สรุปการแถลงข่าวประจำสัปดาห์ วันพุธที่ ๒๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕ เวลา ๑๐.๓๐ น.
สรุปการแถลงข่าวประจำสัปดาห์ วันพุธที่ ๒๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕ เวลา ๑๐.๓๐ น.
วันที่นำเข้าข้อมูล 23 ก.พ. 2565
วันที่ปรับปรุงข้อมูล 30 พ.ย. 2565
สรุปการแถลงข่าวประจำสัปดาห์
วันพุธที่ ๒๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕ เวลา ๑๐.๓๐ น.
ทาง Facebook Live กระทรวงการต่างประเทศ
๑. นายกรัฐมนตรีมาเลเซียเยือนไทยอย่างเป็นทางการ (๒๔ - ๒๖ ก.พ. ๒๕๖๕)
- ดาโตะ ซรี อิซมาอิล ซาบรี ยาคบ นรม. มาเลเซีย จะเดินทางเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการในฐานะแขกของรัฐบาลไทย ระหว่างวันที่ ๒๔ – ๒๖ ก.พ. ๒๕๖๕ เพื่อแนะนำตัวในโอกาสเข้ารับตำแหน่งใหม่ และหารือกับ นรม. ในวันที่ ๒๕ ก.พ. ๒๕๖๕
- ผู้นำของประเทศทั้งสองจะหารือแนวทางการขับเคลื่อนความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับมาเลเซียในฐานะประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการฟื้นฟูเศรษฐกิจของทั้งสองประเทศ ซึ่งได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-๑๙ ความร่วมมือด้านความมั่นคง เศรษฐกิจ การส่งเสริมความเชื่อมโยงในพื้นที่ชายแดน ตลอดจนความร่วมมือในกรอบอาเซียนและกรอบพหุภาคีอื่น ๆ
๒. การประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโสเอเปค ครั้งที่ ๑ (๑๔ - ๒๕ ก.พ. ๒๕๖๕)
- มีการประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโสเอเปคและการประชุมที่เกี่ยวข้องมีสองประเด็นสำคัญที่มีการหารือเพิ่มเติมจากสัปดาห์ที่แล้ว ได้แก่ ๑) การฟื้นฟูเศรษฐกิจของเอเชีย-แปซิฟิก หลังโควิด-๑๙ ไปสู่การเติบโตที่ยั่งยืน ครอบคลุม และสมดุล และ ๒) การพื้นฟูความเชื่อมโยงโดยเฉพาะการเดินทางและการท่องเที่ยว
- ๑) การฟื้นฟูเศรษฐกิจของเอเชีย-แปซิฟิก หลังโควิด-๑๙ ไทยประสงค์จะขับเคลื่อน การเปิดกว้าง สู่ทุกโอกาสด้านการค้าการลงทุน โดยจะผลักดันการจัดทำเขตการค้าเสรีในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก (FTAAP) ในบริบทยุคหลังโควิด-๑๙ ให้เป็นผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมของการประชุมเอเปคในปีนี้ โดยไทยจะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมรัฐมนตรีการค้าเอเปคในช่วงเดือน พ.ค. ๒๕๖๕
- ๒) การฟื้นฟูความเชื่อมโยงในภูมิภาค ไทยได้จัดการประชุมคณะทำงานเฉพาะกิจเพื่ออำนวยความสะดวกและรื้อฟื้นการเดินทางข้ามพรมแดนในภูมิภาคอย่างปลอดภัยและ ไร้รอยต่อ หรือ APEC Safe Passage Taskforce เป็นครั้งแรก หลังจากที่คณะทำงานนี้จัดตั้งขึ้นตามข้อเสนอของไทยเพื่อขับเคลื่อนการทำงานในปีนี้โดยเฉพาะ โดยมีนายเชิดชาย ใช้ไววิทย์ อธิบดีกรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศและเจ้าหน้าที่อาวุโสเอเปคไทย เป็นประธาน
- ไทยได้วางเป้าหมายระยะแรกด้วยการเสนอจัดทำฐานข้อมูลเอเปค หรือ APEC Portal เพื่อรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับมาตรการการเดินทางข้ามแดนของเอเปค โดยคาดว่าจะดำเนินการได้ภายในกลางปีนี้ รวมทั้งการเสนอจัดทำระบบตรวจสอบใบรับรองการฉีดวัคซีนร่วมกันระหว่างสมาชิกเอเปคที่พร้อมและสนใจ เพื่อให้การตรวจสอบใบรับรองฯ ดำเนินการได้สะดวกขึ้นทั้งภูมิภาค เป้าหมายระยะยาวเป็นการขยายขอบเขตของบัตรเดินทางสำหรับนักธุรกิจเอเปคหรือ APEC Business Travel Card: ABTC ให้ครอบคลุมกลุ่มธุรกิจที่หลากหลาย
