สรุปการแถลงข่าวของศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง วันที่ 6 มีนาคม 2569 เวลา 18.10 น.

สรุปการแถลงข่าวของศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง วันที่ 6 มีนาคม 2569 เวลา 18.10 น.

วันที่นำเข้าข้อมูล 6 มี.ค. 2569

วันที่ปรับปรุงข้อมูล 7 มี.ค. 2569

| 168 view

สรุปการแถลงข่าว
ของศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง
โดยนายปาณิดล ปัจฉิมสวัสดิ์ รองอธิบดีกรมสารนิเทศและรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ
วันที่ 6 มีนาคม 2569 เวลา 18.10 น.
ณ ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล

 

  • ตามที่นายอนุทิน ชาญวีรกุล นายกรัฐมนตรี มีคำสั่งจัดตั้ง ศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) เพื่อรวมศูนย์การบริหารจัดการในการช่วยเหลือคนไทยที่ได้รับผลกระทบทั้งในประเทศและในตะวันออกกลางได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
  • การแถลงข่าวจะเกิดขึ้นทุกวันเวลา 18.10 น. โดยมีผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมชี้แจง

 

  1. พัฒนาการของสถานการณ์ในตะวันออกกลาง
  • สถานการณ์ยังคงอ่อนไหว โดยฝ่ายอิสราเอล สหรัฐฯ และอิหร่านยังคงไม่หยุดการโจมตีซึ่งกันและกัน โดยมีรายงานการโจมตีระลอกใหม่เข้ามาเรื่อย ๆ และการปะทะยังขยายวงไปประเทศข้างเคียงหลายประเทศ
  • นอกเหนือจากเลบานอน ยังมีรายงานว่าอาเซอร์ไบจานถูกโจมตีทางอากาศ ทำให้พลเรือนบางส่วนได้รับบาดเจ็บและโครงสร้างพื้นฐานเสียหาย โดยต่อมา รัฐบาลอาเซอร์ไบจานประกาศพร้อมตอบโต้ ทำให้สถานการณ์ในภูมิภาคน่าห่วงกังวลมากขึ้น
  • ในส่วนของสถานการณ์การเปิด-ปิดน่านฟ้า ประเทศอิหร่าน อิสราเอล ซีเรีย อิรัก บาห์เรน คูเวต ยูเออี และกาตาร์ ยังคงปิดน่านฟ้าอยู่
  • ในขณะที่ประเทศ เช่น ซาอุดีอาระเบีย โอมาน และจอร์แดน ยังคงเปิดน่านฟ้าอยู่ โดยเฉพาะซาอุดีอาระเบียและโอมาน ซึ่งตอนนี้ได้กลายเป็นศูนย์กลางในการอพยพคนออกนอกภูมิภาคทางอากาศ
  • ยังไม่มีรายงานคนไทยได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต แต่กระทรวงการต่างประเทศ ขอเรียกร้องให้คนไทย พิจารณาออกนอกพื้นที่เสี่ยงโดยเร็วที่สุด และลงทะเบียนแจ้งข้อมูลที่อยู่และช่องทางติดต่อให้กับสถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลใหญ่ที่รับผิดชอบ

 

