริมความร่วมมือระหว่างภาคเอกชนของทั้งสองประเทศ
ด้านสภาพภูมิอากาศและการเปลี่ยนผ่านสีเขียว ทั้งสองฝ่ายหารือแนวทางต่อยอดความร่วมมือภายใต้ข้อ 6 ของความตกลงปารีส โดยเฉพาะโครงการรถโดยสารไฟฟ้าในกรุงเทพมหานคร (Bangkok E-Bus Programme) ซึ่งปัจจุบันมีรถโดยสารไฟฟ้าให้บริการแล้วประมาณ 2,000 คัน ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและมลพิษทางอากาศ ตลอดจนส่งเสริมการเดินทางที่สะอาดและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายมุ่งขยายความร่วมมือไปสู่โครงการใหม่ ๆ โดยมูลนิธิ KliK ของสมาพันธรัฐสวิสมีแผนรับซื้อคาร์บอนเครดิตจากโครงการในประเทศไทย มูลค่ารวมประมาณ 120 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เมื่อโครงการเหล่านี้ผ่านกระบวนการอนุญาตของทั้งสองประเทศ ซึ่งจะช่วยสนับสนุนการลงทุนในเทคโนโลยีสีเขียวและการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำของไทย
ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม ทั้งสองฝ่ายให้ความสำคัญกับการส่งเสริมความร่วมมือระหว่างสถาบันวิจัย มหาวิทยาลัย และภาคเอกชน เพื่อสนับสนุนการวิจัยและพัฒนา การถ่ายทอดองค์ความรู้และเทคโนโลยี ตลอดจนการประยุกต์ใช้นวัตกรรมเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันทางเศรษฐกิจ
ด้านการศึกษาและการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ทั้งสองฝ่ายหารือโอกาสขยายความร่วมมือด้านการศึกษา การพัฒนาทักษะแรงงาน และการฝึกอบรมด้านเทคนิคและอาชีวศึกษา เพื่อพัฒนากำลังคนที่มีทักษะสูงและตอบสนองความต้องการของอุตสาหกรรมแห่งอนาคต
การเยือนครั้งนี้สะท้อนถึงความสัมพันธ์อันใกล้ชิดระหว่างไทยกับสมาพันธรัฐสวิส และความมุ่งมั่นร่วมกันที่จะส่งเสริมความเป็นหุ้นส่วนที่มุ่งสู่อนาคต โดยอาศัยจุดแข็งและศักยภาพที่เกื้อกูลกันของทั้งสองประเทศ เพื่อสร้างประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรมแก่ประชาชนและภาคธุรกิจของทั้งสองฝ่าย
ทั้งนี้ ภายหลังการหารือ นายกรัฐมนตรีเป็นเจ้าภาพเลี้ยงอาหารกลางวันเพื่อเป็นเกียรติแก่ประธานาธิบดีแห่งสมาพันธรัฐสวิสและคณะ ที่ทำเนียบรัฐบาลด้วย
รูปภาพประกอบ
รูปภาพประกอบMinistry of Foreign Affairs
วันทำการ : จันทร์ - ศุกร์ เวลา 08.30 - 16.30 น.
(ยกเว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์)
งานรับ-ส่งหนังสือ และงานสารบรรณ:
อีเมล [email protected]
เว็บไซต์นี้ได้รับการออกแบบเพื่ออำนวยความสะดวกให้ทุกคนเข้าถึงเว็บไซต์ได้และมีมาตรฐาน WCAG 2.0 ระดับ AA
** เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุดควรใช้ Chrome เวอร์ชั่น 76 ขึ้นไป **
Ministry of Foreign Affairs Sri Ayudhya Road, Bangkok 10400 Thailand Tel. 0-2203-5000 Thailand.