สรุปการแถลงข่าวประจำสัปดาห์ วันที่ 19 พฤษภาคม 2569

สรุปการแถลงข่าวประจำสัปดาห์ วันที่ 19 พฤษภาคม 2569

วันที่นำเข้าข้อมูล 19 พ.ค. 2569

วันที่ปรับปรุงข้อมูล 19 พ.ค. 2569

| 39 view

สรุปการแถลงข่าวประจำสัปดาห์
โดยรองอธิบดีกรมสารนิเทศและรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ
วันที่ 19 พฤษภาคม 2569 เวลา 15.30 น.
ณ ห้องแถลงข่าว กระทรวงการต่างประเทศ

 

1. สรุปผลการเข้าร่วมการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศสมาชิกกลุ่ม BRICS และประเทศหุ้นส่วน ของรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ

  • เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2569 นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เดินทางเยือนกรุงนิวเดลี สาธารณรัฐอินเดีย เพื่อเข้าร่วมการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศสมาชิกกลุ่ม BRICS และประเทศหุ้นส่วน ประจำปี 2569 โดยได้ร่วมเข้าคารวะนายกรัฐมนตรีสาธารณรัฐอินเดีย พร้อมรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสมาชิกกลุ่ม BRICS และประเทศหุ้นส่วน ก่อนกล่าวถ้อยแถลงภายใต้หัวข้อ "BRICS@20: Building for Resilience, Innovation, Cooperation, and Sustainability"
  • รองนายกรัฐมนตรีฯ ย้ำความสำคัญของบทบาทของกลุ่ม BRICS ในการเสริมเสียงของประเทศกำลังพัฒนาและกลุ่มประเทศโลกใต้ (Global South) ให้มีส่วนร่วมอย่างมีความหมายหรืออย่างมีนัยสำคัญต่อกระบวนการตัดสินใจระดับโลก ทั้งยังยืนยันความมุ่งมั่นของไทยในการกระชับความร่วมมือกับกลุ่มประเทศโลกใต้ ผ่านนโยบายไทยต่อแอฟริกา เพื่อขยายความร่วมมือเชิงปฏิบัติในด้านเศรษฐกิจ เทคโนโลยี และการพัฒนาอย่างยั่งยืนกับประเทศในทวีปแอฟริกา โดยเฉพาะในบริบทของภูมิทัศน์โลกที่กำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว รวมถึงย้ำความสำคัญของการกระชับความร่วมมือภายใต้กรอบความร่วมมือระดับภูมิภาคและระบบพหุภาคี โดยยึดมั่นในระเบียบโลกที่ยึดหลักกติกาสากล
  • รองนายกรัฐมนตรีฯ นำเสนอแนวทาง 3 ประการที่ไทยผลักดันในกรอบอาเซียน ได้แก่ ภูมิภาคนิยม ความยืดหยุ่น และการรักษาบทบาทสำคัญภายในและนอกภูมิภาคขององค์กรระดับภูมิภาคหรือกลุ่ม เช่น BRICS ที่อาจพิจารณาประยุกต์ใช้แนวทางดังกล่าวเพื่อเสริมสร้างบทบาทของกลุ่มในเวทีโลก
  • ในห้วงการประชุม รองนายกรัฐมนตรีฯ พบหารือทวิภาคีกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอื่น ๆ ได้แก่ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอียิปต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหพันธรัฐรัสเซียรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสาธารณรัฐอินเดีย และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน โดยในทุกการหารือ มีการหารือการผลักดันความร่วมมือในด้านเศรษฐกิจ การค้า ความมั่นคง และความเชื่อมโยง รวมถึงการเสริมสร้างความร่วมมือในกรอบพหุภาคีต่าง ๆ ตลอดจนแลกเปลี่ยนความเห็นเรื่องพัฒนาการของสถานการณ์ในภูมิภาคที่สนใจร่วมกัน
  • ไทยเข้าร่วมเป็นประเทศหุ้นส่วนของกลุ่ม BRICS เมื่อวันที่ 1 มกราคม 2568 และเดินหน้าร่วมมีบทบาทอย่างแข็งขัน โดยในปี 2571 ที่ไทยจะดำรงตำแหน่งประธานอาเซียน ไทยพร้อมจะทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมระหว่างอาเซียนกับกลุ่ม BRICS เพื่อส่งเสริมความร่วมมือเชิงปฏิบัติที่ตอบสนองต่อความต้องการของประชาชนของทั้งสองฝ่ายต่อไป

