สรุปการแถลงข่าวประจำสัปดาห์ วันศุกร์ที่ ๑๖ ธันวาคม ๒๕๖๕ เวลา ๑๑.๐๐ น.
สรุปการแถลงข่าวประจำสัปดาห์ วันศุกร์ที่ ๑๖ ธันวาคม ๒๕๖๕ เวลา ๑๑.๐๐ น.
วันที่นำเข้าข้อมูล 16 ธ.ค. 2565
วันที่ปรับปรุงข้อมูล 21 ธ.ค. 2565
สรุปการแถลงข่าวประจำสัปดาห์
วันศุกร์ที่ ๑๖ ธันวาคม ๒๕๖๕ เวลา ๑๑.๐๐ น.
ทาง Facebook Live กระทรวงการต่างประเทศ
๑. แนะนำโฆษก กต. คนใหม่
- นางกาญจนา ภัทรโชค อธ.กรมสารนิเทศ แนะนำตัวในฐานะโฆษก กต.คนใหม่ มุ่งเน้นการเผยแพร่ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อสื่อมวลชนและสาธารณชน ขณะเดียวกันก็
เรียนรู้/รับทราบจากทุกฝ่าย
๒. การประชุมสุดยอดอาเซียน-สหภาพยุโรป สมัยพิเศษ (๑๓ - ๑๕ ธ.ค. ๒๕๖๕)
น.ส. อุศณา พีรานนท์ อธ.กรมอาเซียน
- เมื่อวันที่ ๑๔ ธ.ค. นรม. เข้าร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียน – สหภาพยุโรป สมัยพิเศษ เพื่อฉลองวาระครบรอบ ๔๕ ปี ความสัมพันธ์อาเซียน – สหภาพยุโรป พร้อมด้วย รนรม./รมว.กต. ซึ่งเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่ผู้นำอาเซียนได้พบปะผู้บริหารของอียูและผู้นำอียูทั้ง ๒๗ ประเทศในคราวเดียวกัน
- เมื่อวันที่ ๑๓ ธ.ค. ๒๕๖๕ นรม. / รนรม./รมว.กต. ยังได้พบปะภาคเอกชนชั้นนำของอียู ในช่วงอาหารกลางวัน โดยฝ่ายไทยได้ย้ำถึงนโยบายเศรษฐกิจไทยที่ให้ความสำคัญกับการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจควบคู่ไปกับความยั่งยืนผ่านแนวคิดเศรษฐกิจ BCG ซึ่งเป็นวาระสำคัญในช่วงการเป็นเจ้าภาพการประชุมเอเปคที่ผ่านมาของไทย
ที่สมาชิกเอเปคได้ให้การรับรอง “เป้าหมายกรุงเทพฯ ว่าด้วย BCG” แล้ว และยังเป็นประเด็นที่สอดคล้องกับนโยบาย Green Deal ของอียู นอกจากนี้ ยังเป็นประเด็นสำคัญในการค้ากับอียู ฝ่ายไทยเชิญชวนให้อียูมาลงทุนในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่ยั่งยืนและการพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าและไฮโดรเจนเขียวในไทยและอาเซียน และส่งเสริมความร่วมมือเรื่อง LNG เพื่อลดความผันผวนของราคา LNG ในตลาดโลก ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของทั้งอาเซียนและอียู ในช่วงที่กำลังฟื้นตัวทางเศรษฐกิจหลังโควิด-๑๙ - ประเด็นสำคัญที่ได้หารือกับฝ่ายอียู ได้แก่
- (๑) ความร่วมมือด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ และการแลกเปลี่ยนด้านการศึกษาที่เป็นประโยชน์ต่อเด็กและเยาวชน ทั้งนี้ ไทยได้เชิญชวนให้อียูเข้ามาลงทุนในอาเซียน ซึ่งเป็นภูมิภาคที่มีความหลากหลายทางชีวภาพที่อียูสามารถใช้ประโยชน์ การส่งเสริมความเชื่อมโยง โดยได้มีการลงนาม
ความตกลงทางเดินอากาศรอบด้านระหว่างอาเซียน-อียู - (๒) ปัญหาความขัดแย้งในภูมิภาค ทั้งสถานการณ์ในเมียนมา ซึ่งได้มีการย้ำถึงเจตนารมณ์ของอาเซียนในการขับเคลื่อนฉันทามติ ๕ ข้อ และสถานการณ์ในยูเครน โดยเฉพาะการจัดส่งความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม การยุติความรุนแรง และหลักการของตามกฎบัตรสหประชาชาติ และ
- (๓) ประเด็นท้าทายในโลกยุคปัจจุบัน โดยเฉพาะการเปลี่ยนผ่านทางดิจิทัล การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การลดก๊าซเรือนกระจก และการมุ่งสู่สังคมคาร์บอนต่ำ ซึ่งล้วนเป็นหัวใจของการเติบโตอย่างยั่งยืน ทั้งนี้ ไทยเป็นประเทศผู้ประสานงานของอาเซียนในเรื่องการพัฒนาอย่างยั่งยืนที่อียูจะใช้เป็นตัวกลางสำหรับความร่วมมือเพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์และองค์ความรู้