  1. ความคืบหน้าของการให้ความช่วยเหลือคนไทยในพื้นที่
  • อิหร่าน คนไทยได้ลงทะเบียนอพยพเพิ่มขึ้นจาก 117 คน เป็น 125 คน โดยจะแบ่งออกเป็นสองกลุ่มที่จะเดินทางออกทางบกเป็น รอบแรก ในวันที่ 7 มีนาคม 2569 จะเดินทางออก 69 คน ส่วนรอบที่สองในวันที่ 10 มีนาคม 2569 จะเดินทางออก 56 คน
  • กระทรวงการต่างประเทศขอเรียกร้องอีกครั้ง ให้คนไทยในอิหร่านที่ต้องการเดินทางกลับเพิ่มเติม รีบติดต่อสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเตหะราน โดยทันที เพื่อจะได้ประสานงานด้านเอกสารกับหน่วยงานต่าง ๆ ได้ทันท่วงที
  • สำหรับผู้อพยพกลุ่มแรกที่จะเดินทางออกมาถึงเมืองวานของตุรกีในวันพรุ่งนี้ (7 มีนาคม 2569) จะมีคณะจากกรมการกงสุลและสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงอังการา เตรียมพร้อมต้อนรับและจัดหาที่พักและอาหารไว้ระหว่างรอขึ้นเครื่องบินกลับไทยต่อไปในช่วง 2 - 3 วันข้างหน้า คนไทยได้ลงทะเบียนอพยพเพิ่มขึ้นจาก 117 คน เป็น 125 คน
  • ตุรกี ตั้งแต่วันพรุ่งนี้ (7 มีนาคม 2569) เป็นต้นไป สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงอังการา จะเปิดศูนย์ปฏิบัติการชั่วคราวที่เมืองวานของตุรกี เพื่ออำนวยความสะดวกให้คนไทยที่จะอพยพออกจากอิหร่านและบินกลับประเทศไทยต่อไป อีกทั้งจะเป็นที่ทำการชั่วคราวของสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเตหะรานด้วย เพื่อช่วยเหลือคนไทยที่เหลือในอิหร่าน
  • สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงอังการาได้ออกประกาศแนะนำคนไทยที่เที่ยวบินถูกยกเลิก เนื่องจากท่าอากาศยานอิสตันบูลต้องรองรับสายการบินอื่น ๆ เป็นจำนวนมากที่เลี่ยงการบินหรือแวะผ่านประเทศที่ปิดน่านฟ้า ดังนี้

(1) ขอให้ติดต่อสายการบินเพื่อขอรับการเยียวยาระหว่างรอเที่ยวบินใหม่
(2) หากมีแนวโน้มที่จะได้รับเที่ยวบินใหม่ล่าช้าจนอาจพ้นกำหนดวีซ่า ขอให้พิจารณายกเลิกเที่ยวบินและซื้อบัตรโดยสารเครื่องบินใหม่ที่เลี่ยงเส้นทางการบินผ่านประเทศที่ปิดน่านฟ้า

ทั้งนี้ คนไทยสามารถพำนักในตุรกีโดยไม่ใช้วีซ่าได้ 30 วัน

  • ซาอุดีอาระเบีย สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงริยาด และสถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองเจดดาห์ ได้ประสานอย่างใกล้ชิดกับสถานเอกอัครราชทูตไทยในประเทศเพื่อนบ้านที่น่านฟ้ายังคงปิดอยู่ในการนำคนไทยเดินทางข้ามแดนเข้ามา เพื่อเดินทางกลับไทยหรือปลายทางอื่นทางอากาศ
  • ยูเออี สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงอาบูดาบี และสถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองดูไบ ได้ประสานช่วยเหลือคนไทยที่ตกค้างอย่างใกล้ชิด โดยสถานกุงสุลใหญ่ฯ ได้ประสานจัดหาเที่ยวบินพาคนไทยตกค้างเดินทางออกนอกประเทศแล้ว 125 คน และจะสนับสนุนคนไทยที่จะเดินทางออกต่อไป
  • แม้น่านฟ้ายูเออียังปิดอยู่ แต่สายการบิน Etihad Emirates และ Air Arabia ได้เปิดเส้นทางบินบางส่วนเพื่อพาคนชาติต่าง ๆ ตกค้างกลับประเทศแล้ว ตั้งแต่ช่วงวันนี้ (6 มีนาคม 2569) เป็นต้นไป
  • หน่วยงานตรวจคนเข้าเมืองยูเออีได้ประกาศยกเว้นค่าปรับการพำนักเกินกำหนดการตรวจลงตรา (overstay) สำหรับผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการปิดน่านฟ้าตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 เป็นต้นมา
  • ในส่วนของประเทศอื่น ๆ สถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลใหญ่ในพื้นที่ได้อำนวยความสะดวกและให้คำแนะนำคนไทยที่ประสงค์กลับประเทศ ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อเร่งรัดกระบวนการทางเอกสาร

รูปภาพประกอบ

รูปภาพประกอบ