แถลงข่าวร่วมสำหรับการเยือนไทยอย่างเป็นทางการของ ดาโตะ ซรี อิซมาอิล ซาบรี ยาคบ นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย
แถลงข่าวร่วมสำหรับการเยือนไทยอย่างเป็นทางการของ ดาโตะ ซรี อิซมาอิล ซาบรี ยาคบ นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย
วันที่นำเข้าข้อมูล 25 ก.พ. 2565
วันที่ปรับปรุงข้อมูล 30 พ.ย. 2565
(คำแปลอย่างไม่เป็นทางการ)
แถลงข่าวร่วมสำหรับการเยือนไทยอย่างเป็นทางการของ
ดาโตะ ซรี อิซมาอิล ซาบรี ยาคบ
นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย
วันศุกร์ที่ ๒๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕
๑. ดาโตะ ซรี อิซมาอิล ซาบรี ยาคบ นายกรัฐมนตรีแห่งมาเลเซีย เยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการระหว่างวันที่ ๒๔ – ๒๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕ ตามคำเชิญของ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี โดยเป็นส่วนหนึ่งของการเดินทางเยือนประเทศสมาชิกอาเซียนเพื่อเแนะนำตัวในโอกาสที่นายกรัฐมนตรีมาเลเซียเข้ารับตำแหน่งใหม่ โดยนายกรัฐมนตรีทั้งสองฝ่ายได้หารือทวิภาคีร่วมกันในวันที่ ๒๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕ ณ ทำเนียบรัฐบาล
๒. ทั้งสองฝ่ายตระหนักว่าการเยือนประเทศไทยครั้งแรกของนายกรัฐมนตรีอิซมาอิลฯ มีความสำคัญในการส่งเสริมมิตรภาพอันแน่นแฟ้นและยาวนานระหว่างทั้งสองประเทศ ผู้นำทั้งสองได้เน้นย้ำความมุ่งมั่นที่จะขับเคลื่อนความเป็นหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ระหว่างประเทศไทยกับมาเลเซีย และปูทางไปสู่การยกระดับความสัมพันธ์ทวิภาคีของทั้งสองประเทศให้ก้าวหน้าขึ้นอีก
๓. ทั้งสองฝ่ายยืนยันความมุ่งมั่นที่จะร่วมมือกันอย่างใกล้ชิดเพื่อฟื้นตัวอย่างรวดเร็วและยั่งยืนหลังการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (โควิด-๑๙) และจะแสวงหาความร่วมมือด้านใหม่ ๆ เพื่อจะส่งเสริมความมั่นคงอย่างรอบด้านและความเจริญรุ่งเรืองของประชาชนไทยและมาเลเซีย ดังนี้
การฟื้นฟูความเชื่อมโยงในทุกมิติ
๔. ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะส่งเสริมความเชื่อมโยงที่ไร้รอยต่อและครอบคลุมระหว่างทั้งสองประเทศ ซึ่งรวมถึงการอำนวยความสะดวกสำหรับการเดินทางข้ามพรมแดนทางอากาศ ทางบก และทางทะเล และการผลักดันโครงการความเชื่อมโยงที่คั่งค้างให้มีความคืบหน้า ทั้งสองฝ่ายได้หารือการเปิดพรมแดนสำหรับผู้ที่จะเดินทางจากอีกประเทศ ซึ่งได้รับวัคซีนครบโดส เพื่อช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจและให้ประชาชนสามารถไปมาหาสู่กันได้อีกครั้งในโอกาสแรก โดยยังต้องให้ความสำคัญกับมาตรการด้านสาธารณสุขและการควบคุมโรค โดยในประเด็นนี้ ทั้งสองฝ่ายหวังที่จะมีการกลับมาเปิดพรมแดนทางอากาศร่วมกันอีกครั้งโดยเร็วสำหรับผู้ที่ได้วัคซีนครบโดสโดยไม่ต้องกักกันตัว เพื่อช่วยกระตุ้นภาคการท่องเที่ยวและสนับสนุนการฟื้นฟูเศรษฐกิจของทั้งสองประเทศ ทั้งสองฝ่ายยังได้มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดตั้งคณะทำงานร่วมเพื่อหารือแนวทาง โดยเฉพาะสำหรับการเดินทางข้ามพรมแดนทางบก
๕. ทั้งสองฝ่ายตระหนักถึงความสำคัญของการยอมรับร่วมกันของเอกสารรับรองการฉีดวัคซีนระหว่างประเทศไทยกับมาเลเซีย และเห็นพ้องที่จะเร่งรัดกระบวนการซึ่งจะอำนวยความสะดวกให้กับการเดินทางของประชาชนทั้งสองประเทศ