- ผลการประชุมของคณะทำงานเหล่านี้จะนำไปรายงานต่อที่ประชุมคณะกรรมการด้านการค้าและการลงทุน และคณะกรรมการด้านเศรษฐกิจ ซึ่งถือเป็นสองคณะกรรมการหลักที่ขับเคลื่อนการทำงานด้านสารัตถะของเอเปค ก่อนจะนำไปสู่การหารือในที่ประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโสระหว่างวันที่ ๒๔ - ๒๕ ก.พ. ๒๕๖๕ ต่อไป ทั้งนี้ จะมีการแถลงข่าวสรุปผลการประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโสเอเปค ครั้งที่ ๑ ในวันที่ ๒๕ ก.พ. ๒๕๖๕
๓. การให้ความช่วยเหลือคนไทยที่ถูกหลอกไปทำงานในประเทศกัมพูชา
- ตั้งแต่ปี ๒๕๖๔ จนถึงปัจจุบัน ได้เกิดปัญหาคนไทยที่ถูกหลอกลวงไปทำงานผิดกฎหมายในกัมพูชาอย่างต่อเนื่อง สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงพนมเปญ ได้รับคำร้องขอรับความช่วยเหลือจากคนไทยที่แจ้งว่าถูกหลอกไปทำงานในกัมพูชาแล้วประมาณ ๑,๕๐๐ คน ส่วนใหญ่อยู่ใน ๓ เมืองใหญ่ของกัมพูชา ได้แก่ จ.พระสีหนุ กรุงพนมเปญ และปอยเปต จ.บันเตียเมียนเจย ตรงข้าม จ. สระแก้ว รวมทั้งมีแนวโน้มขยายไปบริเวณชายแดนเวียดนาม สถานเอกอัครราชทูตฯ ได้ให้ความช่วยเหลือ และส่งคนไทยกลุ่มดังกล่าวกลับประเทศแล้วประมาณ ๑,๒๐๐ คน อย่างไรก็ตาม สถานเอกอัครราชทูตฯ ยังได้รับคำร้องขอความช่วยเหลือจากคนไทยอีกจำนวนมาก และยังไม่มีแนวโน้มลดลง
- จากข้อมูลของคนไทยที่ถูกหลอกลวงมาทำงานในกัมพูชาระบุว่า ส่วนใหญ่ถูกหลอกผ่านนายหน้าที่ใช้ช่องทางโซเชียลมีเดียในการโฆษณารับสมัครงาน โดยหลอกลวงว่าจะมีรายได้ดีและง่ายดาย ซึ่งลักษณะงานผิดกฎหมายจะเป็นการทำหน้าที่แอดมิน คอลเซ็นเตอร์ ล่อล่วงให้เหยื่อลงทุนสินทรัพย์ประเภทต่าง ๆ รวมทั้งการพนันออนไลน์ หากทำงานไม่ได้ตามเป้าหมาย ก็จะขายทอดไปยังนายจ้างกลุ่มอื่น ซึ่งจะเข้าลักษณะการค้ามนุษย์ หรือต้องการออกจากระบบจะต้องจ่ายหนี้ หากไม่ทำตามจะถูกข่มขู่หรือทำร้ายร่างกาย โดยผู้ถูกหลอกลวงส่วนใหญ่จะต้องเดินทางข้ามแดนไปยังกัมพูชาอย่างผิดกฎหมาย ซึ่งจะมีความผิดอีกข้อหาหนึ่งด้วย ซึ่งส่วนใหญ่กลุ่มเป้าหมายที่ถูกหลอกลวง จะเป็นคนไทยวัยทำงาน ที่ได้รับผลกระทบจากสภาวะเศรษฐกิจช่วงโควิด-๑๙
- ในช่วงที่ผ่านมา สถานเอกอัครราชทูตฯ นอกจากให้ความช่วยเหลือแก่คนไทยที่ร้องทุกข์เข้ามาแล้ว ยังได้รวบรวมคำร้องเข้าแจ้งความกับตำรวจกัมพูชา และติดตาม-ให้คำแนะนำแก่ญาติของผู้ร้องที่อยู่ระหว่างการรอความช่วยเหลือและรอการอนุมัติเนรเทศ (ใช้เวลาประมาณ ๑ เดือน) และประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนไม่ให้คนไทยหลงเชื่อคำกล่าวอ้างดังกล่าวผ่านช่องทางต่าง ๆ เป็นระยะ
