รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศติดตามนายกรัฐมนตรีเดินทางเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีนอย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ 16 - 20 กรกฎาคม 2569

วันที่นำเข้าข้อมูล 20 ก.ค. 2569

วันที่ปรับปรุงข้อมูล 20 ก.ค. 2569

| 224 view

เมื่อวันที่ 16 - 20 กรกฎาคม 2569 นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้ร่วมคณะของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีเดินทางเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีนอย่างเป็นทางการตามคำเชิญของนายหลี่ เฉียง นายกรัฐมนตรีสาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งถือเป็นการเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีนอย่างเป็นทางการครั้งแรกของนายกรัฐมนตรีและเป็นการเยือนระดับสูงครั้งแรกในโอกาสก้าวเข้าสู่ปีที่ 51 ของการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตไทย - จีน โดยได้เยือนเมืองสำคัญของจีน 3 เมือง ได้แก่ กรุงปักกิ่ง นครเซี่ยงไฮ้ และนครเฉิงตู

รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศได้เข้าร่วมการหารือระหว่างนายกรัฐมนตรีกับผู้นำของจีน ได้แก่ การเข้าเยี่ยมคารวะนายสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีนเมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม 2569 ที่นครเซี่ยงไฮ้ และการหารือทวิภาคีเต็มคณะกับนายหลี่ เฉียง นายกรัฐมนตรีสาธารณรัฐประชาชนจีนและการพบหารือกับนายจ้าว เล่อจี้ ประธานสภาประชาชนแห่งชาติสาธารณรัฐประชาชนจีน เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2569 ที่กรุงปักกิ่ง

ในโอกาสนี้ ทั้งสองฝ่ายชื่นชมความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดระหว่างไทย – จีนและเห็นพ้องที่จะกระชับความเป็นหุ้นส่วนความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์อย่างรอบด้าน เพื่อส่งเสริมความร่วมมือในมิติต่าง ๆ ให้ก้าวหน้ายิ่งขึ้นต่อไป ในด้านความมั่นคง ทั้งสองฝ่ายได้ประกาศจัดตั้งกลไกการหารือทวิภาคีว่าด้วยความมั่นคงไทย – จีน แบบ 2+2 ระดับรัฐมนตรี โดยมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของทั้งสองประเทศเป็นประธานร่วมและจะเพิ่มพูนความร่วมมือในการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ โดยเฉพาะการปราบปรามขบวนการหลอกลวงออนไลน์

ทั้งสองฝ่ายตกลงที่จะเสริมสร้างความร่วมมือที่เป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้นในด้านเศรษฐกิจ ความเชื่อมโยง และการรักษาเสถียรภาพของห่วงโซ่อุปทาน พร้อมทั้งแสดงความพร้อมที่จะกระชับความร่วมมือด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม (วทน.) รวมถึงอุตสาหกรรมแห่งอนาคต เช่น ปัญญาประดิษฐ์ พลังงานสะอาด เศรษฐกิจดิจิทัล และการแลกเปลี่ยนระดับประชาชน เพื่อสร้างความเข้าใจอันดีและมิตรภาพที่ยั่งยืนระหว่างกัน ไทยและจีนเห็นตรงกันว่า ความเป็นหุ้นส่วนความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์อย่างรอบด้านของทั้งสองประเทศมีความสำคัญต่อสันติภาพ เสถียรภาพ และการพัฒนาของภูมิภาค และเห็นพ้องที่จะส่งเสริมบทบาทเชิงยุทธศาสตร์ร่วมกันในเวทีระหว่างประเทศและกรอบความร่วมมือระดับภูมิภาค เช่น อาเซียน - จีน กรอบความร่วมมือแม่โขง - ล้านช้าง และยุทธศาสตร์ความร่วมมือทางเศรษฐกิจอิรวดี - เจ้าพระยา - แม่โขง (Ayeyawady - Chao Phraya - Mekong Economic Cooperation Strategy: ACMECS) ให้มากยิ่งขึ้น

ในโอกาสเดียวกันนี้ ผู้นำทั้งสองฝ่ายได้ร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามความตกลงสำคัญระหว่างหน่วยงานภาครัฐของไทยและจีน จำนวน 15 ฉบับ ครอบคลุมความร่วมมือด้านการค้า การลงทุน การเกษตร สาธารณสุข วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี การป้องกันการหลอกลวงทางการเงิน การศึกษา และสื่อมวลชน เพื่อขับเคลื่อนความร่วมมือไทย - จีนและสร้างประโยชน์แก่ประชาชนทั้งสองประเทศในระยะยาวต่อไป

 

รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศยังได้เข้าร่วมพิธีเปิดงานสัมมนา “Thailand-China (Sichuan) Investment and Economic Forum 2026” ที่นครเฉิงตู ซึ่งนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน รวมถึงได้เข้าร่วมในการหารือระหว่างนายกรัฐมนตรีกับภาคเอกชนรายใหญ่ของจีน เพื่อสนับสนุนความร่วมมือด้านการค้าและการลงทุนระหว่างกัน อีกทั้งได้เข้าร่วมในการหารือระหว่างนายกรัฐมนตรีกับนายกเทศมนตรีนครเซี่ยงไฮ้และในการหารือกับเลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์จีนประจำมณฑลเสฉวนและผู้ว่าการมณฑลเสฉวน เพื่อหารือเกี่ยวกับแนวทางในการกระชับความร่วมมือระดับท้องถิ่นไทย - จีน ที่นครเซี่ยงไฮ้และนครเฉิงตูตามลำดับด้วย โดยผู้นำท้องถิ่นของนครเซี่ยงไฮ้และมณฑลเสฉวนได้ต้อนรับนายกรัฐมนตรีและคณะผู้แทนไทยในโอกาสดังกล่าวอย่างเต็มที่

 

อนึ่ง ในการเยือนครั้งนี้ รัฐบาลไทยและรัฐบาลจีนได้ออกถ้อยแถลงร่วม (Joint Statement) เพื่อมุ่งสู่ประชาคมไทย - จีนที่มีอนาคตอันเจริญรุ่งเรืองร่วมกัน ด้วยวิสัยทัศน์ที่มุ่งมองไปข้างหน้าและขับเคลื่อนความเป็นหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์ที่จะสร้างประโยชน์ให้ทั้งสองประเทศ ภูมิภาค และโลกต่อไป

รูปภาพประกอบ

รูปภาพประกอบ