- ไทยผลักดันให้อียูอำนวยความสะดวกแก่สินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมจากไทย รวมทั้งย้ำถึงการดำเนินการของไทยและอาเซียนเพื่อยกระดับมาตรฐานในด้าน
ต่าง ๆ เพื่อสนับสนุนให้อาเซียนเป็นส่วนสำคัญของห่วงโซ่อุปทานโลก
- (๑) ความร่วมมือด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ และการแลกเปลี่ยนด้านการศึกษาที่เป็นประโยชน์ต่อเด็กและเยาวชน ทั้งนี้ ไทยได้เชิญชวนให้อียูเข้ามาลงทุนในอาเซียน ซึ่งเป็นภูมิภาคที่มีความหลากหลายทางชีวภาพที่อียูสามารถใช้ประโยชน์ การส่งเสริมความเชื่อมโยง โดยได้มีการลงนาม
- ไทยและอียูได้ลงนามกรอบความตกลงความเป็นหุ้นส่วนและความร่วมมือรอบด้านไทย-สหภาพยุโรป (Thailand-EU Comprehensive Partnership and Cooperation Agreement: PCA) ซึ่งใช้เวลาเจรจา ๑๘ ปี เพื่อกำหนดทิศทางความร่วมมือที่ชัดเจนและมีแบบแผนมากขึ้นในทุกด้าน ทั้งทางการเมือง เศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม โดยเน้นการเพิ่มกรอบการหารือเพื่อให้ทั้งสองฝ่ายสามารถเข้าถึงองค์ความรู้และความเชี่ยวชาญของกันและกัน ตลอดจนการดำเนินความร่วมมือและกิจกรรมเสริมสร้าง
ขีดความสามารถในด้านต่าง ๆ โดยไทยมีเป้าหมายที่จะให้ความร่วมมือภายใต้ PCA ช่วยยกระดับมาตรฐานให้ทัดเทียมสากล และนำไปสู่การเปิดการเจรจาจัดทำ FTA กับอียูต่อไป
น.ส. สมฤดี พู่พรอเนก รอธ.กรมยุโรป
- รนรม./รมว.กต. ได้เข้าร่วมการหารือทวิภาคีระหว่างการประชุมสุดยอดอาเซียน-อียู สมัยพิเศษ ของ นรม. กับฝ่ายยุโรป ได้แก่
(๑) ผู้นำของ EU (ปธ. คณะมนตรียุโรป) (๒) นรม. เช็ก (๓) นรม. เนเธอร์แลนด์ (๔) นรม. ฟินแลนด์ (๕) นรม. กรีซ และ (๖) นรม. ฮังการี - ตัวอย่างผลลัพธ์การหารือที่สามารถนำไปพัฒนาให้เป็นรูปธรรม อาทิ
- (๑) การผลักดันการฟื้นการเจรจา FTA กับการส่งเสริมการค้าสินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมกับอียู
- (๒) ความร่วมมือด้านการบริหารจัดการน้ำกับเนเธอร์แลนด์
- (๓) ความร่วมมือด้านการท่องเที่ยว การทหารและเทคโนโลยีด้านอวกาศกับเช็ก
- (๔) การจัดทำความตกลงยกเว้นการตรวจลงตราผู้ถือหนังสือเดินทางการทูตกับกรีซ
- (๕) การให้ทุนการศึกษาแก่นักเรียนไทยและความร่วมมือด้านพลังงานกับฮังการี
- (๖) การดูแลสวัสดิภาพของแรงงานไทยที่ทำงานเก็บผลไม้ป่าในฟินแลนด์
- นอกจากนี้ รนรม./รมว.กต. ได้หารือทวิภาคีกับผู้แทนระดับสูงของ EU ด้านการต่างประเทศและนโยบายความมั่นคง ซึ่งสองฝ่ายยินดีกับพัฒนาการความสัมพันธ์ที่ดี
โดยเฉพาะได้มีการลงนามความตกลงว่าด้วยความเป็นหุ้นส่วนและความร่วมมือรอบด้านระหว่างกัน หรือที่เรียกว่า PCA ระหว่างการประสุดยอดฯ รวมทั้งได้แลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับทิศทางของความสัมพันธ์ และได้หารือเกี่ยวกับสถานการณ์ระหว่างประเทศ เช่น ในยูเครนและเมียนมา โดยฝ่ายไทยย้ำการเปิดพื้นที่เจรจาทางการทูต
ความสำคัญของการให้ความช่วยเหลือทางมนุษยธรรมแก่ประชาชนและการหาทางออกจากปัญหาความขัดแย้ง
นางกาญจนา ภัทรโชค อธ.กรมสารนิเทศ/โฆษก กต.