- กต. ขอย้ำเตือนให้คนไทยอย่าหลงเชื่อคำหลอกลวงดังกล่าวในการไปทำงานผิดกฎหมายที่กัมพูชา เนื่องจากเป็นการทำผิดกฎหมายทั้งของไทยและกัมพูชา ต้องโทษตามกฎหมายคดีลักลอบเข้าเมือง คดีอาญา ซึ่งมีบทลงโทษจำคุก ๓-๖ เดือน ปรับไม่เกิน ๒ ล้านเรียล (ประมาณ ๑๕,๐๐๐ บาท) รวมทั้งถูกขึ้นบัญชีดำห้ามเดินทางเข้ากัมพูชาเป็นเวลา ๓ ปี นอกจากนั้นยังอาจต้องประสบกับความรุนแรงจากนายจ้างกดขี่ กักขัง ข่มขู่ และอาจทำร้ายร่างกายจนถึงชีวิต รวมทั้งอาจต้องมีหนี้สินจำนวนมากอีกด้วย ผู้สนใจหรือต้องการตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติม โปรดติดต่อกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ (๐ ๒๕๗๒ ๘๔๔๒) หรือกระทรวงแรงงาน
๔. ออสเตรเลียอนุญาตให้ชาวต่างชาติที่ได้รับวัคซีนครบโดสเดินทางเข้าประเทศ
- รัฐบาลออสเตรเลีย อนุญาตให้ผู้เดินทางที่ได้รับวัคซีนซึ่งทางการออสเตรเลียยอมรับครบสองโดส และได้รับการตรวจลงตราทุกประเภท รวมทั้งวีซ่านักเรียน สามารถเดินทางเข้าประเทศได้ตั้งแต่วันที่ ๒๑ ก.พ. ๒๕๖๕ โดยไม่ต้องกักตัว ยกเว้นรัฐเวสเทิร์นออสเตรเลียที่ยังคงให้ผู้ที่เดินทางจากต่างประเทศต้องกักตัวในสถานที่ที่รัฐกำหนดเป็นเวลา ๑๔ วัน และยังต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบและข้อกำหนดของแต่ละรัฐ
- วัคซีนที่ทางการออสเตรเลียยอมรับ ได้แก่ AstraZeneca Vaxzevria, AstraZeneca Covishield, Pfizer/Biontech Comirnaty, Moderna Spikevax, Sinovac Coronavac, Covaxin, Sinopharm (สำหรับผู้อายุไม่เกิน ๖๖ ปี), Sputnik V, Novavax, และ Janssen ทั้งนี้ ออสเตรเลียให้การรับรอง Vaccine Certificate ของไทยที่ออกโดยกรมควบคุมโรคทั้งรูปแบบเอกสาร (hard copy) และดิจิทัล
- ผู้เดินทางเข้าออสเตรเลียทุกคน ต้องกรอกข้อมูลการเดินทางในเอกสารรับรองการได้วัคซีนและผลการตรวจคัดกรองเชื้อโควิดทางออนไลน์ ที่ https://dpd.homeaffairs.gov.au ล่วงหน้า ๗ วันก่อนเดินทาง และแจ้งผลการตรวจคัดกรองเชื้อในเว็บไซต์ดังกล่าวไม่เกิน ๗๒ ชั่วโมงก่อนเดินทาง
- สำหรับผู้เดินทางที่ยังไม่ได้รับวัคซีนครบโดส ยังคงต้องขออนุญาตก่อนการเดินทางและต้องกักตัวในสถานที่ที่รัฐกำหนดเป็นเวลา ๑๔ วัน
- กฎระเบียบและเงื่อนไขมีความแตกต่างกันไปในแต่ละรัฐ ศึกษารายละเอียดได้ที่เว็บไซต์ของรัฐบาลออสเตรเลีย https://dpd.homeaffairs.gov.au
๕. ความคืบหน้าการเตรียมการสำหรับคนไทยในสถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างยูเครนและรัสเซีย
- อธิบดีกรมการกงสุลเป็นประธานการประชุมเพื่อหารือการเตรียมความพร้อมของแผนอพยพคนไทย ในยูเครนหากเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉิน และสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงวอร์ซอและหน่วยงานไทยที่เกี่ยวข้องได้เข้าร่วม เมื่อวันที่ ๑๗ ก.พ. ที่ผ่านมา นั้น
- แผนอพยพคนไทยในยูเครน กรณีมีความจำเป็น มีรายละเอียด ดังนี้
- สถานเอกอัครราชทูตฯ กำหนดให้เมือง Lviv (ลวิฟ) ซึ่งมีสนามบินนานาชาติเป็นฐานหลักในการอพยพคนไทย
(๑) แผนอพยพที่ ๑ - การอพยพคนไทยกลับไทยโดยเครื่องบินเช่าเหมาลำจากเมือง Lviv ซึ่งเป็นแผนที่กระทรวงฯ ให้ความสำคัญสูงสุด โดยสถานเอกอัครราชทูตฯ ได้ประสานขอให้เจ้าของร้านที่มีลูกจ้างคนไทยวางแผนในการนำคนไทยจากเมืองต่าง ๆ มายังเมือง Lviv หรือหากจำเป็น สถานเอกอัครราชทูตฯ ก็จะจัดหารถบัส/รถตู้จากโปแลนด์/ยูเครนไปรับคนไทยมายังเมือง Lviv ซึ่งเมือง Lviv อยู่ห่างจากรุงเคียฟประมาณ ๕๔๐ กม. (ใช้เวลาเดินทาง ๘-๙ ชม.) และอยู่ห่างจากเมือง Odesa เกือบ ๘๐๐ กม. (ใช้เวลาเดินทาง ๑๑-๑๔ ชม.)