๖. ทั้งสองฝ่ายหารือเกี่ยวกับสถานะของโครงการความเชื่อมโยงที่คั่งค้าง โดยเฉพาะการสร้างถนนเชื่อมต่อด่านศุลกากรสะเดาแห่งใหม่ – ด่านศุลกากรบูกิตกายูฮิตัม และการสร้างสะพานข้ามแม่น้ำโก-ลกแห่งใหม่ รวมทั้งเห็นพ้องที่จะร่วมมือกันอย่างใกล้ชิดเพื่อเร่งรัดโครงการดังกล่าว
๗. ทั้งสองฝ่ายตระหนักถึงผลประโยชน์ร่วมกันจากการส่งเสริมความเชื่อมโยงระหว่างเขตเศรษฐกิจพิเศษบริเวณชายแดนทั้งสองประเทศ และมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันพิจารณาความเป็นไปได้ที่จะร่วมมือกันในเรื่องนี้
๘. ทั้งสองฝ่ายยืนยันความมุ่งมั่นที่จะส่งเสริมความร่วมมือในกรอบแผนงานการพัฒนาเขตเศรษฐกิจสามฝ่ายอินโดนีเซีย-มาเลเซีย-ไทยให้แน่นแฟ้น โดยเฉพาะการดำเนินโครงการด้านโครงสร้างพื้นฐานเชื่อมโยงทางกายภาพ นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายตระหนักถึงความสำคัญของการร่วมมือกันในสามด้านหลัก ได้แก่ เกษตรกรรมและอุตสาหกรรมการเกษตร การท่องเที่ยว และผลิตภัณฑ์และบริการฮาลาล เพื่อที่จะบรรลุวิสัยทัศน์แผนงานการพัฒนาเขตเศรษฐกิจสามฝ่ายอินโดนีเซีย-มาเลเซีย-ไทย ปี ค.ศ. ๒๐๓๖ ที่ต้องการรวมกลุ่มกันอย่างมีบูรณาการ ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม ครอบคลุม และยั่งยืน
การกระตุ้นฟื้นฟูเศรษฐกิจ
๙. ทั้งสองฝ่ายยืนยันความมุ่งมั่นที่จะส่งเสริมการค้าและการลงทุนทวิภาคี รวมทั้งจะทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดต่อไปเพื่อบรรลุเป้าหมายมูลค่าการค้าระหว่างกันจำนวน ๓ หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยขยายกรอบระยะเวลาเป็นภายในปี ค.ศ. ๒๐๒๕ ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องด้วยว่าควรจัดการประชุมคณะกรรมการร่วมทางการค้า ครั้งที่ ๓ ในโอกาสแรกเพื่อขับเคลื่อนสู่เป้าหมายดังกล่าว
๑๐. ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะแสวงหาความร่วมมือด้านใหม่ ๆ ซึ่งรวมถึงเศรษฐกิจดิจิทัล เศรษฐกิจหมุนเวียนและเศรษฐกิจสีเขียว ซึ่งสอดคล้องกับรูปแบบเศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน และเศรษฐกิจสีเขียว สู่การพัฒนาที่ยั่งยืนและอนาคตที่ครอบคลุม รวมทั้งความเป็นไปได้ที่จะร่วมมือกันในด้านการวิจัยวัคซีน
๑๑. ทั้งสองฝ่ายแสดงความพร้อมที่จะลงนามในบันทึกความเข้าใจที่ยั่งคั่งค้างในเรื่องการขนส่งสินค้าและ
การขนส่งผู้โดยสารทางถนนข้ามพรมแดน และความร่วมมือด้านศุลกากร เมื่อได้ข้อสรุปสุดท้ายร่วมกัน และต่างฝ่ายได้ดำเนินกระบวนการภายในที่เกี่ยวข้องเสร็จสิ้นแล้ว
การเน้นย้ำความมั่นคงและเสถียรภาพ
๑๒. ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องถึงความสำคัญของการส่งเสริมการพัฒนาที่ครอบคลุมและยั่งยืนในจังหวัดชายแดนภาคใต้ของประเทศไทย และในรัฐทางภาคเหนือของมาเลเซีย เพื่อธำรงไว้ซึ่งสันติสุข ความมั่นคง และความเจริญรุ่งเรืองของพื้นที่ชายแดนของทั้งสองประเทศ ทั้งสองฝ่ายยังเห็นพ้องที่จะเสริมสร้างความร่วมมือด้านความมั่นคงให้เข้มแข็งเพื่อส่งเสริมความมั่นคงทางชายแดน โดยเฉพาะการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติและการกระทำผิดกฎหมายข้ามแดนอื่น ๆ
การฟื้นฟูกลไกความร่วมมือทวิภาคี