 

2. รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศมีกำหนดเดินทางเยือนจังหวัดชายแดนภาคใต้

  • ในวันพรุ่งนี้ (20 พฤษภาคม 2569) รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศจะเดินทางเยือนจังหวัดยะลา โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อตรวจเยี่ยมราชการ มอบนโยบาย และรับฟังข้อคิดเห็นจากส่วนราชการในพื้นที่ในฐานะรองนายกรัฐมนตรีที่กำกับดูแลศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) และจะใช้โอกาสนี้พบปะหารือกับเครือข่ายนักธุรกิจชายแดนใต้ เพื่อแสวงหาลู่ทางในการยกระดับความร่วมมือการพัฒนาความเชื่อมโยงการค้าชายแดนด้วย

 

3. สหภาพยุโรปอนุมัติมาตรการ Visa Cascade สำหรับผู้ถือหนังสือเดินทางไทย

  • เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2569 คณะกรรมาธิการยุโรป (European Commission) อนุมัติการให้ Visa Cascade หรือระบบออกวีซ่าแบบขั้นบันได สำหรับคนไทยที่พำนักอยู่ในประเทศไทยและมีประวัติการเดินทางดี ที่ประสงค์ยื่นขอวีซ่าเชงเกนประเภทพำนักระยะสั้น ณ สถานเอกอัครราชทูตหรือสถานกงสุลของประเทศสมาชิกเชงเกนในไทย
  • มาตรการดังกล่าวเริ่มใช้แล้วและจะช่วยลดความจำเป็นในการขอวีซ่าบ่อยครั้งสำหรับผู้ถือหนังสือเดินทางไทยที่เคยได้รับวีซ่าเชงเกนและมีประวัติการเดินทางที่ดี ซึ่งจะช่วยประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายแก่คนไทย
  • การได้รับอนุมัติ Visa Cascade จะทำให้ผู้ถือหนังสือเดินทางไทยที่มีประวัติการใช้วีซ่าเชงเกนอย่างถูกต้อง มีสิทธิได้รับวีซ่าแบบเข้าออกได้หลายครั้ง (multiple-entry) ที่มีอายุยาวขึ้นตามลำดับ ดังนี้
    • วีซ่าอายุ 1 ปี สำหรับบุคคลที่เคยได้รับวีซ่า 1 ครั้ง และใช้วีซ่านั้นอย่างถูกต้องในช่วงไม่เกิน 2 ปีก่อนหน้า
    • วีซ่าอายุ 2 ปี สำหรับบุคคลที่เคยได้รับวีซ่าอายุ 1 ปี และใช้วีซ่านั้นอย่างถูกต้องในช่วงไม่เกิน 3 ปีก่อนหน้า
    • วีซ่าอายุ 5 ปี สำหรับบุคคลที่เคยได้รับวีซ่าอายุ 2 ปี และใช้วีซ่านั้นอย่างถูกต้องในช่วงไม่เกิน 4 ปีก่อนหน้า
  • Visa Cascade ไม่ใช่การยกเว้นการตรวจลงตรา คนไทยยังต้องขอวีซ่าตามกระบวนการเช่นเดิมและรักษาประวัติการเดินทางที่ดี รวมทั้งเคารพกฎหมายของประเทศปลายทาง จึงจะมีโอกาสได้รับการขยายอายุวีซ่าให้ยาวขึ้น
  • มาตรการ Visa Cascade เป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญของความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับสหภาพยุโรปและความสำเร็จของการทูตเพื่อประชาชน สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นที่สหภาพยุโรปมีต่อผู้ถือหนังสือเดินทางไทยว่า เป็นนักท่องเที่ยวที่มีคุณภาพ เคารพและปฏิบัติตามกฎหมายการเข้าเมืองของสหภาพยุโรปและประเทศปลายทาง โดยปัจจุบัน ไทยเป็นหนึ่งในเจ็ดประเทศที่ได้รับการพิจารณาให้ใช้มาตรการ Visa Cascade และเป็นประเทศที่สองในอาเซียนที่ได้รับการพิจารณาใช้มาตราการดังกล่าว
  • ความสำเร็จนี้เกิดจากการทำงานร่วมกันของกระทรวงการต่างประเทศ สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงบรัสเซลส์ สถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลใหญ่ไทยในยุโรป คณะผู้แทนสหภาพยุโรปประจำประเทศไทย รวมถึงสถานเอกอัครราชทูตประเทศสมาชิกสหภาพยุโรปและเขตเชงเกนประจำประเทศไทย ที่ได้ร่วมกันขับเคลื่อนและหารืออย่างต่อเนื่องในช่วงปีที่ผ่านมา
  • ในโอกาสนี้ กระทรวงการต่างประเทศขอขอบคุณประชาชนไทยทุกคนที่เดินทางอย่างรับผิดชอบและเคารพกฎหมายของประเทศปลายทาง ทำให้ประเทศไทยเรามีสถิติและภาพลักษณ์ที่ดีและมีความน่าเชื่อถือ ซึ่งส่งผลให้ภาครัฐสามารถผลักดันมาตรการดังกล่าวกับฝ่ายสหภาพยุโรปได้สำเร็จ
  • กระทรวงการต่างประเทศจะใช้พัฒนาการครั้งนี้เป็นก้าวสำคัญในการผลักดันเป้าหมายระยะยาวต่อไป คือ การยกเว้นการตรวจลงตราเข้าเขตเชงเกน (Schengen visa exemption) เพื่อส่งเสริมการเดินทาง การค้า การลงทุน การศึกษา และการเคลื่อนย้ายบุคลากรที่มีทักษะเพื่อประโยชน์ของประชาชนไทยต่อไป