(๒) แผนอพยพที่ ๒ เช่าเหมาลำจากกรุงวอร์ซอ - กรณีที่น่านฟ้าในยูเครนปิดและ/หรือเมือง Lviv มีสถานการณ์ความรุนแรง สถานเอกอัครราชทูตฯ จะจัดรถบัส/รถตู้ เพื่อนำคนไทยในยูเครนข้ามแดนมายังกรุงวอร์ซอ เพื่อขึ้นเครื่องบินเช่าเหมาลำกลับไทยต่อไป ซึ่งเมือง Lviv อยู่ห่างจากกรุงวอร์ซอประมาณ ๔๐๐ กม. (ใช้เวลาเดินทาง ๖-๗ ชม.) โดยจะต้องมีขั้นตอนการผ่านแดนด้วยประมาณ ๑-๒ ชม.
(๓) แผนอพยพที่ ๓ ในกรณีที่ไม่สามารถจัดเครื่องบินเช่าเหมาลำจากเมือง Lviv หรือกรุงวอร์ซอได้ รบ.ไทยจะนำเครื่องบินจากไทยไปอพยพคนไทยต่อไป ซึ่งได้มีการหารือในรายละเอียดกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไว้แล้ว
- สถานเอกอัครราชทูตฯ กำหนดให้เมือง Lviv (ลวิฟ) ซึ่งมีสนามบินนานาชาติเป็นฐานหลักในการอพยพคนไทย
- นายเชษฐพันธ์ มากสัมพันธ์ เอกอัครราชทูต ณ กรุงวอร์ซอ ได้หารือกับฝ่ายรัฐบาลยูเครน รัฐบาลโปแลนด์และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของไทยในการเตรียมแผนอพยพคนไทยในกรณีฉุกเฉิน รวมทั้งได้เยี่ยมเยียนชุมชนไทย สอท. ออกประกาศเตือนร่วมกับ กต. เมื่อ ๑๓ ก.พ. ๒๕๖๕ ขอให้คนไทยที่ไม่มีความจำเป็นเร่งด่วนหลีกเลี่ยงการเดินทางไปยูเครนในระยะนี้ และเมื่อวันที่ ๒๒ ก.พ. ๒๕๖๕ ได้ออกประกาศเตือนขอให้คนไทยหลีกเลี่ยงการเดินทางเข้าพื้นที่เมือง Donaetsk (โดเนตสค์) และเมือง Luhansk (ลูฮันสค์) ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีพัฒนาการความตึงเครียด และขอให้ผู้ที่พำนักอาศัยในยูเครนติดตามสถานการณ์และข่าวสารอย่างใกล้ชิด
- ช่องทางการประสานงานเพื่อแจ้งข่าวสารและดูแลความปลอดภัยของคนไทยในยูเครน ดังนี้
- Facebook สถานเอกอัครราชทูตฯ “Royal Thai Embassy, Warsaw, Poland” และ Facebook กลุ่ม “คนไทยในประเทศยูเครน”
- กลุ่ม LINE ระหว่างสถานเอกอัครราชทูตฯ กับชุมชนไทยในยูเครนเพื่อสื่อสารกับคนไทยได้อย่างรวดเร็วและทันเหตุการณ์ยิ่งขึ้น
- กลุ่ม Telegram ระหว่างสถานเอกอัครราชทูตฯ กับเจ้าของร้านสปาไทย ชาวยูเครน (Telegram เป็น Chat application ซึ่งคนยูเครนนิยมใช้) เพื่อการประสานงานกันอย่างทันท่วงทีกรณีมีเหตุการณ์ฉุกเฉินด้วย
- หมายเลข Hotline (+๔๘ ๖๙๖ ๖๔๒ ๓๔๘) สามารถติดต่อได้ ๒๔ ชม.และอีเมล์ติดต่อได้ที่ [email protected]
๖. งานสัมมนา "เจาะกลยุทธ์ธุรกิจไทย บุกตลาดใหม่ในลาตินอเมริกา" (๒๔ ก.พ. ๒๕๖๕ เวลา ๐๘.๓๐ - ๑๔.๐๐ น.)