- อียูถือเป็นหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ของไทยและอาเซียน ความสัมพันธ์อาเซียน-อียู มีความสำคัญมากขึ้นเป็นลำดับในสถานการณ์โลกปัจจุบัน อียูสนใจอาเซียนมากขึ้นในฐานะตลาดขนาดใหญ่ที่มีประชากรกว่า ๖๗๐ ล้านคน ในขณะเดียวกัน ถึงแม้อียูจะมีประชากรไม่มาก แต่เป็นตลาดที่มีขนาดใหญ่ในแง่เม็ดเงิน และมีความก้าวหน้าทางด้านเทคโนโลยีสูงมาก จึงเชื่อว่าการประชุมสุดยอดอาเซียน-สหภาพยุโรป สมัยพิเศษในครั้งนี้ จะนำไปสู่การพัฒนาความร่วมมือต่อไป
๓. ภารกิจการให้การสนับสนุนการพัฒนาในราชอาณาจักรภูฏานของไทย
- ในช่วงต้นเดือน ธ.ค. ที่ผ่านมา นางอุรีรัชต์ เจริญโต อธ.กรมความร่วมมือระหว่างประเทศ พร้อมคณะได้เดินทางไปยังประเทศภูฏาน เพื่อปฏิบัติภารกิจติดตาม
การสนับสนุนโครงการต่างๆ เพื่อการพัฒนาภูฏาน โดยมีกิจกรรมที่สำคัญได้แก่- การส่งมอบอุปกรณ์ทางการแพทย์สำหรับการผ่าตัดและตรวจรักษาโรคหู จมูก และคอ จำนวน ๘ รายการ รวมมูลค่า ๑๔ ล้านบาท ให้แก่โรงพยาบาล Jigme Dorji Wangchuk National Referral Hospital ที่กรุงทิมพู ราชอาณาจักรภูฏาน ซึ่งเป็นการสนับสนุนของรัฐบาลไทยภายใต้โครงการพัฒนาศูนย์ หู จมูก และคอในภูฏาน เพื่อพัฒนาระบบการให้บริการทางการแพทย์ด้านหู จมูก และคอในภูฏาน
- นอกจากนี้ ยังได้เยี่ยมชมสถานที่สำคัญ อาทิ ศูนย์เรียนรู้ชุมชนต้นแบบในตำบล Uesu Gewog (อีซุ เกว็อค) ซึ่งมี นายพลากฤษณ์ การะหงส์ อาสาสมัครเพื่อนไทย ปฏิบัติงานที่จังหวัด Haa (ฮา) กลุ่มวิสาหกิจชุมชน Haa Dairy Group ซึ่งเป็นการรวมกลุ่มสหกรณ์ผู้ผลิตผลิตภัณฑ์จากนม และเป็นศูนย์ในการแปรรูปผลิตภัณฑ์จากนมของชาวบ้านในจังหวัดฮา การพบหารือผู้ว่าราชการจังหวัดฮาเกี่ยวกับความร่วมมือระหว่างไทยกับภูฏานในการเสริมสร้างความเข้มแข็งชุมชนในจังหวัดฮา ผ่านการพัฒนาการผลิตสินค้า OGOP และการพัฒนาชุมชนท่องเที่ยวนวัตวิถี ภายใต้โครงการ OGOP Model ll ถือเป็นการแบ่งปันประสบการณ์ด้านการพัฒนาของไทยให้กับมิตรประเทศ
๔. ข่าวประชาสัมพันธ์
- ขอเชิญสื่อมวลชนเข้าร่วมงานแถลงข่าวการลงนามความตกลงว่าด้วยหุ้นส่วนและความร่วมมือรอบด้าน (Thailand-EU Comprehensive Partnership and Cooperation Agreement: PCA) ไทย-สหภาพยุโรป โดยมีอธิบดีกรมยุโรป และ ออท. สหภาพยุโรปประจำประเทศไทย เป็นผู้แถลงข่าวร่วม ในวันจันทร์ที่ ๑๙ ธ.ค. ๒๕๖๕ เวลา ๑๑.๐๐ น. ณ ห้องบัวแก้ว กต.
* * * * *
รับชมย้อนหลัง>>> https://fb.watch/hrSbGO7hQJ/
รูปภาพประกอบ
รูปภาพประกอบ
Ministry of Foreign Affairs
วันทำการ : จันทร์ - ศุกร์ เวลา 08.30 - 16.30 น.
(ยกเว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์)
งานรับ-ส่งหนังสือ และงานสารบรรณ:
อีเมล [email protected]
เว็บไซต์นี้ได้รับการออกแบบเพื่ออำนวยความสะดวกให้ทุกคนเข้าถึงเว็บไซต์ได้และมีมาตรฐาน WCAG 2.0 ระดับ AA
** เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุดควรใช้ Chrome เวอร์ชั่น 76 ขึ้นไป **
Ministry of Foreign Affairs Sri Ayudhya Road, Bangkok 10400 Thailand Tel. 0-2203-5000 Thailand.