 

4. กรณีการทบทวนมาตรการยกเว้นการตรวจลงตราและการให้สิทธิการตรวจลงตราต่าง ๆ ของไทย (แถลงโดยนายมังกร ประทุมแก้ว อธิบดีกรมการกงสุล)

  • วันนี้ (19 พฤษภาคม 2569) คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบเรื่องการทบทวนมาตรการยกเว้นการตรวจลงตราและการให้สิทธิการตรวจลงตราต่าง ๆ ของไทย ตามข้อเสนอของกระทรวงฯ ดังนี้ (1) ให้ 1 ประเทศ/ดินแดน ได้รับ 1 สิทธิการยกเว้นการตรวจลงตรา (2) ยกเลิก ผ.60 ทั้งหมด 93 ประเทศ/ดินแดน (3) ทบทวน ผ.30 เพื่อการท่องเที่ยว ลดจาก 57 เป็น 54 ประเทศ/ดินแดน (4) จัดทำ ผ.15 เพื่อการท่องเที่ยว จำนวน 3 ประเทศ/ดินแดน และ (5) ทบทวนการตรวจลงตราที่ด่านตรวจคนเข้าเมือง (Visa on Arrival) ลดจาก 31 เป็น 4 ประเทศ/ดินแดน โดยรายละเอียดจะเป็นไปตามประกาศของกระทรวงมหาดไทย จำนวน 3 ฉบับ ซึ่งจะมีผลใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนด 15 วัน นับจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
  • การทบทวนมาตรการยกเว้นการตรวจลงตราและการให้สิทธิการตรวจลงตราต่าง ๆ ของไทยในครั้งนี้เป็นผลจากการหารือของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในคณะกรรมการนโยบายการตรวจลงตรา โดยคำนึงถึงหลายปัจจัย ทั้งความมั่นคง การท่องเที่ยวและเศรษฐกิจ หลักประติบัติต่างตอบแทน การลดความซ้ำซ้อนของสิทธิการยกเว้นการตรวจลงตรา ซึ่งทำให้ชาวต่างชาติสับสน และความสะดวกของระบบ e-Visa

 

สามารถรับชมได้ที่ https://fb.watch/HbZBuEVxGF/

รูปภาพประกอบ

รูปภาพประกอบ