- กต. โดยกรมอเมริกาและแปซิฟิกใต้ จะจัดงานสัมมนา “เจาะกลยุทธ์ธุรกิจไทย บุกตลาดใหม่ในลาตินอเมริกา” โดยแบ่งเป็น ๒ ช่วง ได้แก่ (๑) การบรรยายออนไลน์โดยเอกอัครราชทูต ณ กรุงซันติอาโก และเอกอัครราชทูต ณ กรุงลิมา เกี่ยวกับภาพรวมของภูมิภาคลาตินอเมริกา และแผนการสนับสนุนภาคเอกชนไทยในการดำเนินธุรกิจ (๒) การเสวนาโดยผู้แทนสภาธุรกิจไทย - ลาตินอเมริกา และนักธุรกิจผู้มีประสบการณ์ตรงด้านการลงทุนในภูมิภาค อาทิ บริษัทข้าวสารเอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด ผู้เปิดตัวกลุ่มบอยแบนด์ 4MIX จนดังไกลถึงเม็กซิโก ซึ่งจะแลกเปลี่ยนข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับศักยภาพ โอกาส แนวทางรับมือความท้าทายในการดำเนินธุรกิจของภาคเอกชนไทย
- ผู้สนใจสามารถร่วมรับชมถ่ายทอดสดทางเฟซบุ๊กของ กต. หรือลงทะเบียนเข้าร่วมรับชมผ่านโปรแกรม zoom (สามารถถาม - ตอบได้) ที่กองลาตินอเมริกา กรมอเมริกาและแปซิฟิกใต้ ๐๒ ๒๐๓ ๕๐๐๐ ต่อ ๑๓๐๒๙ อีเมล [email protected] Facebook.com/DLAMFA
๗. รายการบันทึกสถานการณ์ และ MFA Update
- วันพรุ่งนี้ (วันพฤหัสบดีที่ ๒๔ ก.พ. ๒๕๖๕) เวลา ๐๘.๓๐ - ๐๘.๔๕ น. รายการ “บันทึกสถานการณ์” ทาง FM 92.5 (ภาษาไทย) จะสัมภาษณ์นางสาวศศิริทธิ์ ตันกุลรัตน์ เอกอัครราชทูต ณ กรุงไนโรบี หัวข้อ “รู้จักไนโรบี : เมืองหลวงสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ” สามารถรับชมย้อนหลังได้ทาง youtube “MFA Thailand Channel”
- วันศุกร์ที่ ๒๕ ก.พ. ๒๕๖๕ เวลา ๐๘.๐๕ - ๐๘.๒๐ น. รายการ “MFA Update” FM 88.0 (ภาษาอังกฤษ) จะสัมภาษณ์์นายอธิปัตย์ โรจนไพบูลย์ กงสุลใหญ่ ณ เมืองสะหวันนะเขต หัวข้อ “Opportunities from Land-linked in Southern Lao” สามารถรับชมย้อนหลังได้ทาง youtube “MFA Thailand Channel”
รับชมแถลงข่าวย้อนหลัง: https://fb.watch/blqdPIDOym/
คลิปแถลงข่าว: ช่อง Youtube “MFA Thailand Channel”: https://www.youtube.com/user/mfathailand
* * * * *
รูปภาพประกอบ
รูปภาพประกอบ
Ministry of Foreign Affairs
วันทำการ : จันทร์ - ศุกร์ เวลา 08.30 - 16.30 น.
(ยกเว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์)
งานรับ-ส่งหนังสือ และงานสารบรรณ:
อีเมล [email protected]
เว็บไซต์นี้ได้รับการออกแบบเพื่ออำนวยความสะดวกให้ทุกคนเข้าถึงเว็บไซต์ได้และมีมาตรฐาน WCAG 2.0 ระดับ AA
** เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุดควรใช้ Chrome เวอร์ชั่น 76 ขึ้นไป **
Ministry of Foreign Affairs Sri Ayudhya Road, Bangkok 10400 Thailand Tel. 0-2203-5000 Thailand.