๑๓. ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะเพิ่มพูนการหารือ สนับสนุนให้มีการแลกเปลี่ยนการเยือนและการติดต่อกันให้มากขึ้น รวมถึงฟื้นฟูกลไกความสัมพันธ์ทวิภาคีที่มีอยู่ อาทิ การประชุมหารือประจำปีระหว่างนายกรัฐมนตรีทั้งสอง การประชุมคณะกรรมาธิการร่วมว่าด้วยความร่วมมือทวิภาคี การประชุมคณะกรรมการว่าด้วยยุทธศาสตร์การพัฒนาร่วมสำหรับพื้นที่ชายแดน การประชุมคณะกรรมการร่วมด้านการค้า การประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป และการประชุมคณะกรรมการร่วมว่าด้วยความร่วมมือด้านความมั่นคง ในการนี้ ฝ่ายไทยแสดงความพร้อมที่จะเป็นเจ้าภาพการประชุมคณะกรรมาธิการร่วมว่าด้วยความร่วมมือทวิภาคีไทย – มาเลเซีย ครั้งที่ ๑๔ และการประชุมระดับรัฐมนตรีสำหรับคณะกรรมการว่าด้วยยุทธศาสตร์การพัฒนาร่วมสำหรับพื้นที่ชายแดนไทย – มาเลเซีย ครั้งที่ ๕ ในปี ๒๕๖๕
ความร่วมมือระดับภูมิภาค
๑๔. ทั้งสองฝ่ายแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับพัฒนาการล่าสุดในภูมิภาคและยืนยันความมุ่งมั่นที่จะส่งเสริมความเป็นแกนกลางของอาเซียนและให้การสนับสนุนอาเซียนอย่างต่อเนื่องเพื่อก้าวข้ามความท้าทายต่าง ๆ เพื่อธำรงสันติสุข ความมั่นคง และเสถียรภาพในภูมิภาค ทั้งสองฝ่ายได้เน้นย้ำความจำเป็นที่ต้องสนับสนุนความพยายามในการสร้างประชาคมอาเซียนให้เข้มแข็ง ซึ่งรวมถึงการดำเนินการภายใต้วิสัยทัศน์ประชาคมอาเซียนภายหลังปี ค.ศ. ๒๐๒๕ ที่มาเลเซียมีบทบาทนำ และเพื่อส่งเสริมความร่วมมือที่เป็นรูปธรรมภายใต้สามเสาหลักของประชาคมอาเซียนเพื่อผลประโยชน์ร่วมกันของประเทศสมาชิกอาเซียน ทั้งสองฝ่ายยังเน้นย้ำบทบาทที่สร้างสรรค์ของอาเซียนในการรับมือกับประเด็นในภูมิภาคที่เป็นข้อห่วงกังวลร่วมกัน ซึ่งรวมถึงสถานการณ์ในเมียนมา โดยเฉพาะการปฏิบัติตามฉันทามติ ๕ ข้อ ตามที่ได้รับมอบหมายจากผู้นำประเทศสมาชิกอาเซียน
๑๕. ทั้งสองฝ่ายยืนยันความมุ่งมั่นที่จะสนับสนุนกรอบความร่วมมือทางเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก (เอเปค) สู่การเป็นประชาคมเอเชีย-แปซิฟิกที่เปิดกว้าง มีพลวัต ยืดหยุ่น และสงบสุข โดยฝ่ายไทยแสดงความตั้งใจที่จะสานต่อความสำเร็จจากการเป็นเจ้าภาพการประชุมเอเปคของมาเลเซีย ในปี ค.ศ. ๒๐๒๐ ขณะที่ฝ่ายมาเลเซียให้การสนับสนุนประเทศไทยสำหรับการเป็นเจ้าภาพการประชุมเอเปค ในปี ค.ศ. ๒๐๒๒
๑๖. ทั้งสองฝ่ายแสดงความพึงพอใจกับผลลัพธ์ของการเยือน ซึ่งแสดงถึงความสัมพันธ์ฉันมิตรอันยาวนานระหว่างประเทศไทยกับมาเลเซีย รวมทั้งความมุ่งมั่นของทั้งสองประเทศที่จะเพิ่มพูนความเป็นหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์เพื่อประโยชน์ของประชาชนทั้งสองประเทศ
* * * * * * * * * *
Ministry of Foreign Affairs
วันทำการ : จันทร์ - ศุกร์ เวลา 08.30 - 16.30 น.
(ยกเว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์)
งานรับ-ส่งหนังสือ และงานสารบรรณ:
อีเมล [email protected]
เว็บไซต์นี้ได้รับการออกแบบเพื่ออำนวยความสะดวกให้ทุกคนเข้าถึงเว็บไซต์ได้และมีมาตรฐาน WCAG 2.0 ระดับ AA
** เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุดควรใช้ Chrome เวอร์ชั่น 76 ขึ้นไป **
Ministry of Foreign Affairs Sri Ayudhya Road, Bangkok 10400 Thailand Tel. 0-2203-5000 Thailand.